สรุปข่าว
- นักเทรดรายหนึ่งทำธุรกรรม Swap เหรียญ Ethereum มูลค่าประมาณ $2.01 ล้าน ไปเป็นเหรียญ Lighter แต่กลับได้รับคืนมาเพียง 14,208 ดอลลาร์สหรัฐ
- สาเหตุที่เงินเกือบ $2 ล้านสูญหายไปเป็นผลมาจากความผิดพลาดในการเลือกเส้นทางธุรกรรมที่มีสภาพคล่องต่ำจนทำให้ค่า Slippage พุ่งทะยานอย่างรุนแรง
- เหตุการณ์นี้สามารถหลีกเลี่ยงได้หากผู้ใช้งานตั้งค่าเพดาน Slippage Tolerance ไว้ในระดับต่ำ เพื่อให้ระบบยกเลิกธุรกรรมโดยอัตโนมัติหากราคาเบี่ยงเบนเกินกำหนด
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
นักเทรดรายหนึ่งต้องสูญเสียเงินเกือบ 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากการทำธุรกรรมเพียงครั้งเดียวในการ Swap เหรียญ ETH ไปเป็น LIT เนื่องจากเลือกเส้นทางธุรกรรม DeFi ซึ่งมีสภาพคล่องต่ำมาก ประกอบกับการละเลยที่จะตั้งค่าจำกัดเพดาน Slippage จนทำให้เกิดความผิดพลาดขึ้นมา
ในวงการคริปโทเคอร์เรนซีโดยเฉพาะอย่างยิ่ง Decentralized Finance (DeFi) บ่อยครั้งที่เราจะได้พบกับเรื่องราวความผิดพลาดของนักลงทุนที่ต้องสูญเสียเงินไปเป็นจำนวนมหาศาลไปด้วยความประมาทเลินเล่อของตัวเอง เช่นเดียวกับเหตุการณ์ล่าสุดของนักเทรดผู้เคราะห์ร้ายรายนี้
อ้างอิงตามข้อมูลจาก Lookonchain นักเทรดรายหนึ่งได้ตัดสินใจทำการ Swap เหรียญ Ethereum (ETH) ไปเป็น Lighter (LIT) ซึ่งเป็นเหรียญประจำแพลตฟอร์ม DEX แห่งหนึ่ง แต่การ Swap ในครั้งนี้กลับทำให้นักเทรดต้องสูญเงินไปเป็นมูลค่าเกือบ $2 ล้านดอลลาร์
ในตอนแรกนักเทรดรายดังกล่าวได้ทดสอบการทำธุรกรรมเป็นจำนวนน้อยๆ เพื่อลองระบบ ซึ่งผลปรากฏว่าไม่มีข้อผิดพลาดใดๆ และได้เหรียญใหม่มาในมูลค่าใกล้เคียงกัน จึงได้เริ่มการทำธุรกรรมขนาดใหญ่ที่เป็นจุดประสงค์หลัก ด้วยการ Swap Ethereum จำนวน 1,126.44 ETH (มูลค่าประมาณ $2.01 ล้าน)
แต่แทนที่เขาจะได้เหรียญ Lighter กลับมาในมูลค่าที่เทียบเท่า นักเทรดรายนี้กลับต้องลมจับเมื่อข้อมูลแสดงให้เห็นว่าเขาได้รับเหรียญ Lighter กลับมาเพียง 5,776 LIT เท่านั้น (คิดเป็นมูลค่าประมาณ $14,208 ที่ถูกโอนเข้ามาในกระเป๋า)
เกิดอะไรขึ้น?
สำหรับใครที่สงสัยว่า เหรียญที่ Swap หายไปได้อย่างไร แท้จริงแล้วเบื้องหลังของความผิดพลาดในครั้งนี้เป็นผลมาจาก 2 ปัจจัย
ปัจจัยแรกคือ “การเลือกเส้นทางธุรกรรมที่มีสภาพคล่องต่ำ” โดยนักเทรดรายนี้เลือกใช้ 0x Aggregator เป็นทางผ่านธุรกรรมแบบ multi-hop หลายครั้ง จาก ETH → AVAIL → USDC → LIT ซึ่งตัวของ AVAIL นั้นเป็น Uniswap V3 pool ที่สภาพคล่องต่ำ การแปลงเหรียญมูลค่ากว่า $2 ล้านจึงเป็นภาระที่หนักจนนำไปสู่ปัญหาในปัจจัยที่สอง
เมื่อสภาพคล่องต่ำแต่การ Swap มีปริมาณมาก สิ่งที่ตามมาคือราคา Slippage พุ่งขึ้นสูงทำให้ราคาเกิดการขยับขึ้นอย่างรุนแรงจนทำให้เหรียญที่ออกมาในขั้นสุดท้ายมีจำนวนที่ลดลง
กล่าวคือ ธุรกรรมนี้จะไม่เกิดขึ้นถ้าหากผู้ใช้งานกำหนดเพดานของค่า slippage ไว้ให้ต่ำ แต่นักเทรดรายนี้กลับละเลยที่จะเข้าไปตั้งจนทำให้ราคาไหลได้แบบฟรีไม่มีข้อจำกัด เกิดเป็นความเสียหายมูลค่ามหาศาล
หลังเกิดเหตุการณ์ชาวเน็ตจำนวนมากก็ได้เข้ามาคอมเมนต์กันหลากหลายมุมมอง บางคนก็สงสาร บางคนก็สะใจ และกล่าวว่า นักเทรดรายนี้ได้ถูกวงการ DeFi รับน้องเข้าแล้ว แสดงให้เห็นว่าการไม่เข้าใจการทำงานของธุรกรรมนั้นสร้างเรื่องน่าปวดหัวได้มากขนาดไหน
มุมมองผู้เขียน : บทเรียนนี้เป็นการตอกย้ำอีกครั้งว่าต่อให้จะรีบขนาดไหนก็ไม่ควรตัดสินใจที่จะทำการ swap ครั้งใหญ่แบบ one-click โดยที่ไม่ตรวจสอบข้อมูลของเส้นทางให้ดีก่อน และควรทำการแบ่งธุรกรรมออกเป็นหลายครั้งเพื่อที่จะได้ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในรูปแบบนี้ได้

