bitkub-banner

Base เปิดตัวมาตรฐานใหม่ B20 บน Mainnet หั่นต้นทุนออกเหรียญ Stablecoin-RWA

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Base เครือข่าย Layer-2 บน Ethereum ที่ได้รับการสนับสนุนจาก Coinbase เปิดใช้งานมาตรฐานโทเคนใหม่ชื่อ B20 บน Mainnet แล้ว เพื่อให้การออก Native Token บนเครือข่ายทำได้ง่ายขึ้น
  • B20 รองรับการออกสินทรัพย์หลายประเภท เช่น Stablecoin, Real-World Assets หรือ RWA และ Tokenized Stocks โดยไม่ต้องสร้าง Smart Contract ERC-20 แยกเอง
  • การอัปเกรดนี้เป็นส่วนหนึ่งของ Beryl Upgrade ซึ่งช่วยลดเวลาถอนสินทรัพย์จาก Base ไป Ethereum จาก 7 วัน เหลือ 5 วัน

แนวโน้มผลกระทบ: Bullish

Base เครือข่าย Layer-2 บน Ethereum ที่ได้รับการสนับสนุนจาก Coinbase เปิดใช้งานมาตรฐานโทเคนใหม่ชื่อ B20 บน Mainnet แล้ว เพื่อให้การออกสินทรัพย์ดิจิทัลบน Base ทำได้ง่ายขึ้น ทั้ง Stablecoin, RWA และหุ้นในรูปแบบโทเคน โดยไม่ต้องสร้าง Smart Contract ERC-20 แยกเองเหมือนเดิม จุดเด่นของ B20 คือถูกฝังไว้ในระดับโปรโตคอลผ่านระบบ Precompile ทำให้สร้างและตั้งค่าโทเคนได้ในธุรกรรมเดียว นอกจากนี้ B20 ยังเป็นส่วนหนึ่งของ Beryl Upgrade ที่ช่วยลดเวลาถอนสินทรัพย์จาก Base ไป Ethereum จาก 7 วันเหลือ 5 วัน 

Base เครือข่าย Layer-2 บน Ethereum ที่ได้รับการสนับสนุนจาก Coinbase เว็บเทรดคริปโตรายใหญ่ของสหรัฐฯ เปิดใช้งานมาตรฐานโทเคนใหม่ที่ชื่อว่า ‘B20’ บน Mainnet แล้ว

มาตรฐานใหม่นี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้สามารถออก Native Token หรือโทเคนที่สร้างขึ้นโดยตรงบนเครือข่าย Base ได้ง่ายขึ้น เช่น Stablecoin, Real-World Assets หรือ RWA สินทรัพย์ในโลกจริงที่ถูกนำมาแปลงเป็นโทเคน และ Tokenized Stocks หุ้นที่ถูกแปลงเป็นโทเคนบนบล็อกเชน 

การเปิดใช้ B20 จะช่วยให้ผู้ออกโทเคนสามารถสร้างสินทรัพย์ดิจิทัลบน Base ได้โดยไม่ต้องพัฒนาและตรวจสอบสัญญา Smart Contract ของ ERC-20 แยกต่างหาก ซึ่งช่วยลดขั้นตอนและต้นทุนในการออกโทเคน

B20 เป็นมาตรฐานโทเคนเฉพาะของ Base ที่อ้างอิงจาก ERC-20 ของ Ethereum ทำให้ยังสามารถทำงานร่วมกับกระเป๋าเงิน แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยน และโปรโตคอล On-chain ที่รองรับ ERC-20 ได้

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้ B20 แตกต่างจากโทเคนทั่วไปคือ มันไม่ได้ถูกติดตั้งในรูปแบบ Smart Contract บน EVM แต่ถูกฝังไว้ในชั้นโปรโตคอลของ Base โดยตรงผ่านระบบที่เรียกว่า Precompile ซึ่งเป็นฟังก์ชันพิเศษที่ช่วยให้เครือข่ายประมวลผลบางอย่างได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยระบบนี้เขียนด้วยภาษา Rust และสามารถสร้างพร้อมตั้งค่าโทเคนได้ภายในธุรกรรมเดียวผ่าน Precompile ที่ชื่อว่า B20Factory 

