bitkub-banner

อัตราส่วน Bitcoin เทียบ S&P 500 ส่งสัญญาณขาขึ้น BTC อาจแซงตลาดหุ้นครั้งแรกในรอบปี

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • อัตราส่วนราคา Bitcoin เทียบดัชนี S&P 500 กำลังเข้าใกล้แนวรับสำคัญตามระดับฟีโบนักชี ซึ่งในอดีตเคยเป็นจุดเริ่มต้นของรอบที่ Bitcoin ให้ผลตอบแทนเหนือกว่าตลาดหุ้น โดยช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2026 ยังตรงกับระยะเวลาประมาณ 1 ปีหลังจากจุดสูงสุดของตลาด ซึ่งใกล้เคียงกับระยะเวลาตลาดขาลงในอดีต
  • ในช่วง 3 วันแรกของเดือนกรกฎาคม Bitcoin ปรับตัวขึ้น 5.5% ขณะที่ดัชนี S&P 500 ลดลง 0.3% อีกทั้งตัวชี้วัดกำไรขาดทุนของผู้ถือ Bitcoin ระยะ 1 ปี ยังอยู่ในระดับที่บ่งชี้ว่าความเสี่ยงด้านขาลงเริ่มลดลง
  • ความสัมพันธ์ระหว่าง Bitcoin กับตลาดหุ้นสหรัฐเริ่มลดลง ซึ่งในอดีตเมื่อสินทรัพย์ทั้งสองเคลื่อนไหวแยกจากกัน มักตามมาด้วยช่วงที่ Bitcoin ให้ผลตอบแทนเหนือกว่าตลาดหุ้น

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish

หากอัตราส่วนราคา Bitcoin เทียบ S&P 500 สามารถยืนเหนือแนวรับสำคัญได้ และแนวโน้มการเคลื่อนไหวแยกจากตลาดหุ้นยังดำเนินต่อไป มีโอกาสที่ Bitcoin จะกลับมาให้ผลตอบแทนเหนือกว่าตลาดหุ้นในช่วงหลายเดือนข้างหน้า

แม้ราคา Bitcoin จะยังเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 60,000-65,000 ดอลลาร์ แต่นักวิเคราะห์จำนวนมากกำลังจับตา “อัตราส่วนราคา Bitcoin เทียบดัชนี S&P 500” ซึ่งเป็นตัวชี้วัดว่าตลาดกำลังเลือกลงทุนใน Bitcoin มากกว่าหุ้นสหรัฐหรือไม่ โดยล่าสุดอัตราส่วนดังกล่าวเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว และมีรูปแบบคล้ายกับช่วงก่อนที่ Bitcoin จะกลับมาเป็นผู้นำตลาดในปี 2019 และปี 2023

ทำไมอัตราส่วน Bitcoin เทียบ S&P 500 จึงสำคัญ?

อัตราส่วนนี้ใช้เปรียบเทียบผลตอบแทนของ Bitcoin กับดัชนี S&P 500 หากอัตราส่วนเพิ่มขึ้น หมายความว่า Bitcoin ให้ผลตอบแทนดีกว่าหุ้นสหรัฐ แต่หากอัตราส่วนลดลง แสดงว่าตลาดหุ้นกำลังแข็งแกร่งกว่า Bitcoin

นักวิเคราะห์จาก TradingView และ Swissquote ระบุว่า ปัจจุบันอัตราส่วนดังกล่าวกำลังทดสอบแนวรับสำคัญ ซึ่งในอดีตมักเป็นจุดที่ Bitcoin เริ่มกลับมาให้ผลตอบแทนเหนือกว่าตลาดหุ้นในรอบใหม่

เริ่มเห็นสัญญาณที่ Bitcoin เคลื่อนไหวแยกจากตลาดหุ้น

ข้อมูลจาก Santiment ระบุว่า ในช่วง 3 วันแรกของเดือนกรกฎาคม Bitcoin ปรับตัวขึ้น 5.5% ขณะที่ S&P 500 ลดลง 0.3% แม้จะยังเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ แต่ถือเป็นสัญญาณแรกที่นักลงทุนกำลังจับตา

ขณะเดียวกัน ตัวชี้วัดกำไรขาดทุนของผู้ถือ Bitcoin ระยะ 1 ปี ยังอยู่ที่ประมาณ -30% ซึ่งในอดีตมักเกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดเข้าใกล้จุดต่ำสุดของรอบ และเป็นจังหวะที่ความเสี่ยงในการลงทุนเริ่มลดลงเมื่อเทียบกับโอกาสการฟื้นตัว

ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม

แม้ภาพรวมจะเริ่มดีขึ้น แต่นักวิเคราะห์เตือนว่ายังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่า Bitcoin ได้แยกตัวออกจากตลาดหุ้นอย่างสมบูรณ์ เนื่องจากปัจจัยเศรษฐกิจสหรัฐ เช่น ตัวเลขเงินเฟ้อ การประชุมธนาคารกลางสหรัฐ และทิศทางค่าเงินดอลลาร์ ยังคงสามารถส่งผลกระทบต่อทั้งตลาดหุ้นและตลาดคริปโตพร้อมกันได้


ผู้เขียนมองว่าอัตราส่วน Bitcoin เทียบ S&P 500 เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดที่น่าสนใจที่สุดในช่วงนี้ เพราะสะท้อนว่าเม็ดเงินกำลังไหลเข้าสู่ Bitcoin มากกว่าตลาดหุ้นหรือไม่ หากแนวโน้มนี้ได้รับการยืนยันเพิ่มเติมจากข้อมูลเศรษฐกิจและกระแสเงินลงทุนของสถาบัน ก็มีโอกาสที่ Bitcoin จะกลับมาให้ผลตอบแทนเหนือกว่าตลาดหุ้นอีกครั้งเหมือนในอดีต อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามตัวเลขเงินเฟ้อและการประชุมธนาคารกลางสหรัฐในช่วงปลายเดือน ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางตลาดในระยะต่อไป

แหล่งข้อมูลอ้างอิง