bitkub-banner

Glassnode เผย Bitcoin กว่า 30% เสี่ยงถูกโจมตีจากคอมพิวเตอร์ควอนตัม

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Glassnode เผยรายงานวันที่ 19 พ.ค. 2569 ระบุว่า Bitcoin ถึง 30.2% หรือ 6.04 ล้าน BTC เสี่ยงต่อการโจมตีจากคอมพิวเตอร์ควอนตัม โดยแบ่งเป็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง 9.6% และความเสี่ยงจากพฤติกรรมผู้ใช้ 20.6%
  • ความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง 1.92 ล้าน BTC เกิดจากประเภทที่อยู่ที่เปิดเผย Public Key โดยเนื้อแท้ เช่น ที่อยู่แบบ P2PK ยุคแรก และ Multisig รูปแบบเก่า รวมถึง Bitcoin ของ Satoshi Nakamoto ที่ไม่สามารถโยกย้ายได้
  • BIP-360 คือข้อเสนอเพื่อป้องกันการโจมตีควอนตัม แต่ต้องอาศัยการโยกย้ายกองทุนโดยสมัครใจ และยังไม่มีทางออกสำหรับเหรียญยุค Satoshi ที่เสี่ยงถาวร

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

ข่าวนี้เป็นสัญญาณเตือนระยะยาวที่อาจสร้างความกังวลให้นักลงทุนสถาบัน โดยเฉพาะประเด็นที่ว่า Bitcoin กว่า 30% ของ Supply ทั้งหมดมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย แม้ภัยคุกคามจากควอนตัมยังไม่ใกล้เกิดขึ้น แต่การเปิดเผยข้อมูลชัดเจนเช่นนี้อาจเพิ่มแรงกดดันด้านความน่าเชื่อถือของ Bitcoin ในระยะกลาง

บริษัทวิเคราะห์ข้อมูล Blockchain ชั้นนำอย่าง Glassnode ได้เผยแพร่รายงานชื่อ “Measuring Bitcoin’s Quantum-Exposed Supply” เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2569 ระบุว่า Bitcoin รวมกันถึง 6.04 ล้าน BTC หรือ 30.2% ของ Supply ทั้งหมด มีความเสี่ยงต่อการถูกโจมตีจากคอมพิวเตอร์ควอนตัมในอนาคต ตามรายงานจาก Cointelegraph รายงานดังกล่าวแต่งโดย Rafael Schultze-Kraft และแยกแยะความเสี่ยงออกเป็นสองประเภทหลัก โดยเน้นว่าการโจมตีควอนตัมในทางปฏิบัติยังไม่ใกล้เกิดขึ้น และรายงานไม่ได้ตัดสินความปลอดภัยของผู้ดูแลทรัพย์สินรายใดรายหนึ่ง

ความเสี่ยงสองประเภท เชิงโครงสร้างและจากพฤติกรรมผู้ใช้

Glassnode แบ่งความเสี่ยงออกเป็นสองกลุ่มชัดเจน กลุ่มแรกคือ “ความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง” จำนวน 1.92 ล้าน BTC หรือ 9.6% ของ Supply ซึ่งเกิดจากประเภทที่อยู่ที่เปิดเผย Public Key โดยเนื้อแท้อยู่แล้ว ได้แก่ ที่อยู่แบบ Pay-to-Public-Key (P2PK) ในยุคแรกของ Bitcoin โครงสร้าง Multisig รูปแบบเก่า รวมถึง Taproot บางส่วน กลุ่มนี้เป็นปัญหาในระดับโปรโตคอลที่แก้ไขได้ยาก และยังรวมถึงเหรียญของ Satoshi Nakamoto ที่ประเมินกันว่ามีราว 1 ล้าน BTC ซึ่งไม่สามารถโยกย้ายไปยังที่อยู่ที่ปลอดภัยกว่าได้เลย

