bitkub-banner

แฮกเกอร์เกาหลีเหนือโอน Bitcoin มูลค่ากว่า 19.4 ล้านดอลลาร์ หวั่นเตรียมฟอกเงินก้อนโต

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • แฮกเกอร์กลุ่ม Lazarus ของเกาหลีเหนือตื่นจากการจำศีลและเริ่มโอน Bitcoin จำนวน 244 BTC มูลค่าราว 19.42 ล้านดอลลาร์ออกจากกระเป๋า
  • ข้อมูล On-Chain เผยกระเป๋าใบนี้ยังถือสินทรัพย์รวมกว่า 40 ล้านดอลลาร์ ทั้ง Bitcoin สเตเบิลคอยน์ USDT ตลอดจนเหรียญ ETH และ BNB
  • ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่ามูลค่าที่โอนไม่ได้มากพอจะทุบตลาดให้พัง และระบบความปลอดภัย AML ของกระดานเทรดชั้นนำจะช่วยสกัดกั้นการฟอกเงินออกสู่ระบบได้ทันท่วงที

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral

เนื่องจากมูลค่าธุรกรรม 19.4 ล้านดอลลาร์ถือเป็นสัดส่วนที่เล็กมากเมื่อเทียบกับวอลลุ่มซื้อขาย Bitcoin รายวันในตลาดโลก และระบบความปลอดภัยในปัจจุบันสามารถสกัดกั้นการเทขายกะทันหันได้

กลุ่มแฮกเกอร์ชื่อดังระดับโลกอย่าง Lazarus Group ซึ่งเชื่อมโยงกับรัฐบาลเกาหลีเหนือ ได้สร้างความเคลื่อนไหวให้กับวงการคริปโตอีกครั้ง หลังจากที่กระเป๋าเงินดิจิทัลที่เคยนิ่งสงบมาอย่างยาวนานกลับมาขยับตัว โดยข้อมูลจากแพลตฟอร์มวิเคราะห์บล็อกเชน Arkham Intelligence เผยว่ากลุ่มแฮกเกอร์ได้ทำการโอนย้าย Bitcoin จำนวน 244 BTC คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 19.42 ล้านดอลลาร์

การขยับตัวครั้งนี้ได้รับความสนใจจากเหล่านักวิเคราะห์ในทันที เนื่องจากพฤติกรรมในลักษณะนี้มักเป็นสัญญาณเริ่มต้นของกระบวนการฟอกเงินที่ถูกโจรกรรมมาในอดีต โดยปัจจุบันกระเป๋าเงินหลักของกลุ่ม Lazarus ชุดนี้ยังคงถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลรวมกันอยู่ประมาณ 40 ล้านดอลลาร์ ซึ่งมากกว่าครึ่งหนึ่งเป็น Bitcoin จำนวน 267.5 BTC มูลค่าเกือบ 21 ล้านดอลลาร์ เมื่อเทียบกับราคาตลาดปัจจุบันแถว 78,380 ดอลลาร์ นั่นหมายความว่าการโอนเหรียญครั้งล่าสุดนี้แทบจะเป็นการโยกย้าย Bitcoin เกือบทั้งหมดที่พวกเขามีอยู่ในกระเป๋าใบดังกล่าว

แม้ว่าการโอน Bitcoin มูลค่า 19.42 ล้านดอลลาร์จะสร้างความตื่นตระหนกให้กับนักลงทุนบางส่วน แต่เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับวอลลุ่มการซื้อขายรายวันของ Bitcoin ทั้งตลาดโลก ตัวเลขดังกล่าวถือว่าเล็กน้อยมากจนไม่สามารถสร้างแรงกดดันให้ราคาเกิดการดิ่งลงอย่างรุนแรงได้

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จาก Hupzy ระบุว่าสิ่งที่น่าจับตามองไม่ใช่ขนาดของเงินที่โอน แต่เป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่ากระเป๋าเงินของแฮกเกอร์ได้ออกจากโหมดหลับใหลแล้ว โดยทั่วไปแล้วกลุ่ม Lazarus มักจะมีรูปแบบการฟอกเงินเป็นขั้นตอนที่ชัดเจน เริ่มต้นจากการกระจายเงินก้อนใหญ่ไปยังกระเป๋าใหม่หลายสิบใบ จากนั้นจะนำเหรียญเข้าสู่บริการมิกเซอร์เพื่อปกปิดเส้นทางต้นทาง และปิดท้ายด้วยการเทขายเหรียญผ่านแพลตฟอร์ม OTC หรือบริการ P2P นอกกระดานเทรดหลัก

นอกจาก Bitcoin แล้ว ในพอร์ตของกลุ่มแฮกเกอร์ยังมีเหรียญสเตเบิลคอยน์และ Altcoin อยู่อีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งรวมไปถึง USDT ราว 9.29 ล้านดอลลาร์ ตลอดจนเหรียญ ETH อีก 1,737 เหรียญ และเหรียญ BNB อีกกว่า 5,024 เหรียญ

สำหรับคำถามที่ว่านักลงทุนจำเป็นต้องตระหนกตกใจหรือไม่ คำตอบคือยังเร็วเกินไปที่จะตื่นตระหนก เพราะอุปสรรคสำคัญที่สุดในการฟอกเงินของแฮกเกอร์ในยุคนี้คือโครงสร้างความปลอดภัยของอุตสาหกรรมคริปโตที่ก้าวหน้าไปมาก

ระบบตรวจสอบป้องกันการฟอกเงินหรือ AML สมัยใหม่สามารถตรวจจับและขึ้นบัญชีดำธุรกรรมที่เชื่อมโยงกับที่อยู่กระเป๋าของกลุ่ม Lazarus ได้แบบอัตโนมัติ ทำให้กระดานเทรดชั้นนำสามารถระงับบัญชีและบล็อกเงินที่พยายามโอนเข้ามาเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ทันท่วงที การเคลื่อนไหวของเหรียญ 244 BTC ในครั้งนี้จึงอยู่ภายใต้สายตาของบริษัทวิเคราะห์บล็อกเชนตลอด 24 ชั่วโมง และถูกจัดให้เป็นเพียงเคสการเฝ้าระวังตามปกติของระบบความปลอดภัย มากกว่าที่จะเป็นปัจจัยลบที่ทำลายตลาด

ที่มา: u.today


มุมมองส่วนตัวประเมินว่า การตื่นขึ้นมาของกระเป๋าแฮกเกอร์เกาหลีเหนืออาจสร้างความกังวลใจในแง่ของจิตวิทยาตลาดได้เพียงชั่วครู่เท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้วเม็ดเงินระดับ 19 ล้านดอลลาร์ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับสภาพคล่องมหาศาลของ Bitcoin ในปัจจุบัน ยิ่งไปกว่านั้น ระบบนิเวศของคริปโตในปัจจุบันมีความพร้อมด้านการตรวจสอบเส้นทางเงิน On-Chain สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด การที่แฮกเกอร์จะนำเงินก้อนนี้ออกมาเทขายผ่านกระดานเทรดใหญ่ทำได้ยากมากเพราะจะถูกระงับธุรกรรมทันที ข่าวนี้จึงเป็นเพียงเรื่องของกระบวนการติดตามความปลอดภัย และไม่น่าจะส่งผลให้ราคา Bitcoin เสียทรงขาขึ้นแต่อย่างใด