สรุปข่าว
- Richard Heathcote อดีต CIO ของ Tether กำลังมองหาทางขายหุ้นบางส่วนจากสัดส่วนถือครองทั้งหมด 1.26% ในบริษัทผู้ออก USDT ตามรายงานของ Bloomberg
- ดีลนี้ถูกจับตา เพราะ Tether เป็นบริษัทเอกชนที่ไม่เปิดเผยโครงสร้างผู้ถือหุ้นและมูลค่าบริษัทต่อสาธารณะ
- หากการขายหุ้นเกิดขึ้นจริง ตลาดอาจได้เห็น “ราคาประเมิน” ของ Tether ชัดเจนขึ้นเป็นครั้งแรก ๆ ท่ามกลางแรงกดดันด้านกฎระเบียบในยุโรป
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
Richard Heathcote อดีต CIO ของ Tether กำลังมองหาทางขายหุ้นบางส่วนจากสัดส่วนถือครองทั้งหมด 1.26% ในบริษัทผู้ออก USDT ซึ่งเป็น Stablecoin อันดับ 1 ของโลก ที่ดีลนี้ถูกจับตาเป็นพิเศษเนื่องจาก Tether เป็นบริษัทเอกชนที่ไม่เปิดเผยมูลค่าบริษัทต่อสาธารณะ ทำให้การซื้อขายหุ้นครั้งนี้อาจกลายเป็นหนึ่งในข้อมูลสำคัญที่ช่วยสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของบริษัท ขณะเดียวกัน Tether ยังเผชิญแรงกดดันด้านกฎระเบียบในยุโรป หลัง USDT ถูกถอดจากบางแพลตฟอร์มภายใต้กรอบ MiCA แต่บริษัทยังคงถูกมองว่าเป็นหนึ่งในธุรกิจคริปโตที่ทำกำไรสูงที่สุดจากการนำเงินสำรองไปลงทุนในสินทรัพย์ให้ผลตอบแทน
สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า Richard Heathcote อดีตประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุน (CIO) ของ Tether กำลังต้องการขายหุ้นบางส่วนในบริษัทผู้ออกเหรียญ Stablecoin รายใหญ่ที่สุดของโลก
ตามรายงานระบุว่า Heathcote ได้ก้าวลงจากตำแหน่ง CIO ของ Tether เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เพื่อเปลี่ยนไปรับบทบาทที่ปรึกษา หลังจากก่อนหน้านี้เขาเป็นผู้ดูแลพอร์ตการลงทุนทั้งหมดของบริษัท โดยแผนการขายหุ้นครั้งนี้จะเป็นการขายเพียงบางส่วนจากสัดส่วนการถือครองหุ้นทั้งหมด 1.26% ของเขาเท่านั้น ไม่ใช่การขายออกทั้งหมด
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถูกจับตาอย่างมาก เนื่องจาก Tether เป็นบริษัทเอกชนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหุ้น ทำให้ข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้างผู้ถือหุ้นและมูลค่าบริษัทยังไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะ การขายหุ้นของอดีตผู้บริหารระดับสูงครั้งนี้จึงอาจเป็นหนึ่งในโอกาสหายากที่ตลาดจะได้เห็นภาพและมูลค่าของบริษัท Tether ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ปัจจุบัน Tether เป็นผู้ออกเหรียญ USDT ซึ่งครองตำแหน่ง Stablecoin ที่มีมูลค่าตลาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีอุปทานหมุนเวียนอยู่ที่ราว 184,000 ล้านดอลลาร์ และคิดเป็นส่วนแบ่งประมาณ 59% ของตลาด Stablecoin ทั้งหมด อ้างอิงข้อมูลจาก DefiLlama
แผนการขายหุ้นครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ Tether กำลังเผชิญแรงกดดันด้านกฎระเบียบในยุโรป หลัง USDT ถูกถอดออกจากแพลตฟอร์มที่ได้รับอนุญาตภายใต้กรอบกำกับดูแล MiCA ของสหภาพยุโรป เนื่องจาก Tether เลือกที่จะไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดดังกล่าว ขณะที่ Revolut แพลตฟอร์มการเงินรายใหญ่ ก็ประกาศในเดือนนี้ว่าจะถอด USDT ออกจากแพลตฟอร์มของตนเช่นกัน
แม้แรงกดดันจากยุโรปจะเพิ่มขึ้น แต่ Tether ยังคงเป็นหนึ่งในบริษัทคริปโตที่ทำกำไรได้สูงที่สุดในอุตสาหกรรม โดยโมเดลธุรกิจของบริษัทได้รับประโยชน์อย่างมากจากการนำเงินสำรองไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทน เช่น ตราสารหนี้ระยะสั้นของสหรัฐฯ ท่ามกลางอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูงในช่วงที่ผ่านมา
ขณะเดียวกัน ความเคลื่อนไหวของ Tether ยังเกิดขึ้นในจังหวะที่บริษัทคริปโตหลายแห่งเริ่มหันมาพิจารณาแผนเข้าตลาดหุ้น (IPO) มากขึ้น แม้ Paolo Ardoino ซีอีโอของ Tether จะเคยกล่าวไว้อย่างชัดเจนว่า บริษัทไม่มีความจำเป็นต้องเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นก็ตาม

หนึ่งในบริษัทที่ถูกจับตาคือ Kraken เว็บเทรดคริปโตระดับโลก ซึ่งมีรายงานจาก Fortune เมื่อเดือนกันยายน 2025 ว่า บริษัทสามารถระดมทุนได้ 500 ล้านดอลลาร์ ที่มูลค่าบริษัทประมาณ 15,000 ล้านดอลลาร์ จุดกระแสคาดการณ์ว่า Kraken อาจกำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการทำ IPO
ต่อมา Kraken ยังประกาศว่าได้ยื่นร่างแบบแสดงรายการข้อมูลการจดทะเบียนต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ หรือ SEC แบบเป็นความลับ สำหรับแผนเสนอขายหุ้นต่อประชาชนครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน 2025 อย่างไรก็ตาม Bloomberg รายงานภายหลังว่า แผน IPO ของบริษัทอาจถูกเลื่อนออกไปจนถึงปี 2027 หลังมีการปลดพนักงาน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการขยายการใช้งาน AI ภายในองค์กร
ด้าน Bithumb เว็บเทรดคริปโตจากเกาหลีใต้ ก็ประกาศเมื่อเดือนเมษายนว่า บริษัทจะเลื่อนแผน IPO ออกไปเป็นหลังปี 2028 เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านนโยบายบัญชีและระบบควบคุมภายใน หลังจากก่อนหน้านี้เคยเผชิญแรงกดดันและอุปสรรคด้านกฎระเบียบ
มุมมองผู้เขียน: มูลค่าของบริษัท Tether ยังไม่เคยถูกประเมินอย่างเป็นทางการ เนื่องจากบริษัทแห่งนี้ไม่ได้อยู่ในตลาดหุ้น และไม่มีเหรียญเป็นของตัวเอง มีเพียงแค่เหรียญ Stablecoin อย่าง USDT อย่างไรก็ตาม หากดีลซื้อขายหุ้นดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ผู้คนทั่วโลกคงได้รับรู้กันซักทีว่า บริษัทที่ทำกำไรได้มากที่สุดในวงการคริปโตถูกประเมินมูลค่าในปัจจุบันอยู่ที่เท่าไหร่
ที่มา:Cointelegraph
