สรุปข่าว
- Pump.fun แพลตฟอร์ม launchpad ชื่อดังบน Solana ได้เปิดตัว GO แพลตฟอร์ม bounty ใหม่ล่าสุดชูสโลแกน Pay ANYONE to do ANYTHING ให้ผู้ใช้จ่ายเงินจ้างใครทำอะไรก็ได้ตามต้องการ
- หลังเปิดตัวเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็มีผู้สร้างภารกิจแปลกและเสี่ยงอันตรายเข้ามานับร้อยรายการ เช่น การจ้างสักชื่อเหรียญบนหน้าผาก หรือการไลฟ์สดลาออกจากงานเพื่อแลกเงินรางวัล
- นักวิเคราะห์แสดงความกังวลว่าระบบคัดกรองและระบบ escrow ของแพลตฟอร์มอาจไม่เพียงพอต่อการสกัดกั้นภารกิจที่เป็นอันตราย ซึ่งเคยเป็นประเด็นรุนแรงมาแล้วในอดีต
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral
แม้แพลตฟอร์มจะมีปริมาณกิจกรรมและเม็ดเงินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากการเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ แต่ลักษณะกิจกรรมเน้นไปที่การสร้างกระแสไวรัลและความบันเทิง จึงยังไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อโครงสร้างราคาของเหรียญ SOL หรือระบบนิเวศในเชิงพื้นฐาน
Pump.fun แพลตฟอร์ม launchpad ของ Solana ได้ประกาศเปิดตัวแพลตฟอร์ม bounty ในชื่อ GO อย่างเป็นทางการเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยมาพร้อมกับคอนเซปต์สุดท้าทายที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถจ่ายเงินจ้างใครก็ได้ให้ทำอะไรก็ได้
ส่งผลให้มีผู้ใช้งานหลั่งไหลเข้ามาสร้างภารกิจแปลกๆ และแฝงไปด้วยความเสี่ยงเป็นจำนวนมากภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากเปิดตัวฟีเจอร์นี้
ทางผู้พัฒนาได้ระบุผ่าน X ว่า มนุษย์และเงินคือเครื่องมือที่มีพลังมากที่สุดในโลก และพวกเขากำลังนำทั้งสองสิ่งนี้มารวมกันผ่านแพลตฟอร์ม GO เพื่อให้ทุกคนสามารถสร้างหรือพิชิตภารกิจใดก็ได้เพื่อรับรางวัลแบบไม่จำกัด
วิธีการใช้งานคือผู้ใช้ต้องเชื่อมต่อบัญชี X และกระเป๋าเงินคริปโต จากนั้นก็สามารถโพสต์ตั้งภารกิจพร้อมล็อกเงินรางวัลเริ่มต้นที่ 5 ดอลลาร์ไว้ในระบบ escrow เพื่อให้ทีมงานตรวจสอบและอนุมัติการจ่ายเงินเมื่อภารกิจสำเร็จ
ปัจจุบันแพลตฟอร์ม GO มีภารกิจที่ยังเปิดอยู่ 234 รายการ มีผู้ส่งผลงานเข้ามาแล้ว 494 ครั้ง และมีมูลค่าเงินรางวัลรวมที่ยังไม่มีผู้พิชิตสูงถึง 118,000 ดอลลาร์
ภารกิจที่มีมูลค่ารางวัลสูงสุดในตอนแรกคือการจ้างกระโดดร่มลงกลางสนามแข่งขัน World Cup พร้อมใส่ชุดมาสคอตเหรียญมีมด้วยเงินรางวัลสูงถึง 50,000 ดอลลาร์ โดยต้องมีหลักฐานวิดีโอจริงที่ไม่ใช่ AI แต่ทว่ารายการดังกล่าวได้ถูกลบออกจากระบบไปแล้ว
สำหรับภารกิจแปลกๆ ที่ยังคงอยู่และมีมูลค่ารางวัลสูงในอันดับต้นๆ ได้แก่ การจ้างไปสัมภาษณ์บุคคลที่เกี่ยวข้องในคดีดังด้วยเงินรางวัลประมาณ 23,525 ดอลลาร์ รวมถึงภารกิจท้าทายอย่างการทำลายสถิติโลกในการวิ่ง การจัดขบวนพาเหรดกลุ่มคนแยกตัวจากสังคมใน New York
