bitkub-banner

ดร.นิเวศน์เบรกสาย VI ถ้ามีเงินต้นไม่ถึง 200 เท่าของรายจ่าย อย่าคิดเป็นนักลงทุนอาชีพ 

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ดร.นิเวศน์ เตือนคนรุ่นใหม่ว่าการเป็นนักลงทุนอาชีพสาย VI ไม่ใช่เรื่องง่ายและต้องมี อิสรภาพทางการเงินมารองรับก่อนจึงจะสามารถทำได้แล้วไม่เกิดปัญหา
  • ดร. ให้สูตรคำนวณว่าต้องมีเงินต้นอย่างน้อย 200 เท่าของค่าใช้จ่ายรายเดือน หากทุนยังไม่ถึง ควรเริ่มต้นจากการเป็นนักลงทุนสมัครเล่นควบคู่กับงานอื่นไปก่อน
  • ข้อดีของการเป็น VI คือการได้เป็นเจ้านายตัวเอง มีอิสระเสรีภาพเต็มที่ แลกกับการไร้หัวโขนหรือตำแหน่งหน้าที่การงานทำให้มักไม่ได้รับการยกย่องเท่ากับกลุ่มอื่นๆ

แนวโน้มผลกระทบ : Neutral

ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร นัก VI ชื่อดังของไทย ได้ออกมาระบุว่าเส้นทางอาชีพของเขาไม่ได้ง่ายหรือสบายอย่างที่คิด เนื่องจากเงื่อนไขสำคัญของการเป็นนักลงทุนอาชีพอย่างมีความสุขคือการต้องมีอิสรภาพทางการเงินมารองรับก่อนแล้ว ซึ่งตัวเขาได้ให้สูตรคำนวณไว้ว่า ต้องมีเงินต้นอย่างน้อย 200 เท่าของรายจ่ายประจำ หากทุนยังไม่ถึงแนะนำให้ทำงานประจำหรืออาชีพในฝันอื่น ๆ ไปก่อนเพื่อสะสมเงินทุนในฐานะนักลงทุนสมัครเล่น 

การเป็นนักลงทุนอาชีพ สำหรับใครหลายคนนั้นคงต่างเชื่อกันว่าเป็นหนทางไปสู่ความร่ำรวยมหาศาล แต่ละวันแทบจะไม่ต้องทำอะไรก็มีเงินหลั่งไหลเข้ามาในบัญชีไม่ขาดสาย แต่ ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร นักลงทุนชื่อดังของไทยกลับส่งคำเตือนถึงคนรุ่นใหม่ว่ามันอาจไม่ง่ายอย่างที่คิด

ดร.นิเวศน์ กล่าวในบทความ “อาชีพในฝัน- เต้นรำไปทำเงิน” ว่าตัวเขาเองก็ไม่ได้คิดจะเป็นนักลงทุนอาชีพมาแต่แรกแต่ต้องทำเพราะตกงานจากวิกฤตเศรษฐกิจปี 40 หรือ “ต้มยำกุ้ง” แต่โชคดีที่ว่าอาชีพนักลงทุนนั้นก็คือ “อาชีพในฝัน” ที่ทำแล้วมีความสุข อยากทำทุกวัน

สำหรับคนส่วนใหญ่แล้ว การลงทุนอาจจะไม่ใช่อาชีพในฝันที่ทำแล้วมีความสุขและได้เงินมหาศาล เพราะการทำอาชีพอะไรก็ตาม มันก็จะต้องเหมาะกับคุณสมบัติและนิสัยและความชอบของแต่ละคนด้วยจึงจะสามารถประสบความสำเร็จและไปได้ไกล

การเป็นนักลงทุน VI 

ดร.นิเวศน์ ได้เตือนว่าการที่จะเป็นนักลงทุนสาย VI เหมือนกับเขา หรือ Warren Buffett แล้วจะมีความสุขจริงๆ ได้นั้น ต้องมีเงื่อนไขว่าเราต้อง “ประสบความสำเร็จจนมีอิสรภาพทางการเงิน” แล้วเท่านั้น

หมายความว่า ใครที่จะเป็นนักลงทุน VI จะต้องมีเงินต้นที่มากพอที่จะไม่ต้องทำงานอย่างอื่นแต่ก็สามารถจับจ่ายในชีวิตประจำวันได้โดยไม่เดือดร้อน  ซึ่ง ดร.นิเวศน์ ได้กำหนดให้ต้องมีเงินต้นอย่างน้อย 200 เท่าตัว ของรายจ่ายประจำเดือนถึงจะทำได้สำเร็จ

กล่าวคือ หากเดือนหนึ่งมีค่าใช้จ่าย 50,000 บาท นักลงทุนก็จำเป็นที่จะต้องมีเงินต้นอย่างต่ำที่ 10 ล้านบาท ถึงจะเป็นนักลงทุนอาชีพได้ ถ้ายังมีไม่ถึงก็ต้องหาเงินให้ถึง ไม่ว่าจะเป็นรายได้เสริมจากงานอาชีพอื่นๆ หรือจากการเป็น “นักลงทุนสมัครเล่น”

อาชีพในฝัน

สำหรับใครที่ยังไม่สามารถผันตัวเองมาเป็นนักลงทุนอาชีพได้ ด้วยข้อจำกัดข้างต้น ดร.นิเวศน์ ก็ได้ให้คำแนะนำว่า ถ้ายังอยากทำงานอย่างมีความสุขก็อาจจะเลือกงานในฝันอย่างอื่นไปก่อนและเก็บเงินให้มากพอแล้วจึงเปลี่ยนมาเป็น VI เต็มตัว 

โดยคำว่าอาชีพในฝันนั้น อาจกล่าวได้ว่าเป็นอาชีพที่มีลักษณะที่ก่อให้เกิดความสุขและหลีกเลี่ยงความทุกข์หลายข้อ โดยที่งานนั้นเหมาะสมกับความสามารถของเรา นอกจากนั้นก็ยังให้ผลตอบแทนเป็นตัวเงินที่ดีพอและทำประโยชน์ให้กับสังคม ซึ่งปัจจุบันก็มีหลากหลายอาชีพในมุมมองของเขา

ข้อดี-ข้อเสีย ของการเป็นนักลงทุน VI

อย่างไรก็ดี การเป็น VI มีข้อดีที่ว่าเราสามารถเป็นเจ้านายตนเองได้ มีอิสระเสรีในการทำอะไรก็ได้ที่ชอบ ไม่มีเวลาทำงานตายตัว ไม่ต้องนั่งจ้องกราฟทั้งวัน และจะอยู่ไหนก็ได้ในโลก แต่ข้อเสียของอาชีพนี้ในสังคมคือการที่ VI จะไม่มีหัวโขนที่เป็นสถานะให้คนยกย่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสังคมที่ยังคงความอนุรักษ์นิยม อย่างประเทศไทย ที่คุ้นชินกับตำแหน่งหน้าที่การงาน

ปัจจุบัน ความร่ำรวยเองก็เริ่มถือเป็นคลาสชนชั้นทางสังคมที่กำลังได้รับการยอมรับมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ถึงอย่างนั้นนักลงทุนส่วนใหญ่ก็ยังคงห่างชั้นมากหากเทียบกับการเป็น “เจ้าของธุรกิจ” ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วนักลงทุน VI ก็เป็นเจ้าของธุรกิจเช่นเดียวกัน

ที่มา : Finnomina – ดร.นิเวศน์