สรุปข่าว
- Bitcoin ร่วงลง 2.95% ในวันที่ 23 พ.ค. 2569 ราคาหลุดแตะ $74,607 โดยมีจุดต่ำสุดในรอบ 24 ชั่วโมงที่ $74,478 และจุดสูงสุดที่ $77,434
- แรงขายที่สะสมตั้งแต่ราคาแตะจุดสูงสุดระยะสั้นที่ $82,146 เมื่อวันที่ 11 พ.ค. ดันราคาลงมาแล้วกว่า 9% ภายในเวลาไม่ถึงสองสัปดาห์ ขณะที่ปริมาณซื้อขายรอบนี้อยู่ที่ 3.3 หมื่นล้านดอลลาร์
- ราคากำลังทดสอบขอบล่างของกรอบการแกว่งตัว 8 สัปดาห์ระหว่าง $66,000 ถึง $82,000 ตลาดต้องจับตาว่าแรงซื้อจะกลับมาพยุงได้หรือไม่
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
การดิ่งลงครั้งนี้สะท้อนแรงขายที่ต่อเนื่องนับตั้งแต่ราคาถูกปฏิเสธจากกรอบบนที่ $82,000 ซึ่งเป็นแนวต้านหลักของกรอบระยะกลาง ประกอบกับบริบทขาลงระยะยาวที่ยังไม่สิ้นสุด ทำให้ตลาดยังคงมีความเสี่ยงด้านต่ำอย่างมีนัยสำคัญ
Bitcoin ร่วงหนักลง 2.95% ในวันที่ 23 พ.ค. 2569 ราคาดิ่งหลุดแตะ $74,607 ต่ำกว่าระดับจิตวิทยา $75,000 พร้อมจุดต่ำสุดรายวันที่ $74,478 ขณะที่จุดสูงสุดในรอบ 24 ชั่วโมงอยู่ที่เพียง $77,434 เท่านั้น สะท้อนให้เห็นว่าแรงซื้อยังไม่สามารถพยุงราคาให้กลับขึ้นไปได้เลยตลอดทั้งวัน

มูลค่าตลาดรวมของ Bitcoin ในขณะนี้อยู่ที่ราว 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ พร้อมปริมาณซื้อขายใน 24 ชั่วโมงที่ 3.3 หมื่นล้านดอลลาร์ ตัวเลขดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าตลาดยังคงมีสภาพคล่องพอสมควร แต่แรงขายกลับมีน้ำหนักมากกว่าแรงซื้ออย่างชัดเจน
เส้นทางสู่จุดนี้ กว่า 10 เดือนของขาลง
เพื่อเข้าใจว่าราคา $74,607 มีความหมายอะไร ต้องย้อนกลับไปดูภาพรวม Bitcoin แตะจุดสูงสุดตลอดกาลที่ $123,561 ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2568 ก่อนที่ราคาจะเข้าสู่วัฏจักรขาลงที่ยืดเยื้อมาจนถึงปัจจุบัน คิดเป็นการสูญเสียมูลค่าไปแล้วราว 40% จากจุดสูงสุด
จากนั้นในช่วงกลางเดือนมีนาคม 2569 ราคาได้แตะจุดต่ำสุดแถว $66,000 ก่อนจะดีดตัวขึ้นและเริ่มสร้างกรอบแกว่งตัวระหว่าง $66,000 ถึง $82,000 ซึ่งกินเวลาราว 8 สัปดาห์ ในกรอบนี้เองที่ราคาพยายามทะลุขึ้นไปทดสอบ $82,146 เมื่อวันที่ 11 พ.ค. แต่ก็ถูกปฏิเสธและย้อนกลับลงมาอย่างรุนแรง การลดลงสะสมนับตั้งแต่นั้นอยู่ที่ประมาณ 9% และราคากำลังใกล้ขอบล่างของกรอบอีกครั้ง
แรงกดดันมาจากไหน ปัจจัยที่ตลาดต้องติดตาม
ในเชิงมหภาค ตลาดคริปโตยังคงเผชิญกับแรงกดดันจากทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่ยังคงรักษาท่าทีระมัดระวังในการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ความไม่แน่นอนด้านนี้ทำให้สินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin ถูกกดดันจากนักลงทุนที่ยังไม่กล้ารับความเสี่ยงเต็มที่
ในด้านเทคนิค แท่งเทียน 4 ชั่วโมงล่าสุดแสดงให้เห็นแรงขายที่เร่งตัวขึ้นเมื่อราคาเข้าใกล้โซน $74,500 ซึ่งบ่งชี้ว่าผู้เล่นในตลาดส่วนหนึ่งกำลังลดการถือครองในขณะที่ราคายังอยู่ในกรอบ ขณะเดียวกันข้อมูลกระแสเงินไหลเข้าผลิตภัณฑ์ Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ตลาดจับตามอง เนื่องจากการชะลอตัวของกระแสเงินไหลเข้ามักสะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันที่ลดลง
กรอบระยะกลางยังอยู่ครบ สิ่งที่ตลาดต้องจับตาต่อจากนี้
แม้การร่วงลงครั้งนี้จะดูน่ากังวล แต่ในเชิงโครงสร้างตลาด ราคาปัจจุบันยังคงอยู่ภายในกรอบแกว่งตัวระยะกลางที่สร้างมาตั้งแต่เดือนมีนาคม นั่นหมายความว่าการเคลื่อนไหวในครั้งนี้ยังถือเป็นการแกว่งตัวในกรอบตามปกติ ไม่ใช่การพังทลายของโครงสร้างใหม่
สิ่งที่ตลาดต้องจับตาในระยะต่อไปคือการตอบสนองของราคาเมื่อเข้าใกล้โซนล่างของกรอบแถว $66,000 ถึง $69,000 หากแรงซื้อกลับมาในโซนนี้ได้ ก็อาจเห็นการแกว่งกลับขึ้นมาในกรอบเดิมอีกครั้ง แต่ถ้าราคาหลุดลงไปต่ำกว่า $66,000 ได้อย่างชัดเจน นั่นอาจเป็นสัญญาณที่สำคัญกว่าที่ตลาดต้องประเมินใหม่ทั้งหมด
ความเห็นผู้เขียน
ส่วนตัวผมมองว่าสิ่งที่น่าเป็นห่วงในรอบนี้ไม่ใช่ตัวเลข 2.95% แต่เป็นรูปแบบที่เกิดซ้ำ Bitcoin พยายามทะลุ $82,000 ไม่ได้แล้วก็ถูกเทขายย้อนกลับทุกครั้ง สะท้อนให้เห็นว่าแรงซื้อในกรอบบนยังไม่แข็งแกร่งพอ ขณะที่ภาพใหญ่ยังเป็นขาลงที่สืบเนื่องมาตั้งแต่จุดสูงสุดตลอดกาล
ผมคิดว่าสิ่งที่ทำให้รอบนี้น่าติดตามเป็นพิเศษคือการที่ราคากำลังเดินหน้าทดสอบขอบล่างของกรอบอีกครั้ง หลังจากที่เพิ่งเด้งขึ้นมาจากโซนนั้นไม่นาน ถ้าตลาดไม่สามารถดูดซับแรงขายได้ในโซนนี้ โครงสร้างของกรอบ 8 สัปดาห์ก็อาจถูกทดสอบอย่างจริงจังในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกคนที่ถือ Bitcoin อยู่ควรติดตามอย่างใกล้ชิดครับ
คริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวนและผลตอบแทนในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต ก่อนตัดสินใจลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ บทความนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน
ภาพจาก AI

