bitkub-banner

ชายชราอินเดียสูญเงินกว่า 2.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐในคดีหลอกลงทุนคริปโตเคอร์เรนซี

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ผู้สอบบัญชีอาวุโสวัย 70 ปีในรัฐมัธยประเทศของอินเดียตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพที่ตีสนิทผ่านโซเชียลมีเดียจนสูญเงินไปกว่า 2.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐผ่านแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลปลอม
  • มิจฉาชีพใช้วิธีหลอกให้เหยื่อเห็นผลกำไรปลอมบนหน้าจอเพื่อกระตุ้นให้โอนเงินลงทุนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่เมื่อเหยื่อพยายามถอนเงินกลับถูกปฏิเสธและถูกเรียกร้องให้จ่ายค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมจนนำไปสู่การแจ้งความกับหน่วยงานไซเบอร์
  • เหตุการณ์คล้ายคลึงกันยังเกิดขึ้นในรัฐอื่นของอินเดียโดยมีกรณีของวิศวกรซอฟต์แวร์ที่ถูกจับกุมฐานปล่อยเช่าบัญชีธนาคารเพื่อรับส่วนแบ่ง 2% จากการโอนเงินผิดกฎหมายซึ่งเน้นย้ำให้เห็นถึงเครือข่ายหลอกลวงที่กระจายตัวอย่างกว้างขวาง

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral

เนื่องจากเป็นข่าวอาชญากรรมไซเบอร์ระดับบุคคลที่ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายหรือสภาพคล่องส่วนใหญ่ในตลาดซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซีทั่วโลก

คดีหลอกลวงการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลยังคงเป็นปัญหาใหญ่ที่สร้างความเสียหายอย่างหนักในประเทศอินเดีย ล่าสุดเกิดคดีสะเทือนใจเมื่อผู้สอบบัญชีรับอนุญาตอาวุโสวัย 70 ปีนามว่า Ashok Vijayvargiya ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ควบคุมการเลือกตั้งของหอการค้ารัฐมัธยประเทศ ตกเป็นเหยื่อของขบวนการหลอกลวงออนไลน์จนสูญเสียเงินเก็บไปมหาศาลกว่า 2.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ 21.06 ล้านรูปี

จุดเริ่มต้นของความสูญเสียครั้งนี้มาจากข้อความทักทายเรียบง่ายผ่านสื่อสังคมออนไลน์จากมิจฉาชีพที่ใช้ชื่อว่า Divya ก่อนที่จะค่อยๆ สร้างความสนิทสนมและชักชวนให้ชายชราเข้าไปร่วมลงทุนในแพลตฟอร์มซื้อขายที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อหลอกลวงโดยเฉพาะ กลยุทธ์สำคัญที่คนร้ายใช้คือการแสดงตัวเลขผลกำไรที่เติบโตอย่างต่อเนื่องบนหน้าจอระบบปลอมเพื่อสร้างความตายใจ สิ่งนี้ทำให้เหยื่อหลงเชื่อและโอนเงินเข้าไปสมทบทุนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความหวังว่าจะได้รับผลตอบแทนก้อนโต

ความจริงปรากฏขึ้นเมื่อเหยื่อต้องการถอนเงินที่ลงทุนไปทั้งหมดพร้อมกับผลกำไรที่เห็นบนหน้าจอ แต่กลับพบว่ากลุ่มผู้ดูแลระบบได้สร้างข้ออ้างสารพัดเพื่อระงับการจ่ายเงิน เมื่อรู้ตัวว่าผลกำไรบนหน้าจอไม่เคยมีอยู่จริงเขาจึงเข้าแจ้งความกับหน่วยงานอาชญากรรมทางไซเบอร์ของรัฐมัธยประเทศ นำโดยเจ้าหน้าที่ Sanjeev Nayan Sharma ซึ่งกำลังเร่งแกะรอยเส้นทางการเงินจากบัญชีธนาคาร 20 แห่ง หมายเลข WhatsApp 3 เบอร์ และที่อยู่เว็บไซต์ปลอมเพื่ออายัดเงินให้ทันท่วงที

รูปแบบการหลอกลวงในลักษณะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในพื้นที่เดียว แต่ยังกระจายตัวไปยังรัฐอื่นๆ ของอินเดียด้วยรูปแบบที่คล้ายคลึงกัน อย่างในเมืองสุรัต รัฐคุชราต ก็มีเหยื่อสูญเงินไปกว่า 76,000 ดอลลาร์สหรัฐจากการถูกหลอกให้เทรดผ่านกลุ่ม Telegram ซึ่งคดีนี้นำไปสู่การจับกุม Divyesh Patel วิศวกรซอฟต์แวร์วัย 29 ปีที่ยอมปล่อยเช่าบัญชีธนาคารของตนเองให้เครือข่ายมิจฉาชีพใช้งานเพื่อแลกกับส่วนแบ่ง 2% จากยอดเงินหมุนเวียน โดยพบว่าบัญชีของเขามีส่วนพัวพันกับคดีฉ้อโกงในหลายรัฐและมีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 2.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ที่มา: freepressjournal.in


มุมมองส่วนตัวประเมินว่าเหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของกลุ่มผู้สูงอายุที่อาจรู้ไม่เท่าทันกลวิธีแยบยลของมิจฉาชีพในยุคดิจิทัล แม้ว่าเทคโนโลยีคริปโตเคอร์เรนซีจะเปิดโอกาสในการลงทุนรูปแบบใหม่ แต่การขาดความรู้ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ประกอบกับความโลภที่ถูกกระตุ้นด้วยตัวเลขผลกำไรปลอม มักจะเป็นช่องโหว่ชั้นดีให้มิจฉาชีพเข้ามาหาผลประโยชน์ การป้องกันที่ดีที่สุดคือการไม่หลงเชื่อคำชักชวนจากคนแปลกหน้าบนโลกออนไลน์และหลีกเลี่ยงการโอนเงินเข้าแพลตฟอร์มที่ไม่ได้รับการรับรองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย