bitkub-banner

ราคา Bitcoin ร่วงอย่างรุนแรงหลุดทะลุ $59,500 แย่สุดนับแต่มีการเปิดตัว Bitcoin ETF

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Bitcoin ร่วงลงมาแตะ $59,444 ลดลงมาเกินกว่า 5% ใน 24 ชั่วโมง และ -16% จากสัปดาห์ที่แล้วที่ $73,418 ซึ่งถือเป็นช่วงที่แย่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2024 โดย All Time High ยังคงอยู่ที่ $126,210 จากเดือนตุลาคม 2025
  • Bitcoin ETF ไม่มีวันที่เม็ดเงินไหลเข้ามาสุทธิเป็นบวกเลยเช่นกันนับตั้งแต่วันที่ 13 พฤษภาคม 2026 รวมวันที่เม็ดเงินไหลออกด้วยแล้วทั้งหมดกว่า $4,400 ล้านดอลลาร์ใน 13 วันติดต่อกัน ซึ่งเป็นสถิติติดต่อกันที่ยาวที่สุดนับตั้งแต่ ETF เปิดตัว
  • Citigroup ชี้ว่าเม็ดเงินลงทุนที่ไหลออกจาก ETF เป็นตัวขับเคลื่อนหลักของการร่วง ไม่ใช่การขาย 32 BTC ของ Strategy ซึ่งเป็นจำนวนน้อยมากในเชิงตัวเลข แต่ส่งสัญญาณจิตวิทยาที่กระทบกับภาพที่พวกเขาย้ำกับตลาดเสมอว่าจะ “ไม่มีวันขาย”

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish

สัญญาณ Fear & Greed ที่ 12/100 และการล้าง leverage อาจหมายถึงใกล้ถึงจุดต่ำสุดของช่วงพักฐานแล้วหรือไม่ แต่เราก็อาจจะยังต้องจับตาดูว่าที่ราคา $60,000 ซึ่งถือเป็นแนวรับในเชิงจิตวิทยานั้นจะสามารถเอาราคา Bitcoin ไว้อยู่ได้หรือไม่

Bitcoin หลุด $59,500 สัปดาห์แห่งความเจ็บปวดที่สุดในรอบหลายปี

Bitcoin ร่วงลงมาทดสอบระดับ $59,500 ซึ่งอยู่ต่ำกว่า All Time High ที่ $126,200 เมื่อตุลาคม 2025 มากกว่า 51% ในสัปดาห์เดียว BTC ดิ่งจาก $72,840 สู่ $61,500 หรือมากกว่า 12% จากปัจจัยรุมเร้าหลายอย่างพร้อมกัน

3 สาเหตุหลักที่ทำให้ Bitcoin ร่วงหนัก

1. ETF มีเม็ดเงินลงทุนไหลออกทำลายสถิติ 13 วันติดต่อกัน

IBIT ของ BlackRock เป็นหัวหอกเรื่อง ETF ที่กำลังสูญเสียเงินมากที่สุด ตามด้วย Fidelity FBTC ที่เม็ดเงินลงทุนเริ่มถูกดึงออกมากว่า $456 ล้านและ Grayscale ที่มี ETF อย่าง GBTC ที่ก็สูญเงินกว่า $303 ล้านรวม 13 วันติดต่อกันนับตั้งแต่ 15 พฤษภาคม ตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม เองนั้น spot Bitcoin ETF ได้ทำยอดเม็ดเงินลงทุนไหลออกรวมกันกว่า 40,000 BTC หรือราว $3,000 ล้านดอลลาร์ใน 10 วันทำการติดต่อกัน

2. Strategy ขาย BTC ครั้งแรกในรอบหลายปี สัญญาณจิตวิทยาที่กดดันตลาด

Strategy เปิดเผยการขาย 32 BTC มูลค่าราว $2.5 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี แม้ตัวเลขจะน้อยมากแต่ตลาดรับสัญญาณว่านี่คือการผิดคำมั่นสัญญาอย่างชัดเจน รายงานเพิ่มเติมจาก Strategy ระบุว่าการขายเกิดขึ้นในขณะที่บริษัทกำลังจัดการภาระหนี้ โดยมีแผนซื้อคืนหุ้นกู้กลับคืนมามูลค่า $1,500 ล้านดอลลาร์

3. ตลาดมหภาคยังกดดันต่อเนื่อง

Fear & Greed Index นั้นได้ร่วงสู่ระดับ 12/100 ซึ่งอยู่ในโซน Extreme Fear และ Open Interest ลดลง 17% ใน 30 วัน จาก $66,000 ล้าน สู่ $51,500 ล้าน สะท้อนการลด leverage อย่างรุนแรง นอกจากนี้ Saylor อ้างว่าการหมุนเงินไปลงทุนในตลาด AI เป็นปัจจัยหนึ่ง ที่กระทบตลาดคริปโตเช่นกัน โดยเงินบางส่วนอาจไหลจาก crypto ไปลงทุนในหุ้น AI ในช่วงที่ OpenAI, Anthropic และ SpaceX กำลังเตรียม IPO


ตลาดกำลังอยู่ในสภาวะที่ “ข่าวร้ายถาโถมพร้อมกัน” อย่างที่ไม่เคยเห็นมาตั้งแต่ต้นปีเม็ดเงินลงทุนไหลออกจาก ETF ทำลายสถิติ, Strategy ขาย BTC เป็นครั้งแรก, เงินทุนไหลไปหาตลาด AI capital, และตลาดมหภาคยังสร้างแรงกดดันต่อเนื่อง ส่วนตัวมองว่า Fear & Greed ที่ 12 และ leverage ที่ถูกล้างออกไปเยอะแล้วนั้นเป็นสัญญาณที่ตลาด “ใกล้ทำจุดต่ำสุดมากกว่า “เริ่มเข้าสู่ขาลงรอบใหม่” แต่ $60,000 คือจุดที่เราต้องพิจารณากันให้ดี ถ้าหลุดลงไปอาจเห็นราคาต่ำสุดในรอบหลายปีเกิดขึ้น สำหรับนักลงทุนระยะยาวนี่คือช่วงเวลาที่พวกเขาใช้จังหวะของถูกในการช้อนซื้อเหรียญเข้ากระเป๋าแทน

ที่มา: Coinbase, TradingView, TechTimes, Crypto.news