bitkub-banner

สหรัฐฯ ทุ่มงบ $2,000 ล้าน ภายในกฏหมาย CHIPS Act หนุนบริษัทควอนตัมรับมือ Q-Day

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • รัฐบาลสหรัฐฯ เตรียมจัดสรรเงินทุนสนับสนุนมูลค่ารวมกว่า 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายใต้กฎหมาย CHIPS Act ให้แก่ 9 บริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ เพื่อเร่งพัฒนาฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ควอนตัมในประเทศ
  • เม็ดเงินก้อนใหญ่จะถูกกระจายไปสู่อุตสาหกรรม นำโดย IBM ที่ได้เงินสนับสนุนสัดส่วน 1,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อสร้างโรงหล่อควอนตัมและผลิตชิปประมวลผลขั้นสูง หวังยกระดับความมั่นคงแห่งชาติ
  • วงการคริปโตจับตาวัน Q-Day หลังคอมพิวเตอร์ควอนตัมอาจมีพลังทำลายล้างระบบรหัสวิทยา เสี่ยงต่อการถอดรหัสลับ เพื่อเข้าควบคุมกระเป๋าเงินบนบล็อกเชนสาธารณะอย่าง Bitcoin และ Ethereum

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Neutral 

การทุ่มงบประมาณของสหรัฐฯ ในครั้งนี้ถือเป็นการวางรากฐานเชิงยุทธศาสตร์ในระยะยาวและไม่ได้ส่งผลกระทบต่อจิตวิทยาการซื้อขายในตลาดระยะสั้น เทคโนโลยีควอนตัมที่มีอานุภาพพังทลายระบบรหัสวิยายังต้องใช้เวลาพัฒนาอีกหลายปี ตลาดจึงไม่ได้ตื่นตระหนก ประกอบกับฝั่งนักพัฒนาบล็อกเชนต่างรับรู้ปัญหานี้และกำลังซุ่มพัฒนาอัลกอริทึมต้านทานควอนตัมอยู่เช่นกัน

รัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้ผลักดันเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ควอนตัม เข้าสู่แผนยุทธศาสตร์เทคโนโลยีขั้นสูงอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยเตรียมจัดสรรเงินทุนสนับสนุนมูลค่ารวมกว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายใต้กฎหมาย CHIPS Act ให้แก่กลุ่มบริษัทผู้พัฒนาฮาร์ดแวร์ควอนตัม ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ในอนาคตอาจมีความสามารถมากพอ ที่จะเจาะระบบรหัสวิทยาที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบันได้ 

โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ได้ประกาศลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนง ร่วมกับบริษัทควอนตัมชั้นนำ 9 แห่ง อาทิ IBM, GlobalFoundries, D-Wave, Rigetti, Infleqtion, PsiQuantum, Quantinuum, Atom Computing และ Diraq 

ซึ่งโครงสร้างของข้อตกลงนี้ จะเปิดทางให้รัฐบาลวอชิงตันเข้าถือหุ้นส่วนน้อย ที่ไม่มีอำนาจควบคุมในแต่ละบริษัท ถือเป็นการขยายนโยบายอุตสาหกรรมเชิงรุกของรัฐบาลที่เคยใช้ได้ผลมาแล้ว กับธุรกิจชิปเซมิคอนดักเตอร์ และแร่หายาก

เจาะลึกเม็ดเงินอุดหนุน และเป้าหมายเพื่อความมั่นคงแห่งชาติ

ภายใต้แผนงานดังกล่าว IBM จะได้รับเงินอุดหนุนก้อนใหญ่ที่สุดจำนวน 1 พันล้านดอลลาร์ เพื่อจัดตั้งบริษัทลูกในการสร้างโรงหล่อควอนตัมแห่งใหม่ มุ่งเน้นการผลิตแผ่นเวเฟอร์ตัวนำยิ่งยวดเกรดควอนตัม 

ขณะที่ GlobalFoundries คาดว่า จะได้รับเงิน 375 ล้านดอลลาร์เพื่อสร้างกำลังการผลิตฮาร์ดแวร์ควอนตัมที่หลากหลายภายในประเทศ 

ส่วนงบประมาณที่เหลือจะถูกกระจายเพื่อแก้ไขจุดคอขวดในระบบควอนตัมประเภทต่างๆ 

ด้าน Howard Lutnick รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ระบุว่า เม็ดเงินลงทุนครั้งใหญ่นี้จะช่วยยกระดับขีดความสามารถด้านควอนตัมของอเมริกา โดยการให้เงินทุนในครั้งนี้เป็นทั้งการผลักดันภาคการผลิตในประเทศ และเป็นการวางเดิมพันเพื่อความมั่นคงแห่งชาติไปพร้อมกัน

ภัยคุกคามต่อโลกคริปโต เมื่อ “Q-Day” กำลังขยับเข้าใกล้ความเป็นจริง

สำหรับอุตสาหกรรมคริปโตเคอร์เรนซี การประกาศงบประมาณครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสการถกเถียงที่รุนแรงขึ้นเกี่ยวกับวัน “Q-Day” ซึ่งเป็นคำสั้นๆ ที่ใช้เรียกจุดเวลาในอนาคตที่คอมพิวเตอร์ควอนตัมอันทรงพลังจะสามารถถอดรหัสลับที่ปกป้องเครือข่าย Bitcoin, Ethereum, ระบบธนาคาร รวมถึงการสื่อสารที่เข้ารหัสทั่วโลกได้ 

ความเสี่ยงที่แท้จริงในประเด็นนี้ ไม่ใช่การที่ Bitcoin จะล่มสลายหรือพังทลายลงในวันพรุ่งนี้แต่เป็นความจริงทางเทคนิคที่ว่า บล็อกเชนสาธารณะมีกฎเหล็กที่ไม่มีใครสามารถเข้าไปแก้ไขข้อมูลย้อนหลังได้ตามใจชอบ 

ดังนั้น การจะปรับปรุงหรือเปลี่ยนระบบความปลอดภัยเพื่อหนีภัยคุกคามจาก “เทคโนโลยีควอนตัม” จึงจำเป็นต้องใช้เวลา และกระบวนการที่ยาวนานมากในการประสานงานให้เหล่านักพัฒนา นักขุด และผู้ดูแลระบบทั่วโลกเห็นพ้องต้องกันเพื่อร่วมมือกันอัปเกรดระบบหลังบ้าน 

ซึ่งจุดตายอยู่ตรงที่ว่า ชุมชน Bitcoin จะต้องเร่งทำข้อตกลง และเปลี่ยนผ่านระบบนี้ให้สำเร็จทันเวลา ก่อนที่คอมพิวเตอร์ควอนตัมที่มีพลังประมวลผลมหาศาลจนสามารถถอดรหัสลับของกระเป๋าเงินดิจิทัลได้ จะถูกนำมาใช้งานจริงในวงกว้าง

ที่มา : cryptoprowl


มุมมองผู้เขียน : แม้ว่าแผนการให้ทุนของสหรัฐฯ ในรอบนี้จะไม่ได้ทำให้การถอดรหัสด้วยควอนตัมเกิดขึ้นในเร็ววัน แต่มันเป็นหลักฐานชั้นดีที่แสดงให้เห็นว่า รัฐบาลมหาอำนาจมองเทคโนโลยีควอนตัมเป็นเรื่องสำคัญ เกินกว่าจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตลาดเอกชนเพียงอย่างเดียว