สรุปข่าว
- พรรค LDP ซึ่งเป็นรัฐบาลญี่ปุ่นอนุมัติข้อเสนอ “Next-Generation AI and On-Chain Finance Vision” อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2569
- แผนสำคัญรวมถึงการออก Stablecoin ร่วมของธนาคารใหญ่ 3 แห่ง (Mitsubishi UFJ, Sumitomo Mitsui, Mizuho) เป้าหมายเปิดตัวจริงภายในมีนาคม 2570 และการนำโทเคนบล็อกเชนมาใช้กับบัญชีกระแสรายวันของธนาคารกลาง
- ญี่ปุ่นกำหนดให้ระบบการเงินดิจิทัลนี้เป็น “ภาคการลงทุนเพื่อการเติบโตลำดับที่ 18” ของประเทศ พร้อมตั้งเป้าขยายการชำระเงินข้ามพรมแดนด้วย Stablecoin สกุลเยน
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การที่รัฐบาลญี่ปุ่นให้การรับรองบล็อกเชนและ AI อย่างเป็นทางการในระดับนโยบายชาติ ถือเป็นสัญญาณบวกต่อภาพรวมการยอมรับคริปโตและโทเคนไนเซชันในเอเชีย แม้ยังอยู่ในขั้นข้อเสนอและต้องรอการดำเนินการจริง แต่แรงหนุนจากประเทศ G7 อย่างญี่ปุ่นช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้อุตสาหกรรมในระยะยาว
เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2569 ตามรายงานจาก Cointelegraph พรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลของญี่ปุ่น ได้อนุมัติข้อเสนอนโยบายสำคัญชื่อว่า “Next-Generation AI and On-Chain Finance Vision” หรือ “วิสัยทัศน์ระบบการเงินยุคใหม่ด้วย AI และ On-Chain” อย่างเป็นทางการ โดยข้อเสนอนี้ถูกจัดทำขึ้นโดยทีมงานโครงการภายใน LDP ภายใต้การนำของนายเซจิ คิฮาระ สมาชิกพรรค LDP และออกโดยสภาวิจัยนโยบายและสำนักงานส่งเสริมสังคมดิจิทัลของพรรค เป้าหมายหลักคือการนำ AI และเทคโนโลยีบล็อกเชนมาปรับโฉมระบบการเงินของประเทศ เปิดทางสู่การตัดสินใจ การจัดหาเงินทุน และการบริหารสินทรัพย์แบบอัตโนมัติตลอด 24 ชั่วโมง
แผนงานที่ชัดเจน Stablecoin ร่วม 3 แบงก์ใหญ่และโทเคน CBDC ภายในปีนี้
ข้อเสนอดังกล่าวระบุแผนงานเป็นรูปธรรมหลายข้อ ที่โดดเด่นที่สุดคือแผนให้ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ 3 แห่งของญี่ปุ่น ได้แก่ Mitsubishi UFJ, Sumitomo Mitsui และ Mizuho ออก Stablecoin ร่วมกัน โดยตั้งเป้าเริ่มใช้งานจริงภายในเดือนมีนาคม 2570 นอกจากนี้ยังมีแผนนำโทเคนบล็อกเชนมาใช้กับบัญชีกระแสรายวันของธนาคารกลางญี่ปุ่น ซึ่งครอบคลุมการพัฒนา Wholesale CBDC หรือสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลางสำหรับสถาบันการเงิน โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปสุดท้ายภายในสิ้นปีนี้
ด้านสินทรัพย์ในโลกจริง ข้อเสนอนี้ยังส่งเสริมการนำทรัพย์สินอย่างลูกหนี้การค้าและอสังหาริมทรัพย์มาทำเป็นโทเคนบนบล็อกเชน พร้อมกันนั้นยังกำหนดให้ภาคการเงินดิจิทัลนี้เป็น “ภาคการลงทุนเพื่อการเติบโตลำดับที่ 18” ของญี่ปุ่น ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลมองเรื่องนี้ในฐานะเสาหลักของการเติบโตทางเศรษฐกิจ ไม่ใช่แค่การทดลองด้านเทคโนโลยี
ผลักดันเยนดิจิทัลข้ามพรมแดน ญี่ปุ่นตั้งเป้าเป็นศูนย์กลาง On-Chain Finance ในเอเชีย
ในมิติระหว่างประเทศ ข้อเสนอนี้เรียกร้องให้จัดตั้ง “กรอบนโยบายเอเชียด้าน AI และ On-Chain Finance” รวมถึงผลักดันการชำระเงินข้ามพรมแดนโดยใช้ Stablecoin ที่อิงกับสกุลเงินเยน ภายใต้แนวคิด “Global SC Corridor” ซึ่งเป็นการวางตำแหน่งญี่ปุ่นให้เป็นศูนย์กลางการเงินดิจิทัลระดับภูมิภาค นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้มีความชัดเจนทางกฎหมายสำหรับการใช้ Stablecoin ในการจ่ายค่าจ้าง ชำระภาษี และนำไปเป็นทุนบริษัท โดยคาดว่าจะมีการประสานงานระหว่างกระทรวงต่างๆ ภายในปีงบประมาณนี้
การอนุมัติครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกะทันหัน แต่เป็นผลจากกระบวนการที่วางรากฐานมาตั้งแต่ต้นปี 2565 เมื่อรัฐบาลญี่ปุ่นจัดตั้งทีม Web3 Project Team และกำหนด Web3 เป็นยุทธศาสตร์ชาติ ต่อมาในเดือนมีนาคม 2569 LDP ก็จัดตั้งทีมโครงการนี้อย่างเป็นทางการ และในเดือนเมษายน 2569 คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติการแก้ไขกฎหมายหลักทรัพย์ที่จะจัดให้สินทรัพย์คริปโตเป็นเครื่องมือทางการเงิน ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในปีงบประมาณ 2570
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการที่ญี่ปุ่นเดินหน้าเรื่องนี้อย่างจริงจังนั้นน่าจับตามากในช่วงนี้ เพราะไม่ใช่แค่ประเทศเล็กๆ แต่เป็น G7 ที่มีระบบธนาคารขนาดใหญ่ระดับโลก การที่แบงก์ยักษ์อย่าง Mitsubishi UFJ, Sumitomo Mitsui และ Mizuho จะออก Stablecoin ร่วมกันนั้น ถ้าทำได้จริงจะเป็นก้าวสำคัญมากสำหรับการยอมรับ Stablecoin ในระดับสถาบัน อย่างไรก็ตาม อยากให้ระวังว่านี่ยังคือขั้นข้อเสนอของพรรครัฐบาล ยังต้องผ่านกระบวนการอีกหลายขั้นก่อนจะเห็นผลจริง สิ่งที่น่าจับตาต่อจากนี้คือท่าทีของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ต่อแผน Wholesale CBDC และผลการหารือข้ามกระทรวงเรื่องกฎหมาย Stablecoin ที่ควรจะเห็นความชัดเจนภายในสิ้นปีนี้
ที่มา: @Cointelegraph
เครดิตภาพจาก @Cointelegraph

