bitkub-banner

นักวิเคราะห์ชี้หุ้น STRC ของ Strategy แตกต่างจากวิกฤต Terra LUNA อย่างสิ้นเชิง

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • หุ้นบุริมสิทธิ STRC ของบริษัท Strategy ร่วงทำสถิติต่ำสุดจนเริ่มมีกระแสเปรียบเทียบกับวิกฤตการล่มสลายของเหรียญ UST ในอดีต
  • นักวิเคราะห์จากสถาบัน Benchmark ยืนยันว่าการเปรียบเทียบดังกล่าวคลาดเคลื่อนเพราะ STRC เป็นเพียงหุ้นปันผลไม่ใช่เหรียญสเตเบิลคอยน์
  • แม้จะไม่มีความเสี่ยงเรื่องการล่มสลายแต่การที่ราคาหุ้นต่ำกว่ามูลค่าตราไว้ส่งผลให้บริษัทต้องสั่งระงับแผนการออกหุ้นใหม่เพื่อระดมทุนไปซื้อ Bitcoin ชั่วคราว

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral

เนื่องจากตลาดรับรู้ว่าสถานการณ์นี้เป็นเรื่องของการปรับกลไกราคาหุ้นปันผลตามระบบตลาดทุนปกติ ไม่ใช่สัญญาณความล้มเหลวเชิงระบบของสินทรัพย์ดิจิทัลแต่อย่างใด

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดทุนและชุมชนคริปโตเคอร์เรนซีเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเมื่อราคาหุ้นบุริมสิทธิ STRC ของบริษัท Strategy ปรับตัวร่วงลงไปทำสถิติต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ โดยราคาระหว่างวันดิ่งลงไปแตะระดับ 82.53 ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนจะกระเตื้องกลับขึ้นมาปิดตลาดที่ประมาณ 88.65 ดอลลาร์สหรัฐ

การทรุดตัวลงครั้งนี้ส่งผลให้เกิดการตั้งข้อสังเกตบนโลกโซเชียลมีเดีย โดยนักลงทุนบางส่วนพยายามโยงสถานการณ์นี้เข้ากับวิกฤตการล่มสลายของเหรียญ UST ของโปรเจกต์ Terra เมื่อปี 2022 ซึ่งเคยสร้างความเสียหายมหาศาลให้กับอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล

ความกังวลของนักลงทุนเกิดจากคุณลักษณะสองประการที่ดูคล้ายกันอย่างผิวเผิน เรื่องแรกคือหุ้น STRC ถูกออกแบบมาให้มีราคาซื้อขายเฉลี่ยรอบๆ 100 ดอลลาร์สหรัฐ พอราคาหลุดกรอบลงมานักวิจารณ์จึงพากันเรียกว่าเป็นภาวะหลุดการตรึงมูลค่าหรือ Depeg เหมือนที่เกิดกับเหรียญสเตเบิลคอยน์

เรื่องที่สองคือหุ้นตัวนี้มีการจ่ายเงินปันผลรายปีสูงถึง 11.5% ซึ่งตัวเลขผลตอบแทนระดับสองหลักนี้ไปสะกิดความทรงจำของนักลงทุนที่เคยเห็นการให้ผลตอบแทนของโปรโตคอล Anchor ของฝั่ง Terra ก่อนที่ระบบจะพังทลายลงมา

อย่างไรก็ตาม Mark Palmer นักวิเคราะห์จากสถาบัน Benchmark ได้ออกมาชี้แจงเพื่อเรียกสติของนักลงทุน โดยยืนยันว่ากลไกของทั้งสองสิ่งนี้แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง และข่าวลือที่แพร่สะพัดบนอินเทอร์เน็ตเป็นเรื่องที่เข้าใจผิดอย่างมาก

นักวิเคราะห์ระบุว่า STRC ไม่ใช่เหรียญสเตเบิลคอยน์และไม่เคยมีการให้สัญญาว่าจะค้ำประกันราคาให้คงที่ตลอดเวลา แต่มันคือตราสารทุนประเภทหุ้นบุริมสิทธิที่มีการจ่ายปันผลตามรอบ การที่ราคาขยับลงมาจึงเป็นเพียงการปรับฐานเพื่อหาอัตราผลตอบแทนที่เหมาะสมตามอุปสงค์อุปทานของตลาดทุนเท่านั้น

นอกจากนี้ เหรียญ UST ในอดีตทำงานด้วยระบบอัลกอริทึมที่ไม่มีสินทรัพย์จริงหนุนหลังอย่างมั่นคง แต่หุ้น STRC ได้รับการค้ำประกันโดยอ้อมจากคลัง Bitcoin ของบริษัท Strategy ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนมากถึง 847,363 เหรียญ คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 5.45 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ จึงไม่มีทางเกิดภาวะเกลียวมรณะเหมือนกับฝั่ง Terra อย่างแน่นอน

ถึงแม้จะไม่มีความเสี่ยงเรื่องระบบล่มสลาย แต่ราคาหุ้นที่ต่ำกว่ามูลค่าตราไว้ก็ส่งผลกระทบต่อกลไกการระดมทุนของบริษัท เนื่องจากตามปกติแล้ว Strategy จะออกหุ้นใหม่เพื่อนำเงินสดไปช้อนซื้อ Bitcoin เพิ่มเติมก็ต่อเมื่อราคา STRC ยืนเหนือ 100 ดอลลาร์สหรัฐได้ การที่ราคาดิ่งลงรอบนี้จึงบีบให้บริษัทต้องประกาศระงับโครงการออกหุ้นใหม่ไปโดยปริยาย

ที่มา: coindesk


มุมมองส่วนตัวประเมินว่านักลงทุนในตลาดคริปโตยังมีแผลใจจากเหตุการณ์ Terra LUNA ค่อนข้างลึก ทำให้เมื่อเห็นตัวเลขผลตอบแทนสูงๆ พร้อมกับราคาที่ต่ำกว่าเป้าหมาย ก็มักจะตื่นตระหนกและโยงเข้าหาภาพร้ายๆ ไว้ก่อน ทว่าหากมองด้วยมุมนักลงทุนสายดั้งเดิม สถานการณ์ของ STRC เป็นเพียงการปรับราคาตามกลไกตลาดและภาวะดอกเบี้ยในตลาดทุนเท่านั้น สินทรัพย์ค้ำประกันของบริษัทยังคงหนาแน่นและปลอดภัยดี

ประเด็นที่น่ากังวลจริงๆ จึงไม่ใช่เรื่องการล่มสลายแบบปิดตัวลง แต่เป็นเรื่องการหยุดชะงักของกลไกการเพิ่มทุนเพื่อไปซื้อ Bitcoin ซึ่งอาจทำให้แรงซื้อจากฝั่ง Strategy ในตลาดสปอตแผ่วลงไปในระยะสั้น นักลงทุนจึงควรติดตามกระแสเงินสดและการจัดการสภาพคล่องของบริษัทมากกว่าการตื่นตูมไปกับข่าวลือบนโลกออนไลน์