สรุปข่าว
- Anthony Scaramucci ผู้ก่อตั้ง SkyBridge Capital มองว่า Bitcoin อาจมีมูลค่าตลาดแตะ 12 ล้านล้านดอลลาร์ภายใน 5 ปี ซึ่งจะทำให้ BTC หายใจรดต้นคอสินทรัพย์ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหลุมหลยภัยของโลกอย่างทองคำ
- Scaramucci มองว่า Bitcoin สามารถเติบโตจนมีมูลค่าตลาดประมาณ ครึ่งหนึ่งของตลาดทองคำได้จากการเป็นสินทรัพย์ระดับโลกและมีแบรนด์ มีภาพลักษณ์ที่ได้รับการยอมรับมากขึ้น
- มุมมองดังกล่าวสอดคล้องกับท่าทีของ Scaramucci ที่ยังคงมอง Bitcoin ไปในเชิงบวก แม้ปัจจุบันตลาดยังเผชิญแรงกดดันจากวัฏจักร 4 ปี, เงินทุนที่ไหลเข้าสู่ตลาด AI และความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบ
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish
แน่นอนว่าการที่บุคคลระดับชั้นนำของโลกออกมาให้มุมมองเช่นนี้ย่อมเป็นสัญญาณเชิวบวกต่อ Bitcoin เพราะหาก Bitcoin สามารถขยายมูลค่าตลาดไปถึง $12 ล้านล้านได้จริง จะหมายถึงการเพิ่มขึ้นของมูลค่าตลาดอีกหลายเท่าจากระดับปัจจุบัน และสะท้อนว่า Bitcoin กำลังถูกมองเป็นสินทรัพย์ประเภทเดียวกับทองคำมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เป้าหมายดังกล่าวเป็น การคาดการณ์ระยะ 5 ปี ไม่ใช่เป้าหมายราคาสำหรับระยะสั้น ดังนั้นนักลงทุนไม่ควรตีความว่า Bitcoin จะต้องพุ่งขึ้นทันทีเพียงเพราะคำกล่าวของ Scaramucci
Scaramucci มอง Bitcoin มูลค่าตลาดแตะ $12 ล้านล้านใน 5 ปี
Anthony Scaramucci ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ SkyBridge Capital ยังคงแสดงมุมมองเชิงบวกต่อ Bitcoin โดยล่าสุดให้สัมภาษณ์กับ Coinage ในงาน SALT Wyoming Blockchain Symposium ว่า Bitcoin มีโอกาสเติบโตจนมี มูลค่าตลาดประมาณ 12 ล้านล้านดอลลาร์ภายในช่วง 5 ปีข้างหน้า ซึ่งจะทำให้ Bitcoin กลายเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก
แนวคิดสำคัญของ Scaramucci คือ Bitcoin ไม่จำเป็นต้องเข้ามาแทนที่ทองคำทั้งหมด แต่เพียงแค่สามารถแย่งส่วนแบ่งบางส่วนจากตลาดทองคำได้ ก็เพียงพอที่จะผลักดันมูลค่าของ Bitcoin ขึ้นอย่างมีนัยสำคัญแล้ว
หากใช้ Bitcoin ที่มีอยู่ในระบบประมาณ 20 ล้านเหรียญเป็นฐานในการคำนวณมูลค่าตลาดระดับ $12 ล้านล้านจะเทียบเท่ากับราคาประมาณ $600,000 ต่อ BTC ขณะที่การคำนวณโดยอิง Supply สูงสุด 21 ล้าน BTC จะอยู่ที่ประมาณ $571,000 ต่อ BTC
Bitcoin กำลังถูกมองเป็นสินทรัพย์ระดับโลกมากขึ้น
Scaramucci ให้เหตุผลว่า Bitcoin มีจุดแข็งจากการเป็น “สินทรัพย์ที่มีภาพความเป็นแบรนด์ระดับโลก” หรือถ้าจะเอาในอีกความหมายหนึ่งก็อาจตีความได้ว่า Bitcoin นั้นเป็นที่รู้จักจากทั่วโลกและถูกพูดถึงอยู่่บ่อยครั้ง
