bitkub-banner

ไต้หวันออกกฎหมายคริปโตฉบับแรก ใครฝ่าฝืนอาจถูกจำคุกนานถึง 7 ปี

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ไต้หวันผ่านกฎหมายบริการสินทรัพย์ดิจิทัลฉบับแรกจำนวน 56 มาตรา ยกเลิกระบบลงทะเบียน AML แบบเดิมแล้วเปลี่ยนเป็นระบบอนุมัติล่วงหน้าเพื่อรับใบอนุญาต
  • นอกจากนี้ยังมีการจัดระเบียบ Stablecoin อย่างเข้มงวด โดยกำหนดให้เฉพาะธนาคารพาณิชย์ในประเทศเท่านั้นที่มีสิทธิ์ออก Stablecoin ที่ผูกกับเงินเฟียต
  • ผู้ฝ่าฝืนลักลอบประกอบกิจการ VASP หรือออก Stablecoin โดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 7 ปี และปรับสูงสุด 100 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน

แนวโน้มผลกระทบ: Neutral

ไต้หวันเดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลด้วยการอนุมัติกฎหมายเฉพาะฉบับแรกจำนวน 56 มาตรา ซึ่งคาดว่าจะเริ่มบังคับใช้ในช่วงต้นปี 2027 โดยกำหนดให้ผู้ให้บริการต้องแยกยื่นใบอนุญาตตามหมวดหมู่บริการจากทั้งหมด 7 ประเภท ยุติการควบรวมบริการแบบในอดีต หากใครฝ่าฝืนอาจต้องเจอกับโทษหนักทั้งปรับและจำคุก

เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2026 ที่ผ่านมา ไต้หวันได้ผ่านร่างกฎหมายบริการสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งถือเป็นกฎหมายเฉพาะสำหรับคริปโตฉบับแรกของไต้หวัน ที่เปลี่ยนจากระบบลงทะเบียน AML เป็นระบบอนุมัติล่วงหน้าโดยสมบูรณ์

อ้างอิงข้อมูลจากแหล่งข่าว คณะกรรมการกำกับดูแลทางการเงิน (FSC) จะเป็นหน่วยงานแห่งเดียวที่รับผิดชอบกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัล โดยตัวบทกฎหมายใหม่ซึ่งมีจำนวนทั้งหมด 56 มาตรานี้ จะถูกนำมาใช้เพื่อทดแทนระบบการลงทะเบียนป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินในรูปแบบเดิมมาเป็นการบังคับใช้ระบบใบอนุญาตสำหรับผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัล (VASP) ทุกราย

ภายใต้ข้อบังคับใหม่ ศูนย์ซื้อขาย,ผู้รับฝาก รวมถึงผู้ให้บริการกระเป๋าเงินทุกรายจำเป็นที่จะต้องได้รับการอนุมัติจากทาง FSC จึงจะสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ ซึ่งจะต้องมีการผ่านเกณฑ์เงื่อนไขต่างๆ ที่กำหนด ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมภายใน, ความปลอดภัยทางไซเบอร์ และความต่อเนื่องทางธุรกิจ

เงื่อนไขยังมีการระบุอีกว่า ผู้ให้บริการจะต้องดำเนินการยื่นขอใบอนุญาตแยกต่างหากในแต่ละประเภทจากทั้งหมดเจ็ดหมวดหมู่ ได้แก่ ศูนย์ซื้อขาย, แพลตฟอร์มการซื้อขาย, การโอนสินทรัพย์, การรับฝากสินทรัพย์, การจัดจำหน่ายสินทรัพย์, การให้กู้ยืม และบริการอื่น ๆ ซึ่งถือเป็นการยุติแนวปฏิบัติในอดีตที่เคยเปิดให้สามารถให้บริการหลายรูปแบบพร้อมกันได้ภายใต้การลงทะเบียนเพียงครั้งเดียว ทั้งนี้ กฎระเบียบดังกล่าวคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ภายในช่วงต้นปี 2027