นอกจากนี้ยังมีภารกิจสุดแผลงอย่างการจ้างเผารถยนต์ที่ติดป้ายแบรนด์เหรียญมีม การวิ่งเปลือยลงสนามแข่งขันบาสเกตบอล NBA การตดใส่เมกะโฟนในห้องเรียน หรือการจ้างสักชื่อย่อเหรียญบนหน้าผากด้วยเงินรางวัลราว 2,650 ดอลลาร์
มีรายงานว่ามีผู้ใช้รายหนึ่งได้เข้าร่วมภารกิจจ้างลาออกจากงานผ่านกล้องวิดีโอเพื่อแลกกับเงินรางวัลประมาณ 2,876 ดอลลาร์ โดยเขาได้ทำการสตรีมผ่านแพลตฟอร์ม Kick และเปิดเผยว่าตนเองถูกไล่ออกจากงานอีกแห่งหนึ่งในระหว่างนั้นด้วย
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเงินรางวัลที่มีการจ่ายออกไปจริงในปัจจุบันยังค่อนข้างน้อย โดยผู้ที่ทำรายได้สูงสุดเพิ่งได้รับเงินไปเพียง 487.11 ดอลลาร์เท่านั้น ในขณะที่ผู้ตั้งรางวัลที่จ่ายเงินมากที่สุดมียอดรวมอยู่ที่ 1,707 ดอลลาร์จากทั้งหมด 11 ภารกิจ
Musheer Ahmed ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการของ Finstep Asia ได้แสดงความคิดเห็นว่า ระบบคัดกรองเนื้อหาและระบบ escrow ของ Pump.fun อาจจะไม่เพียงพอที่จะสกัดกั้นภารกิจที่เป็นอันตรายออกจากแพลตฟอร์มได้
เขาระบุว่ากระบวนการตรวจสอบเหล่านี้มักจะเป็นแบบอัตโนมัติซึ่งเคยพิสูจน์แล้วว่าไม่มีประสิทธิภาพเต็ม 100% บนแพลตฟอร์มใหญ่อย่าง Instagram หรือ X และผู้ใช้งานก็ยังสามารถแอบไปตกลงจ่ายเงินกันนอกแพลตฟอร์มได้อยู่ดี
เขามองว่าฟีเจอร์นี้เป็นเพียงกลยุทธ์ในการดึงดูดกลุ่มผู้ใช้งานทั่วไปที่ไม่ได้คุ้นเคยกับคริปโตให้เข้ามาในระบบ โดยเลียนแบบคอนเซปต์การสร้างคอนเทนต์แนวท้าทายของครีเอเตอร์ชื่อดังอย่าง MrBeast ซึ่งแท้จริงแล้วไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับวงการโทเคนหรือคริปโตโดยตรง
เหตุการณ์ในลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับ Pump.fun เพราะในอดีตระบบสร้างแรงจูงใจให้คนทำภารกิจแผลงๆ แลกเงินเคยสร้างความปั่นป่วนจนถึงขั้นต้องปิดฟีเจอร์ livestreaming ไปรอบหนึ่งในปี 2024 หลังจากเกิดกรณีการทารุณกรรมสัตว์และการทำร้ายตัวเอง
ก่อนที่จะมีการนำฟีเจอร์ livestreaming กลับมาอีกครั้งในช่วงต้นปี 2025 พร้อมระบบคัดกรองที่เข้มงวดขึ้น และพยายามเชื่อมโยงกระแสไวรัลเข้ากับตลาดซื้อขายสินทรัพย์ในปัจจุบัน
ที่มา: X
มุมมองส่วนตัวผมประเมินว่าแพลตฟอร์ม GO ของ Pump.fun เป็นการตอกย้ำกระแส Attention Economy ในโลก Web3 ที่เริ่มมีความก้าวร้าวและเสี่ยงอันตรายขึ้นเรื่อยๆ ครับ แม้จะช่วยสร้างกระแสไวรัลและดึงดูดผู้ใช้หน้าใหม่ได้ดี แต่ความเสี่ยงด้านจริยธรรมและข้อกฎหมายจากภารกิจสุดโต่งเหล่านี้น่าจะเป็นระเบิดเวลาที่แพลตฟอร์มต้องคอยระวังอย่างใกล้ชิดครับ