ในมุมมองของเขา การที่ Wall Street ยังคงเดินหน้าสร้างช่องทางในการเข้าถึง Bitcoin รวมถึงการเติบโตของ Bitcoin ETF และการนำสินทรัพย์ดิจิทัลเข้าสู่ระบบการเงินแบบดั้งเดิม กำลังทำให้ Bitcoin เข้าใกล้สถานะสินทรัพย์ระดับสากลมากขึ้น
ปัจจุบัน Bitcoin เพิ่งกลับขึ้นไปเหนือระดับ $80,000 โดยช่วงต้นเดือนกันยายนราคาสามารถขึ้นไปแตะเหนือ $82,000 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ก่อนจะย่อตัวลงมาเล็กน้อย ท่ามกลางความคาดหวังเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ
จากเป้า $100,000 สู่ $500,000 และ $12 ล้านล้าน
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Scaramucci แสดงมุมมองเชิงบวกอย่างรุนแรงต่อ Bitcoin
ก่อนหน้านี้ในเดือนสิงหาคม เขาเพิ่งกล่าวเอาไว้ว่า Bitcoin มีโอกาสกลับไปยืนเหนือ $100,000 โดยมองว่าการปรับตัวลงรอบนี้ยังรุนแรงน้อยกว่าวัฏจักรขาลงในอดีต และยังคงเชื่อว่าวัฏจักร 4 ปีของ Bitcoin มีโอกาสกลับมาส่งแรงหนุนให้ตลาดอีกครั้ง
นอกจากนี้ Scaramucci ยังเคยตั้งเป้าหมาย Bitcoin ในระดับหลายแสนดอลลาร์มาแล้ว โดยมองว่าการเติบโตของการยอมรับจากสถาบันและความต้องการสินทรัพย์ที่มีอุปทานจำกัดจะเป็นแรงผลักดันสำคัญในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้มองว่าราคาที่สูงขึ้นเพียงอย่างเดียวเป็นสิ่งที่ดีเสมอไป โดย Scaramucci เคยกล่าวว่า หาก Bitcoin พุ่งขึ้นไปถึงระดับ $1 ล้านต่อเหรียญ ก็อาจหมายความว่าเศรษฐกิจและสังคมกำลังเผชิญปัญหารุนแรงเกินไป และเขาจะชอบสถานการณ์ที่ Bitcoin ขึ้นไปประมาณครึ่งล้านดอลลาร์พร้อมกับเศรษฐกิจโดยรวมที่ยังเติบโตได้ดีมากกว่า
Anthony Scaramucci ยังคงเชื่อว่า Bitcoin มีพื้นที่ให้เติบโตอีกมาก โดยเป้าหมาย มูลค่าตลาด $12 ล้านล้านภายใน 5 ปี สะท้อนมุมมองว่า Bitcoin อาจค่อย ๆ เข้าไปแย่งส่วนแบ่งจากทองคำและกลายเป็นสินทรัพย์ระดับโลกอย่างเต็มตัว
ส่วนตัวมองว่า $12 ล้านล้านเป็นเป้าหมายที่ดูไกล แต่ก็อาจจะเร็วไปที่จะสรุปว่ามันจะเกิดขึ้นจริงไม่ได้ เพราะ Bitcoin กำลังมีโครงสร้างตลาดที่แตกต่างจากอดีตอย่างชัดเจน ทั้ง ETF, นักลงทุนสถาบันและการเชื่อมต่อกับตลาดการเงินดั้งเดิม หากแนวโน้มเหล่านี้ยังเดินหน้าต่อเนื่อง การที่ Bitcoin จะมีมูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์ในอีกหลายปีข้างหน้าอาจไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย
ที่มา : Coinmarketcap, Coinage, Yahoo Finance