สำหรับผู้ประกอบการรายเดิมจำนวน 8 รายที่เคยดำเนินการลงทะเบียนป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินเสร็จสิ้นไปก่อนหน้านี้ จะมีระยะเวลา 12 เดือนในการยื่นขอใบอนุญาต และมีเวลา 21 เดือนในการดำเนินการเพื่อให้ได้รับใบรับรองอย่างเป็นทางการนับตั้งแต่กฎหมายมีผลบังคับใช้ โดยอาจมีการขยายระยะเวลาออกไปได้อีกไม่เกินสามเดือน

กฎหมายฉบับใหม่ยังได้สร้างกรอบการกำกับดูแล Stablecoin เป็นครั้งแรกของไต้หวัน โดยจำกัดสิทธิ์ให้เฉพาะธนาคารพาณิชย์เท่านั้นที่เป็นผู้ถอนหรือออกเหรียญภายในประเทศได้ และมีเงื่อนไขว่าโทเคนที่ออกจะต้องผูกมูลค่าไว้กับสกุลเงินสด หรือ เงินเฟียตเท่านั้น

ขณะเดียวกัน ผู้ดูแลหรือผู้ออกเหรียญจะต้องดำรงสินทรัพย์ทุนสำรองแบบ 1:1 เต็มจำนวน โดยต้องแยกสินทรัพย์ดังกล่าวออกจากเงินทุนของบริษัทอย่างเด็ดขาด และนำไปฝากไว้ในรูปแบบของทรัสต์กับสถาบันการเงินภายในประเทศ

ในส่วนของ Stablecoin ที่ออกโดยบริษัทต่างประเทศ เช่น USDT และ USDC จะถูกจัดให้เป็นสินค้าโภคภัณฑ์ภายใต้การกำกับดูแล และจะต้องได้รับอนุมัติจาก FSC ก่อน จึงจะสามารถนำขึ้นจดทะเบียนซื้อขายบนศูนย์ซื้อขายที่ได้รับใบอนุญาตได้ 

ทั้งนี้ การดำเนินกิจการเป็นผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัล หรือการออก Stablecoin โดยไม่ได้รับอนุญาต จะมีบทลงโทษจำคุกสูงสุดไม่เกินเจ็ดปี และปรับเป็นเงินสูงสุดไม่เกิน 100 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน หรือ 3.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 103 ล้านบาท)

ด้าน สมาคมผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลเปิดเผยว่า ทางสมาคมจะเข้าช่วยสนับสนุนบริษัทต่าง ๆ ในช่วงเปลี่ยนผ่านกฎเกณฑ์ ซึ่งจะครอบคลุมถึงข้อบังคับในการจัดตั้งองค์กร, การบริหารจัดการบุคลากร, การควบคุมภายใน, การตรวจสอบธุรกรรมที่ผิดปกติ, การจัดจ้างหน่วยงานภายนอก และการจัดทำงบการเงิน 

โดยทางสมาคมจะดำเนินงานจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อดูแลเรื่องการตรวจสอบการจดทะเบียนสินทรัพย์, การลงทัณฑ์ทางวินัย และการปฏิบัติตามเกณฑ์เพื่อป้องกันการทุจริตฉ้อโกง

นอกจากนี้ บรรดานิติบัญญัติยังได้ร่วมกันผ่านมติที่ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย เพื่อร้องขอให้ FSC ยื่นเสนอแผนงานภายในระยะเวลาหนึ่งปี ในการเปิดทางให้บริษัทที่ได้รับใบอนุญาตสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ตราสารอนุพันธ์คริปโตเคอร์เรนซีได้ในอนาคต

อย่างไรก็ตาม FSC จะยังคงมีภาระงานอีกมากและต้องดำเนินการยกร่างกฎหมายลำดับรองอีกประมาณเก้าฉบับให้เสร็จสิ้นภายในช่วงต้นปี 2027 

ที่มา : Bitcoin.com


มุมมองผู้เขียน : กฎเกณฑ์ที่เข้มงวดนี้จะสร้างแรงกดดันและเพิ่มต้นทุนให้ผู้ประกอบการในระยะสั้น แต่ในระยะยาวมันจะเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยทำให้ไต้หวันสามารถแข่งขันในอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลและดึงดูดเม็ดเงินลงทุนได้อย่างมหาศาล เนื่องจากมีความพร้อมด้านกฎหมายกว่าประเทศอื่นๆ