สรุปข่าว
- Sundar Pichai ประกาศในงาน Google I/O 2026 ว่า Google ประมวลผล Token มากกว่า 3.2 ล้านล้านล้าน Token ต่อเดือน ทั่วทุกผลิตภัณฑ์
- ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้น 7 เท่าเมื่อเทียบปีต่อปี จาก 480 ล้านล้าน Token ต่อเดือนในงาน I/O 2025 และอยู่ที่เพียง 9.7 ล้านล้าน Token เมื่อปี 2567
- การเติบโตนี้สะท้อนให้เห็นการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ขนาดมหาศาลของ Google รวมถึงชิป TPU รุ่นที่ 8 และงบลงทุนปีนี้ที่คาดว่าจะสูงถึง 1.8-1.9 แสนล้านดอลลาร์
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การเติบโตของโครงสร้างพื้นฐาน AI ในระดับนี้ส่งผลดีต่อตลาดคริปโตในแง่ของความต้องการพลังงานและโทเคนที่เกี่ยวกับ AI/GPU Computing รวมถึง Decentralized AI Projects ที่อาจได้รับประโยชน์จากกระแสความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่พุ่งสูงขึ้น การลงทุนมหาศาลของบริษัทเทคยักษ์ใหญ่ยังสนับสนุนความเชื่อมั่นของนักลงทุนในภาคเทคโนโลยีโดยรวมด้วย
เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ในงาน Google I/O 2026 ซีอีโอ Sundar Pichai ประกาศตัวเลขที่สะเทือนวงการ AI โดยระบุว่า Google กำลังประมวลผลมากกว่า 3.2 ล้านล้านล้าน Token ต่อเดือน (Quadrillion) ทั่วทุกผลิตภัณฑ์ของบริษัท ตามรายงานจาก Cointelegraph ตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นถึง 7 เท่าเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว จาก 480 ล้านล้าน Token ต่อเดือนในงาน I/O 2025 และห่างไกลอย่างมากจากเพียง 9.7 ล้านล้าน Token เมื่อเดือนพฤษภาคม 2567 นอกจากนี้ Google ยังรายงานว่าขณะนี้ระบบ API ของโมเดลต่าง ๆ ประมวลผลอยู่ที่ประมาณ 1.9 หมื่นล้าน Token ต่อนาที Pichai ยังประกาศให้นี่คือจุดเริ่มต้นของ “ยุค Gemini ที่ขับเคลื่อนด้วย AI Agent” อย่างเป็นทางการ
การเติบโตที่ก้าวกระโดดในเวลา 2 ปี
กราฟจาก a16z ที่แสดงในงาน Google I/O 2026 สะท้อนเส้นทางการเติบโตที่แทบไม่น่าเชื่อ เมื่อเดือนพฤษภาคม 2567 Google ประมวลผลอยู่ที่ 9.7 ล้านล้าน Token ต่อเดือน จากนั้นภายในปีเดียวพุ่งขึ้นสู่ 480 ล้านล้าน Token และตอนนี้ในเดือนพฤษภาคม 2569 ทะลุ 3.2 ล้านล้านล้าน Token ซึ่งเป็นตัวเลขที่ก้าวข้ามหน่วยวัดจากล้านล้าน (Trillion) ไปสู่ระดับ Quadrillion เป็นครั้งแรก
การเพิ่มขึ้นนี้ไม่ได้มาจากทิศทางเดียว แต่ครอบคลุมทั้งการใช้งานภายในผลิตภัณฑ์ Google เอง อย่าง Gmail, Google Docs, Search, YouTube และ Android ที่บูรณาการฟีเจอร์ Gemini เข้าไปแล้ว รวมถึงความต้องการจากภายนอกโดยนักพัฒนาและองค์กรธุรกิจที่ใช้ Gemini API ซึ่งปัจจุบันมีนักพัฒนามากกว่า 8.5 ล้านรายที่สร้างแอปผ่านโมเดล Gemini ในแต่ละเดือน และในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา มีลูกค้า Google Cloud มากกว่า 375 รายที่ประมวลผล Token เกิน 1 ล้านล้าน Token ต่อราย
โครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ Google ทุ่มลงทุนมหาศาล
เพื่อรองรับการเติบโตในระดับนี้ Google ได้ประกาศงบลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI สำหรับปี 2569 ที่คาดว่าจะอยู่ที่ราว 1.8-1.9 แสนล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นประมาณ 6 เท่าจากที่ใช้จ่ายไปราว 3.1 หมื่นล้านดอลลาร์เมื่อปี 2565 โดยหนึ่งในการลงทุนสำคัญคือชิปประมวลผล AI ที่ Google พัฒนาเอง ได้แก่ Tensor Processing Units (TPU) รุ่นที่ 8 ทั้งแบบ TPU 8t และ 8i ที่เพิ่งประกาศตัว
นอกจากนี้ Google ยังเปิดตัว Gemini 3.5 Flash โมเดล AI ตัวใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อความเร็วในการทำงานและการลดต้นทุนสำหรับองค์กร โดยพร้อมใช้งานทั้งในผลิตภัณฑ์ของ Google และผ่าน API ตั้งแต่วันที่ 19 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป ตัวเลขทั้งหมดที่ประกาศนี้ล้วนเป็นการรายงานด้วยตัว Google เอง แต่ก็สะท้อนให้เห็นแนวโน้มที่ชัดเจนว่า AI กำลังเปลี่ยนจากการทดลองในห้องแล็บไปสู่การใช้งานจริงในระดับอุตสาหกรรม
ผลกระทบต่อตลาด AI และคริปโต
การเติบโตของโครงสร้างพื้นฐาน AI ในระดับนี้มีความเกี่ยวข้องกับโลกคริปโตโดยตรง เนื่องจากความต้องการพลังการประมวลผลที่พุ่งสูงขึ้นต่อเนื่องส่งแรงดึงต่อโทเคนและโปรเจกต์ที่เกี่ยวกับ AI และ Decentralized Computing โดยเฉพาะกลุ่มที่พยายามสร้างโครงสร้างพื้นฐาน GPU Computing แบบกระจายศูนย์ เช่น Render Network, Akash Network และอื่น ๆ ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Google เข้าถือหุ้น 14% ใน TeraWulf กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่สุดในบริษัทเหมืองขุดบิตคอยน์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า Google กำลังมองหาพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI อย่างจริงจัง และเส้นทางนั้นมาบรรจบกับโลกคริปโตอยู่เสมอ
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าตัวเลข 3.2 ล้านล้านล้าน Token ต่อเดือนนี้ไม่ใช่แค่ตัวเลขน่าตื่นตาที่ Google หยิบมาโชว์ในงาน I/O แต่มันคือสัญญาณที่บอกว่าเราอยู่ในยุคที่ AI เปลี่ยนจาก “ของเล่นเทคนิค” เป็น “โครงสร้างพื้นฐานของธุรกิจ” แล้วจริง ๆ การที่ตัวเลขเพิ่มขึ้น 7 เท่าในปีเดียว และ 300 กว่าเท่าในสองปี บ่งชี้ว่าการแข่งขันในพื้นที่นี้กำลังเดือดขึ้นอย่างรวดเร็ว สิ่งที่น่าจับตาถัดไปคือว่า Microsoft Azure/OpenAI, AWS/Anthropic และ Meta จะตอบสนองอย่างไร เพราะถ้าทุกรายเติบโตในอัตราใกล้เคียงกัน ความต้องการพลังงานและชิปประมวลผลของโลกในอีก 2-3 ปีข้างหน้าจะเป็นตัวเลขที่เราแทบจินตนาการไม่ออกในตอนนี้ และนั่นหมายความว่าโปรเจกต์คริปโตที่เชื่อมต่อกับโครงสร้างพื้นฐาน AI ยังมีเรื่องราวให้เล่าอีกยาวไกล
ที่มา: @Cointelegraph
เครดิตภาพจาก @AfriFintech

