bitkub-banner

งานประชุมคริปโตแห่จ้างบอดี้การ์ด หลังแก๊งลักพาตัวระบาดหนักเสี่ยงถูกอุ้มเรียกค่าไถ่

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ในปีที่ผ่านมาการโจมตีทางกายภาพต่อผู้ถือครองคริปโตพุ่งสูงขึ้นถึง 75% ทำให้งานประชุมคริปโตต้องจ้างบอดี้การ์ดมากขึ้นเพื่อยกระดับความปลอดภัย
  • ขณะเดียวกันบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Coinbase และ Gemini ต่างทุ่มเงินหลายล้านดอลลาร์เพื่อจ้างอารักขาผู้บริหาร หวั่นเกิดคดีสะเทือนขวัญเหมือนผู้ก่อตั้ง Ledger
  • ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า รายชื่อและที่อยู่ของผู้ใช้บนเว็บเทรดชื่อดังได้รั่วไหลไปอยู่ในมือของตลาดมืดเรียบร้อยแล้ว ทำให้อาชญากรสามารถลงมือได้อย่างแม่นยำขึ้น

แนวโน้มผลกระทบ: Bearish

รายงานจาก CertiK ระบุว่าสถิติการลักพาตัวและบุกปล้นผู้ถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลพุ่งสูงขึ้นถึง 75% ส่งผลให้งานสัมมนาใหญ่อย่าง รวมถึงบริษัทชั้นนำอย่าง Coinbase และ Gemini ต้องยกระดับมาตรการอารักขาความปลอดภัยระดับสูงสุดด้วยการจ้างบอดี้การ์ดมาปกป้องวิทยากรและผู้บริหารเพื่อไม่ให้ซ้ำรอยโศกนาฏกรรมของผู้ก่อตั้ง Ledger ยิ่งไปกว่านั้น ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นยังส่งผลให้เวิร์กชอปด้านการต่อสู้ป้องกันตัวและการรักษาความปลอดภัยได้รับความนิยมจากนักลงทุนทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ

งานอีเวนต์คริปโต ในอดีตเคยเป็นงานที่บรรดาเหล่านักพัฒนาและผู้ที่หลงใหลในเทคโนโลยีใหม่ต่างได้มาพบปะแลกเปลี่ยนความรู้และเปิดโอกาสให้ผู้มีความสามารถได้เฉิดฉาย แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้ไม่ว่าใครก็ไม่อยากได้แสดงสปอตไลต์ส่องลงมา

สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่าจำนวนของอาชญกรรมแก่ชาวคริปโตที่เกิดขึ้นบนโลกจริงนั้นมีจำนวนพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ป้ายห้อยคอภายในงานอาจกลายเป็นตัวชี้เป้าให้กับโจรลักพาตัวมากกว่าจะถูกใช้เป็นบัตรผ่านภายในงาน 

ด้วยเหตุนี้ ความต้องการในบริการรักษาความปลอดภัยจึงทะยานสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและบีบให้บรรดาผู้จัดงานคริปโตจึงต่างต้องเร่งขยับตัวจ้างบอดี้การ์ดขึ้นเป็นจำนวนมากเพื่อยกระดับความปลอดภัยให้กับแขกผู้ร่วมงาน 

ทั้งนี้ แพลตฟอร์มคริปโตต่างๆ เองก็ได้จ้างการ์ดมาปกป้องผู้บริหารเช่นเดียวกัน เพื่อไม่ให้ซ้ำรอยกับกรณีของ ผู้ก่อตั้ง Ledger ที่ถูกอุ้มไปเรียกค่าไถ่ทั้งครอบครัวจนต้องสูญเสียอวัยวะ โดย Coinbase และ Gemini ต่างทุ่มเงินหลายล้านดอลลาร์เพื่อเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยให้กับผู้บริหาร

หนึ่งในเคสที่เห็นได้ชัดที่สุดคืองาน Bitcoin conference 2026 ที่ ลาส เวกัส ซึ่งมีแขกผู้มีเกียรติชื่อดังจำนวนมากเข้าร่วมงาน ซึ่งประกอบไปด้วยนักธุรกิจไปจนถึงเจ้าหน้าที่รัฐ เช่น Paul Atkins หรือ Cynthia Lummis โดยภายในงานดังกล่าว วิทยากรต่างเดินทางมาพร้อมกับการ์ดส่วนตัวแสดงให้เห็นถึงความซีเรียสของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ขณะเดียวกัน สำหรับผู้เข้าร่วมงานทั่วไปแล้วเวิร์กชอปด้านการป้องกันตัวและทรัพย์สินก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลังมีข่าวการบุกบ้านเพื่อโจรกรรมคริปโตถูกรายงานอยู่บ่อยครั้งในระยะหลัง

CertiK บริษัทด้านความปลอดภัยบล็อกเชนยืนยันว่า การโจมตีทางกายภาพต่อผู้ถือครองคริปโทเคอร์เรนซีได้พุ่งสูงขึ้นกว่า 75% ในปีที่ผ่านมา มีเหตุการณ์เกิดขึ้นกว่า 72 ครั้ง และยังสร้างความเสียหายขั้นต่ำที่มีการเผยออกมาแล้วกว่า 41 ล้านดอลลาร์

สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงมากขึ้นไปอีกเมื่อผู้เชี่ยวชาญยืนยันอีกเสียงว่า ผู้ถือครองคริปโตทุกคนมีสิทธิ์ที่จะตกเป็นเป้าหมายการโจมตีได้ เนื่องจากรายชื่อของผู้ใช้งานที่ได้ลงทะเบียนไว้กับเว็บซื้อขายเกิดการรั่วไหลมาถึงมือของอาชญากร ทำให้ไม่สามารถรู้ตัวได้เลยว่ากำลังตกเป็นเหยื่อตอนไหน กว่าจะรู้ตัวก็อาจสายไปเสียแล้ว 

ในมุมมองของฝั่งอาชญากร การลักพาตัวเพื่อเรียกค่าไถ่คริปโตถือเป็นปฏิบัติการที่มีความเสี่ยงต่ำแต่ได้รับผลตอบแทนสูง เนื่องจากอาชญากรสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของเหยื่อได้ทั้งจากโลกจริง และความเคลื่อนไหวของธุรกรรม ทำให้ทราบแน่ชัดว่าจะสามารถทำกำไรได้เท่าไรจากการลงมือ 

ปัจจุบัน ภัยคุกคามของการซุ่มโจมตีผู้ถือครองคริปโตยังเป็นปัญหาที่ทั่วโลกยังไม่สามารถรับมือได้อย่างดีพอ และฝรั่งเศสก็ยังคงถือเป็นประเทศที่อันตรายที่สุดอันดับต้นๆ สำหรับชาวคริปโต 

ที่มา: Bloomberg


มุมมองผู้เขียน : การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้คือสัญญาณเตือนว่า กระแสการอวดรวยด้วยคริปโตในปี 2026 อาจนำมาซึ่งผลเสียมากกว่าผลดี ดังนั้นถ้าหากเราไม่สามารถจ้างบอดี้การ์ดได้วิธีการที่ง่ายที่สุดของชาวคริปโตอาจเป็นการอยู่เงียบๆ ไม่ทำตัวหวือหวาหรือเดินทางไปยังพื้นที่สุ่มเสี่ยงเพียงลำพัง

​​