bitkub-banner

ชายผู้ที่เคยซื้อการ์ดจอด้วย 1,500 BTC ผันตัวทำธุรกิจประกันสำหรับคนถือ Bitcoin

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Chris Seedor อดีตนักศึกษาผู้เคยสร้างตำนานควักบิตคอยน์จำนวน 1,500 BTC ซื้อการ์ดจอคอมพิวเตอร์เมื่อปี 2011 ซึ่งมีมูลค่าเทียบเท่ากว่า 90 ล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน ผันตัวมาเปิดบริษัทประกันภัยเพื่อปกป้องชาวคริปโต
  • สตาร์ตอัปหน้าใหม่ภายใต้ชื่อ Bitsurance เปิดตัวนวัตกรรมกรมธรรม์คุ้มครองผู้ถือครองบิตคอยน์ที่เก็บรักษาเหรียญด้วยตัวเอง ผ่านกระเป๋าเงินฮาร์ดแวร์ ครอบคลุมทั้งภัยพิบัติทางธรรมชาติ และการโดนปล้นจี้ทำร้ายร่างกาย
  • จับมือเป็นพันธมิตรร่วมกับยักษ์ใหญ่แห่งวงการประกันภัยระดับโลก Liberty Specialty Markets  พร้อมอนุมัติวงเงินชดเชยค่าความเสียหายสูงสุดถึง 500,000 ยูโรในรูปแบบสกุลเงิน (Fiat) 

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Neutral 

การเปิดตัวบริการประกันภัยสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลที่เก็บรักษาด้วยตัวเอง ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน และความปลอดภัยให้แก่ระบบนิเวศบล็อกเชน ไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกลไกแรงซื้อแรงขาย สภาพคล่องไหลเวียน หรือปริมาณอุปสงค์และอุปทานของบิตคอยน์บนกระดานเทรด

Chris Seedor ชายผู้ที่เคยใช้บิตคอยน์จำนวน 1,500 BTC ซื้อการ์ดจอในปี 2011 หากคิดตามราคาบิตคอยน์ในปัจจุบัน การ์ดจอนั้นจะมีมูลค่ามากกว่า 90 ล้านดอลลาร์ เลยทีเดียว

เวลาผ่านไป 15 ปี ในวันนี้เขากลายเป็นผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ Bitsurance บริษัทที่ให้บริการประกันภัยสำหรับผู้ถือบิตคอยน์ที่เก็บเหรียญไว้ด้วยตัวเอง (Self-Custody)

Seedor ได้ให้สัมภาษณ์ในงาน BTC Prague กับ The Block ว่า “ผมน่าจะเป็นเจ้าของการ์ดจอที่แพงที่สุดในโลก เพราะผมซื้อการ์ดจอด้วยบิตคอยน์เกือบ 1,500 BTC ในปี 2011”

Seedor เป็นวิศวกรเครื่องกล เล่าว่า สมัยเรียนมหาวิทยาลัย เพื่อนของเขาเป็นคนให้บิตคอยน์ฟรีจำนวนมาก แต่ในเวลานั้น เขาไม่ได้เห็นประโยชน์ของมันเลย

“เพื่อนให้ Bitcoin ฟรีมาเยอะมาก แต่ผมไม่เห็นว่าจะเอาไปทำอะไรได้ เพราะผมอยู่เยอรมนี มี PayPal ใช้อยู่แล้ว และก็ไม่ได้มีนิสัยซื้อยาเสพติดอะไรแบบนั้น”

ปัจจุบัน มุมมองของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง และกลายเป็นคนที่เชื่อมั่นใน Bitcoin อย่างจริงจัง

ความสนใจใน Bitcoin ทำให้ Seedor ออกแบบอุปกรณ์สำรอง Seed Phrase ที่ทำจากสแตนเลส เพื่อป้องกันข้อมูลสำคัญสูญหายจากไฟไหม้ น้ำท่วม หรือความเสียหายอื่น ๆ ผลิตภัณฑ์นี้มีชื่อว่า Seedor Wallet และหลังจากพัฒนามากว่า 6 ปี ก็เติบโตกลายเป็นธุรกิจเต็มรูปแบบ

Seedor เรียกแผ่นเหล็กเก็บ Seed Phrase ที่คิดค้นขึ้นว่า “เป็นวิธีสำหรับเก็บรักษาเงินที่มั่นคงที่สุดแห่งอนาคต ด้วยเครื่องมือที่เรียบง่ายที่สุด”

ปัจจุบัน Seedor ต้องการช่วยให้ คนที่ถือครองบิตคอยน์ป้องกันความเสี่ยงจากเหตุการณ์ไม่คาดฝัน จึงก่อตั้งบริษัท Bitsurance ซึ่งบริษัทนี้ให้บริการประกันสำหรับ Bitcoin ที่เก็บอยู่ใน Hardware Wallet โดยคุ้มครองความเสียหายจากไฟไหม้,น้ำท่วม,การโจรกรรม,การปล้น และการทำร้ายร่างกายเพื่อบังคับเอาคริปโต

Seedor ยอมรับว่า สิ่งที่เขากังวลมากที่สุดคือ สิ่งที่เรียกว่า “การโจมตีด้วยประแจ 5 ดอลลาร์” ซึ่งหมายถึงสถานการณ์ที่แฮกเกอร์ไม่จำเป็นต้องแฮกระบบ แต่ใช้กำลังข่มขู่เจ้าของกระเป๋าเงินแทน

Seedor กล่าวว่า “ผมกลัวมาตลอดว่า ถ้ามีคนบุกเข้าบ้าน พังประตู แล้วข่มขู่ผมหรือครอบครัวเพื่อเอาบิตคอยน์ ผมจะทำยังไง” 

Seedor ยกตัวอย่างเหตุการณ์ในฝรั่งเศส ที่มีผู้ถือคริปโตหลายรายตกเป็นเป้าหมายของอาชญากร โดยหนึ่งในคดีที่เป็นข่าวคือ ภรรยาของ Sebastien Borget ผู้ร่วมก่อตั้งโลกเสมือนบน Ethereum อย่าง The Sandbox เคยถูกพยายามลักพาตัวที่บ้านพักในฝรั่งเศส

โดยกรมธรรม์ของบริษัท Bitsurance ได้รับการรับประกันจาก Liberty Specialty Markets ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Liberty Mutual Group

หากลูกค้าสูญเสียบิตคอยน์และได้รับการอนุมัติการเคลม บริษัทจะชดเชยเป็นสกุลเงินปกติ (Fiat) ไม่ได้จ่ายคืนเป็น BTC ปัจจุบัน Bitsurance ให้ความคุ้มครองมูลค่าสูงสุดถึง 500,000 ยูโร

เรื่องราวของ Seedor ถือเป็นอีกหนึ่งตำนานของวงการคริปโต จากคนที่เคยใช้ 1,500 BTC ซื้อการ์ดจอ โดยไม่คิดว่าเหรียญเหล่านั้นจะมีมูลค่ามหาศาลในอนาคต กลายมาเป็นผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ช่วยให้ผู้ถือ Bitcoin สามารถเก็บรักษาทรัพย์สินดิจิทัลของตัวเองได้อย่างปลอดภัยมากขึ้นในปัจจุบัน

ที่มา : theblock


มุมมองผู้เขียน : ความเจ๋งของชายคนนี้คือ เขาไม่ได้จมอยู่กับความเสียดายในอดีต แต่เลือกนำประสบการณ์ตรงที่เคยอยู่กับบิตคอยน์มาต่อยอดสร้างธุรกิจที่ตอบโจทย์ช่องว่างของตลาดในปัจจุบัน