สรุปข่าว
- Dankrad Feist นักวิจัยอดีต Ethereum Foundation และที่ปรึกษา Tempo Labs เสนอตั้งองค์กรใหม่มูลค่ามากกว่า $1 พันล้าน เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันของ Ethereum
- องค์กรที่เสนอจะได้รับเงินทุนจากรายได้ Staking อย่างถาวร พร้อมคณะกรรมการที่มีแรงจูงใจในการผลักดันให้มูลค่า ETH เพิ่มขึ้น ท่ามกลางที่ Ethereum Foundation ปัจจุบันถือ ETH ไม่ถึง 0.1% และไม่ได้รับรายได้จาก Staking
- ข้อเสนอนี้ยังไม่มีการยืนยันแหล่งเงินทุนหรือแผนดำเนินงานจริง ต้องจับตาว่าชุมชน Ethereum และ EF จะตอบสนองอย่างไร
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral
ข้อเสนอนี้มีนัยเชิงบวกต่อ ETH ในระยะยาว เพราะสะท้อนความพยายามของชุมชนในการสร้างโครงสร้างที่แข็งแกร่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังเป็นเพียงข้อเสนอที่ยังไม่มีการยืนยันแหล่งเงินทุนหรือกลไกปฏิบัติที่ชัดเจน จึงยังไม่ส่งผลโดยตรงต่อราคา ETH ในระยะสั้น
เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ตามรายงานจาก Cointelegraph Dankrad Feist อดีตนักวิจัยของ Ethereum Foundation และที่ปรึกษาด้านการวิจัยของ Tempo Labs ได้เผยแพร่ข้อเสนอใหม่เพื่อสร้างองค์กรที่มีมูลค่าเริ่มต้นมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อ “ทำให้ Ethereum กลับมาเป็นผู้ชนะ” ในการแข่งขันของวงการบล็อกเชน ข้อเสนอระบุว่าองค์กรใหม่นี้ควรได้รับเงินทุนอย่างถาวรจากรายได้ Staking ของเครือข่าย Ethereum พร้อมมีคณะกรรมการที่ได้รับแรงจูงใจโดยตรงจากการเพิ่มขึ้นของมูลค่า ETH Feist ชี้ให้เห็นว่าในขณะที่ตลาด ETH มีมูลค่ารวมกว่า 2.5 แสนล้านดอลลาร์ การจัดสรรเงิน 1 พันล้านดอลลาร์เพื่อองค์กรเชิงกลยุทธ์ถือว่าสมเหตุสมผลอย่างยิ่ง

ปัญหาของ Ethereum Foundation ในปัจจุบัน
Feist ชี้ให้เห็นจุดอ่อนสำคัญของโครงสร้าง Ethereum Foundation ในปัจจุบัน นั่นคือ EF ถือ ETH ไม่ถึง 0.1% ของจำนวน ETH ทั้งหมด และไม่ได้รับรายได้โดยตรงจาก Staking หรือค่าธรรมเนียมเครือข่าย ส่งผลให้ขาดแรงจูงใจเชิงเศรษฐกิจในการผลักดันให้ราคาและมูลค่าของ ETH เติบโต ข้อเสนอของเขาจึงต้องการแก้ปัญหาตรงนี้ด้วยการจัดตั้งองค์กรใหม่ที่มีผลประโยชน์ผูกกับเครือข่ายโดยตรง พร้อมกลไกการกำกับดูแลที่สามารถปรับระดับเงินทุนได้ตามสถานการณ์
ข้อเสนอนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสการลาออกของบุคลากรระดับสูงจาก Ethereum Foundation ที่ต่อเนื่องมาตลอดช่วงปลายปี 2568 ถึงต้นปี 2569 ซึ่งชุมชนบางส่วนเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “สมองไหล” ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า นักพัฒนาหลัก Ethereum ลาออกจาก EF กว่า 9 คนในปี 2026 และ Ethereum Foundation ระส่ำ บุคลากรระดับสูงลาออกต่อเนื่องสังเวยศึกภายใน ซึ่งเป็นบริบทสำคัญที่ทำให้ข้อเสนอของ Feist ถูกจับตามองเป็นพิเศษ