กลุ่มที่สองคือ “ความเสี่ยงเชิงพฤติกรรม” ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่ามากถึง 4.12 ล้าน BTC หรือ 20.6% ของ Supply เกิดจากพฤติกรรมของผู้ใช้เอง เช่น การใช้ที่อยู่ซ้ำ การใช้จ่ายบางส่วนจากกระเป๋า และวิธีการดูแลทรัพย์สินบางรูปแบบ ที่ส่งผลให้ Public Key ถูกเปิดเผยบน Blockchain รายงานยังระบุว่า Bitcoin จำนวน 1.63 ล้าน BTC ที่อยู่ในความดูแลของกระดานเทรดต่าง ๆ ก็อยู่ในกลุ่มนี้ด้วย โดยมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญระหว่างกระดานเทรดแต่ละแห่ง เช่น Coinbase มีเพียง 5% ที่เสี่ยง ในขณะที่ Binance สูงถึง 85%

BIP-360 ทางออกที่ยังต้องอาศัยความร่วมมือ

ข้อเสนอ Bitcoin Improvement Proposal หมายเลข 360 หรือ BIP-360 ที่มีชื่อทางการว่า Pay-to-Merkle-Root (P2MR) ถูกเสนอโดย Hunter Beast, Ethan Heilman และ Isabel Foxen Duke และได้รับการรวมเข้าสู่คลังข้อเสนอ Bitcoin อย่างเป็นทางการในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 หัวใจของ BIP-360 คือการเพิ่มรูปแบบ Output ที่ป้องกันการโจมตีควอนตัมได้ โดยบังคับให้การใช้จ่าย UTXO ผ่าน Script Path เพื่อลดการเปิดเผย Public Key

อย่างไรก็ตาม BIP-360 ไม่ใช่การอัปเกรดอัตโนมัติ ผู้ใช้ต้องโยกย้ายเหรียญของตนเองไปยังที่อยู่รูปแบบใหม่โดยสมัครใจ และที่สำคัญกว่านั้น เหรียญในกลุ่มความเสี่ยงเชิงโครงสร้างโดยเฉพาะเหรียญ P2PK ยุค Satoshi ไม่สามารถนำเข้าสู่ระบบใหม่นี้ได้ เนื่องจากไม่มีเจ้าของที่สามารถลงนามโยกย้ายได้ ซึ่งหมายความว่าปัญหาในระดับโปรโตคอลอาจต้องการทางออกที่ใหญ่กว่า และอาจเป็นที่ถกเถียงในชุมชน Bitcoin มากขึ้นในอนาคต ทั้งนี้รัฐบาลสหรัฐฯ ยังได้กำหนดให้หน่วยงานต่าง ๆ เลิกใช้การเข้ารหัสแบบ ECDSA ภายในปี 2578 ซึ่งสะท้อนถึงความเร่งด่วนในระดับสถาบันที่มองเห็นความเสี่ยงควอนตัมในระยะยาวเช่นกัน

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานการวิเคราะห์ของ Glassnode ในหลายประเด็น เช่น Glassnode ชี้อย่าตื่นตระหนก! การขายของเจ้ามือ Bitcoin เป็นเพียงการทำกำไรช่วงท้ายวัฏจักร และ Glassnode เผย Long-term Holders ทำกำไร 3.27 ล้าน BTC มูลค่า 362,000 ล้านดอลลาร์ในรอบนี้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า Glassnode มักเผยแพร่ข้อมูลที่มีผลต่อความเชื่อมั่นของตลาดในระยะยาว


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเรื่องนี้เป็นสัญญาณเตือนที่ต้องให้ความสนใจในระยะยาว แต่ยังไม่ใช่เหตุผลที่จะตื่นตระหนกในตอนนี้ เพราะคอมพิวเตอร์ควอนตัมที่มีประสิทธิภาพพอจะโจมตี Bitcoin จริง ๆ ยังเป็นเรื่องของอีกหลายปีข้างหน้า สิ่งที่น่าจับตามากกว่าคือว่าชุมชน Bitcoin จะตัดสินใจจัดการกับเหรียญ Satoshi-era ที่ไม่มีเจ้าของมาโยกย้ายอย่างไร เพราะนั่นคือปมปัญหาที่แก้ยากที่สุด และอาจนำไปสู่การถกเถียงในวงกว้างมากขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าเทคโนโลยีควอนตัมพัฒนาเร็วกว่าที่คาด

ที่มา: Cointelegraph

ภาพจาก AI