Base ระบุว่า B20 มีเป้าหมายเพื่อผลักดันเครือข่ายให้กลายเป็นแพลตฟอร์มออกสินทรัพย์ระดับโลก โดยเฉพาะสำหรับผู้ออกสินทรัพย์ที่ต้องการเครื่องมือด้าน Compliance หรือการปฏิบัติตามกฎระเบียบ เช่น สถาบันการเงิน บริษัทฟินเทค และนักลงทุนสถาบันที่ต้องการออกสินทรัพย์บนบล็อกเชนอย่างเป็นระบบมากขึ้น 

มาตรฐาน B20 ยังมาพร้อมชุดเครื่องมือด้าน Compliance หลายอย่าง เช่น Role-based Access Control หรือการกำหนดสิทธิ์การใช้งานตามบทบาทของผู้เกี่ยวข้อง, การ Mint หรือสร้างโทเคนใหม่, การ Burn, การกำหนดเพดานอุปทานสูงสุด, การตั้งค่านโยบายการโอน รวมถึงฟังก์ชัน Freeze และ Seizure ที่ช่วยให้อายัดหรือริบสินทรัพย์ได้ในกรณีที่ผู้ออกโทเคนอยู่ภายใต้การกำกับดูแล

B20 รองรับการออกโทเคน 2 ประเภทหลัก ได้แก่ Asset Token หรือโทเคนประเภทสินทรัพย์ และ Stablecoin Token หรือโทเคนประเภทสเตเบิลคอยน์ โดย Asset Token สามารถกำหนดจำนวนหลักทศนิยมได้เอง ขณะที่ Stablecoin Token จะถูกกำหนดไว้ที่ทศนิยม 6 ตำแหน่ง และต้องระบุ Fiat Currency Code หรือรหัสสกุลเงินทั่วไป เช่น USD หรือ EUR ตั้งแต่ขั้นตอนการออกโทเคน

การเปิดใช้ B20 เป็นส่วนหนึ่งของการอัปเกรดเครือข่ายที่ชื่อว่า Beryl Upgrade ซึ่งเปิดใช้งานบน Mainnet เมื่อวันที่ 26 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยเป้าหมายหลักของการอัปเกรดครั้งนี้คือ การเพิ่มมาตรฐาน B20 เข้ามาในเครือข่าย ลดระยะเวลารอถอนสินทรัพย์จาก Base กลับไปยัง Ethereum และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเครือข่ายผ่าน Reth V2

หลังการอัปเกรด Beryl ระยะเวลารอถอนสินทรัพย์จาก Base ไปยัง Ethereum ถูกลดลงจากเดิม 7 วัน เหลือ 5 วัน ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเคลื่อนย้ายสินทรัพย์ได้เร็วขึ้น ขณะที่ Base ระบุว่า ในอนาคตจะทยอยลดระยะเวลาดังกล่าวลงอีก ควบคู่กับการพัฒนาระบบตรวจสอบและระบบพิสูจน์ยืนยันให้แข็งแกร่งมากขึ้น

Brian Armstrong ซีอีโอของ Coinbase โพสต์ข้อความบน X ว่า การนำมาตรฐาน B20 มาใช้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเครือข่าย Base ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า Coinbase ยังคงเดินหน้าผลักดัน Base ให้เป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของโลกคริปโต

การเปิดตัว B20 เกิดขึ้นในช่วงที่เครือข่าย Layer-2 กำลังมีการแข่งขันกันมากขึ้น ไม่ใช่แค่เรื่องค่าธรรมเนียมถูก หรือการทำธุรกรรมที่รวดเร็ว แต่ยังรวมถึงการทำให้เกิดการใช้งานจริงจาก Stablecoin, RWA และสินทรัพย์ในรูปแบบโทเคนต่าง ๆ ซึ่งกำลังถูกมองว่าเป็นหนึ่งในเทรนด์สำคัญของตลาดคริปโตในระยะถัดไป

ที่มา:coinpost


มุมของผู้เขียน: การเปิดตัว B20 อาจเป็นอีกก้าวสำคัญที่ทำให้ Base ขยับจากการเป็นเพียง Layer-2 ที่เน้นค่าธรรมเนียมถูกและธุรกรรมเร็ว ไปสู่การเป็นแพลตฟอร์มสำหรับออกสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในยุคที่ Stablecoin, RWA และ Tokenized Stocks กำลังถูกจับตามองมากขึ้น