ความขัดแย้งกับทิศทางของ Ethereum Foundation
น่าสังเกตว่าข้อเสนอของ Feist อาจขัดแย้งกับแนวทาง “The Promise of Ethereum: Introducing the EF Mandate” ที่ Ethereum Foundation เผยแพร่เมื่อเดือนมีนาคม 2569 ซึ่งเน้นย้ำหลักการ cypherpunk และเตือนไม่ให้แลกเปลี่ยนหลักการดังกล่าวเพื่อผลประโยชน์ทางการเงิน แนวคิดเรื่ององค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยรายได้จาก Staking และมีคณะกรรมการที่มุ่งผลักดันราคา ETH อาจถูกมองว่าเป็นการเบี่ยงเบนจากจุดยืนนี้อย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม ต้องเข้าใจว่านี่เป็นมุมมองส่วนตัวของ Feist ในฐานะนักวิจัยอิสระและที่ปรึกษา ไม่ใช่แถลงการณ์อย่างเป็นทางการจาก Ethereum Foundation หลังจากที่เขาลาออกจากตำแหน่งนักวิจัยเต็มเวลาของ EF ในเดือนตุลาคม 2568 เพื่อไปร่วมงานกับ Tempo บล็อกเชน Layer 1 ที่เน้นการชำระเงินและได้รับการสนับสนุนจาก Stripe และ Paradigm โดย Feist ยังคงเป็นที่ปรึกษาด้านการวิจัยให้กับกลุ่ม Protocol Cluster ของ EF อยู่
ข้อเสนอนี้มีโอกาสเป็นจริงแค่ไหน
ข้อเสนอที่ให้นำรายได้จาก Staking มาจัดตั้งองค์กรใหม่นั้น ฟังดูน่าสนใจในเชิงโครงสร้าง แต่การนำไปปฏิบัติจริงยังมีคำถามใหญ่หลายข้อ ทั้งเรื่องใครจะเป็นผู้ตัดสินใจจัดสรรรายได้ Staking จากโปรโตคอล กลไกการกำกับดูแลของคณะกรรมการจะมีรูปแบบใด และจะหลีกเลี่ยงการรวมศูนย์อำนาจได้อย่างไร ซึ่งเป็นจุดที่ชุมชน Ethereum ให้ความสำคัญอย่างมากเสมอมา ปัจจุบันราคา ETH อยู่ที่ $2,138.95 และยังไม่มีสัญญาณว่าข้อเสนอนี้ส่งผลกระทบต่อราคาในระยะสั้น
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าข้อเสนอของ Feist สะท้อนความกังวลที่ชุมชน Ethereum หลายคนมีมานานแล้ว นั่นคือ EF ขาดแรงจูงใจเชิงเศรษฐกิจที่จะผลักดัน ETH ในเชิงรุก แต่การตั้งองค์กรใหม่ที่มีเป้าหมายชัดเจนว่า “ให้ราคา ETH ขึ้น” ก็มีความเสี่ยงด้านอื่นตามมา เพราะการออกแบบโปรโตคอลที่ดีไม่ควรขับเคลื่อนด้วยราคาในระยะสั้น สิ่งที่น่าจับตาต่อจากนี้คือ Ethereum Foundation และ Vitalik Buterin จะตอบสนองต่อข้อเสนอนี้อย่างไร รวมถึงว่าชุมชนจะมีฉันทามติเพียงพอที่จะผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างจริงหรือไม่ เพราะจนถึงตอนนี้มันยังเป็นแค่ข้อเสนอบนกระดาษ
ที่มา: @Cointelegraph
ภาพจาก AI
