bitkub-banner

Trump เตรียมเซ็น CLARITY Act กฎหมายคริปโตสหรัฐฯ รอผ่านวุฒิสภา

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Trump ประกาศพร้อมลงนาม CLARITY Act เมื่อร่างกฎหมายผ่านสภาคองเกรสมาถึงโต๊ะ แต่ปัจจุบันยังอยู่ในขั้นตอนวุฒิสภา
  • CLARITY Act ผ่านสภาผู้แทนราษฎรด้วยคะแนน 294 ต่อ 134 เมื่อ ก.ค. 2568 และคณะกรรมการวุฒิสภาลงมติ 15-9 ให้ส่งต่อเมื่อ 14 พ.ค. 2569 แต่ยังต้องผ่านการโหวตเต็มสภาและอาจต้องการ 60 เสียงเพื่อตัดการยืดเวลาอภิปราย
  • ทำเนียบขาวตั้งเป้าให้ Trump เซ็นกฎหมายนี้ราวช่วง 4 ก.ค. 2569 ซึ่งหากสำเร็จจะเป็นหมุดหมายสำคัญที่สุดของกฎหมายคริปโตสหรัฐฯ

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

การที่ Trump ยืนยันพร้อมเซ็น CLARITY Act เป็นสัญญาณบวกอย่างมากสำหรับตลาดคริปโต เพราะกฎหมายนี้จะแก้ปัญหาความไม่ชัดเจนด้านกฎระเบียบที่กดดันตลาดมานานหลายปี อย่างไรก็ตาม ยังต้องรอให้ผ่านวุฒิสภาก่อน ซึ่งมีประเด็นปลีกย่อยหลายเรื่องที่ยังต้องเจรจา

ในช่วงเช้าของวันที่ 24 พ.ค. 2569 ตามเวลาไทย ชุมชนคริปโตใน X ต่างแชร์การคาดการณ์ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมพร้อมลงนามใน Digital Asset Market Clarity Act หรือ CLARITY Act กฎหมายที่จะวางกรอบกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างครอบคลุมในสหรัฐฯ ตามรายงานจาก Crypto Rover บน X อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงที่ต้องย้ำคือ ณ ขณะนี้ ร่างกฎหมายดังกล่าวยังไม่ได้ผ่านการโหวตเต็มสภาของวุฒิสภา จึงยังไม่ถึงมือ Trump สำหรับการลงนาม ทำเนียบขาวตั้งเป้าไว้ว่าอาจเกิดขึ้นราวช่วงวันที่ 4 ก.ค. 2569

CLARITY Act อยู่ที่ไหนในกระบวนการนิติบัญญัติ

CLARITY Act มีชื่อเต็มว่า Digital Asset Market Clarity Act มีจุดมุ่งหมายเพื่อยุติความขัดแย้งด้านอำนาจหน้าที่ระหว่าง ก.ล.ต. สหรัฐฯ (SEC) และคณะกรรมการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้า (CFTC) โดยจะแบ่งประเภทสินทรัพย์ดิจิทัลออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ สินทรัพย์ที่เป็นสินค้าโภคภัณฑ์ดิจิทัล (อยู่ภายใต้ CFTC) สินทรัพย์จากสัญญาลงทุน (ยังอยู่ภายใต้ SEC) และสเตเบิลคอยน์สำหรับการชำระเงิน (มีกรอบกำกับดูแลแยกต่างหาก)

ร่างกฎหมายนี้ผ่านสภาผู้แทนราษฎรด้วยคะแนนเสียงข้ามพรรค 294 ต่อ 134 เมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2568 ถือเป็นชัยชนะครั้งสำคัญ ต่อมาเมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2569 คณะกรรมการธนาคารวุฒิสภาลงมติ 15 ต่อ 9 ส่งต่อร่างกฎหมายสู่การพิจารณาเต็มสภา อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นที่ต้องเจรจาต่อ เช่น กฎจริยธรรมสำหรับเจ้าหน้าที่ที่อาจมีผลประโยชน์ทับซ้อนจากอุตสาหกรรมคริปโต ขีดจำกัดดอกผลบน Stablecoin และมาตรการป้องกันการฟอกเงิน

Trump ยืนยันพร้อมเซ็น และบริบทกฎหมายคริปโตที่กว้างขึ้น

Trump ได้ให้คำมั่นซ้ำหลายครั้งว่าต้องการทำให้สหรัฐฯ เป็น “เมืองหลวงคริปโตของโลก” และพร้อมเซ็น CLARITY Act ทันทีที่ร่างกฎหมายผ่านสภาคองเกรสมาถึงโต๊ะ ก่อนหน้านี้ Trump ได้เซ็น GENIUS Act ซึ่งเป็นกฎหมายกำกับดูแล Stablecoin ไปแล้วเมื่อวันที่ 18 ก.ค. 2568 ถือเป็นกฎหมายคริปโตฉบับแรกที่ผ่านในยุคของเขา CLARITY Act จะเป็นกฎหมายฉบับถัดไปที่จะเติมเต็มกรอบกำกับดูแลตลาดคริปโตสหรัฐฯ ให้สมบูรณ์

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ทำเนียบขาวตั้งเป้าดัน Clarity Act ผ่านสภาภายใน 4 ก.ค. นี้ และ สภาคองเกรสเจอเดดไลน์บีบ เร่งผ่านร่างกฎหมายคริปโต CLARITY Act ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ามีแรงกดดันทางการเมืองอย่างชัดเจนให้เร่งผ่านกฎหมายนี้ก่อนช่วงวันหยุดแห่งชาติ


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่า CLARITY Act เป็นกฎหมายที่สำคัญมากจริงๆ เพราะปัญหาเรื่องความไม่ชัดเจนว่าโทเคนไหนเป็น “หลักทรัพย์” หรือ “สินค้าโภคภัณฑ์” นั้นกดดันอุตสาหกรรมคริปโตในสหรัฐฯ มานานหลายปี ถ้าผ่านได้จริงก็จะเปิดทางให้โปรเจกต์ใหม่ๆ และธุรกิจสถาบันเข้ามาในตลาดได้มากขึ้น แต่ที่น่าเป็นห่วงคือประเด็นในวุฒิสภายังมีอีกหลายจุดที่อาจดึงเวลาออกไป โดยเฉพาะเรื่องจริยธรรมและผลประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งบางคนมองว่าตั้งใจโยงกับธุรกิจคริปโตของตระกูล Trump โดยตรง จึงยังต้องจับตาดูว่าวุฒิสภาจะผ่านได้ทันก่อน 4 ก.ค. จริงไหม

ที่มา: @cryptorover

เครดิตภาพจาก @_blue25a11