สรุปข่าว
- บริษัท Strategy ได้ระงับการเข้าซื้อ Bitcoin เพิ่มเติมมาตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายนหลังจากทำการซื้อไปเพียง 520 เหรียญและหันมาให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างสภาพคล่องทางการเงินเพื่อรับมือกับความผันผวนของตลาดแทน
- บริษัทได้ทำการเทขาย Bitcoin จำนวน 3,588 เหรียญในช่วงปลายเดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนกรกฎาคมเพื่อนำเงินสดกว่า 216 ล้านดอลลาร์สหรัฐมาเป็นทุนสำหรับการจ่ายเงินปันผลหุ้นบุริมสิทธิและดอกเบี้ยหนี้สินซึ่งส่งผลให้ทุนสำรองเงินสดพุ่งขึ้นแตะระดับ 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
- การตุนเงินสดสำรองในครั้งนี้ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างความยืดหยุ่นให้บริษัทสามารถดำเนินกิจการผ่านช่วงเวลาที่ตลาด Bitcoin ซบเซาได้อย่างยาวนานถึง 20.4 เดือนโดยไม่ต้องถูกบังคับให้เทขายสินทรัพย์ในราคาต่ำหรือต้องระดมทุนในสภาวะที่เสียเปรียบ
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
เนื่องจากบริษัทผู้ถือครอง Bitcoin รายใหญ่ที่สุดได้ส่งสัญญาณหยุดเข้าซื้อและหันมาเทขายสินทรัพย์บางส่วนเพื่อตุนเงินสดซึ่งอาจเป็นการบ่งชี้ว่าตลาดต้องเผชิญกับสภาวะซบเซาที่ยาวนานขึ้นและอาจมีแรงเทขายเพิ่มเติมเพื่อนำมาจ่ายเงินปันผลในอนาคต
บริษัท Strategy หรือ MSTR ได้ปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญโดยเริ่มชะลอการกว้านซื้อสินทรัพย์ดิจิทัลมาตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งในวันนั้นบริษัทได้ทำการเข้าซื้อไปเพียง 520 เหรียญด้วยมูลค่าประมาณ 35 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ก่อนที่จะหันมาโฟกัสที่การเสริมสร้างสภาพคล่องทางการเงินอย่างเต็มรูปแบบ
ข้อมูลล่าสุดเปิดเผยว่าในช่วงสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 5 กรกฎาคม บริษัทได้ทำการเทขาย Bitcoin จำนวน 3,588 เหรียญผ่านการทำธุรกรรมสองครั้ง โดยแบ่งเป็นการขาย 1,363 เหรียญมูลค่าราว 80.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน และขายอีก 2,225 เหรียญในราคา 135.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การดำเนินการดังกล่าวสร้างกระแสเงินสดได้ประมาณ 216 ล้านดอลลาร์สหรัฐและทำให้ยอดถือครอง Bitcoin รวมของบริษัทลดลงมาอยู่ที่ 843,775 เหรียญ
ทางบริษัทชี้แจงว่าเงินที่ได้จากการขายสินทรัพย์ในครั้งนี้จะถูกนำไปใช้เป็นทุนสำหรับการจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิและใช้เติมเต็มทุนสำรองสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐที่พร่องไป
ซึ่งล่าสุดเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ทุนสำรองเงินสดของบริษัทได้ขยายตัวขึ้นไปแตะระดับ 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นที่เรียบร้อย เมื่อนำมาคำนวณเปรียบเทียบกับภาระเงินปันผลและดอกเบี้ยจ่ายที่ประมาณ 1.76 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ทุนสำรองก้อนนี้จะสามารถหล่อเลี้ยงบริษัทได้ยาวนานถึง 20.4 เดือน
กันชนด้านสภาพคล่องที่หนาแน่นนี้จะช่วยให้ Strategy มีความยืดหยุ่นในการนำทางบริษัทผ่านช่วงเวลาที่ตลาด Bitcoin ซบเซาได้อย่างปลอดภัย โดยไม่ต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ถูกบังคับให้ต้องเทขายเหรียญล็อตใหญ่ในราคาที่ต่ำ หรือต้องออกไประดมทุนในสภาวะตลาดที่ไม่เอื้ออำนวย ซึ่งหากตลาด Bitcoin ยังคงดำเนินไปตามวัฏจักร 4 ปีตามสถิติในอดีต จุดต่ำสุดของรอบนี้อาจจะเกิดขึ้นในช่วงปลายปีหรือประมาณเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้
การขยายทุนสำรองเงินสดถือเป็นส่วนหนึ่งของกรอบการทำงานด้านการบริหารเงินทุนและการสร้างรายได้จาก Bitcoin ของบริษัท โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับหลักทรัพย์ประเภทหุ้นบุริมสิทธิชนิดไม่มีกำหนดไถ่ถอน โดยเฉพาะหุ้นรหัส STRC ด้วยการพิสูจน์ให้นักลงทุนเห็นว่าบริษัทยังสามารถจ่ายกระแสเงินสดได้อย่างต่อเนื่องแม้ในยามที่ราคา Bitcoin อ่อนแอ และบริษัทยังมีขีดความสามารถในการนำ Bitcoin มูลค่าสูงสุดถึง 1.25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐออกมาขายเพื่อสมทบทุนจ่ายปันผลได้อีกด้วย
ปัจจุบันหุ้น STRC มีราคาซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 87 ดอลลาร์สหรัฐ แม้จะฟื้นตัวขึ้นมาจากจุดต่ำสุดบริเวณ 70 ดอลลาร์สหรัฐในช่วงปลายเดือนมิถุนายน แต่การที่ราคายังคงมีส่วนลดจากมูลค่าที่ตราไว้ที่ 100 ดอลลาร์สหรัฐสะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนยังคงต้องการผลตอบแทนที่สูงขึ้นเพื่อชดเชยความเสี่ยงด้านสภาพคล่องและความผันผวนของราคา Bitcoin ในขณะเดียวกัน สัดส่วนราคาต่อมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของหุ้น MSTR ตอนนี้อยู่ที่ระดับ 1.02 ซึ่งหมายความว่าหุ้นกำลังซื้อขายอยู่ในระดับที่พรีเมียมเพียงเล็กน้อยเท่านั้น การตุนเงินสดก้อนใหญ่จึงเป็นทางเลือกที่ให้ความยืดหยุ่นได้ดีที่สุดในยามที่ตลาดหมียังคงดำเนินต่อไปและช่องทางในการระดมทุนด้วยตราสารทุนยังมีจำกัด
ที่มา: X
มุมมองส่วนตัวประเมินว่าการขยับตัวของ Strategy ในครั้งนี้เป็นการส่งสัญญาณเตือนที่สำคัญต่อตลาดคริปโตเคอร์เรนซี เพราะแม้แต่บริษัทที่มีกลยุทธ์กว้านซื้ออย่างดุดันมาตลอดก็ยังต้องยอมถอยกลับมาตั้งหลักเพื่อรักษาสภาพคล่องของธุรกิจ การนำ Bitcoin ออกมาเทขายเพื่อจ่ายดอกเบี้ยและปันผลเป็นการยืนยันว่าสินทรัพย์ดิจิทัลสามารถถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือสร้างสภาพคล่องได้จริง แต่ในขณะเดียวกันมันก็สร้างแรงกดดันต่อราคาบนกระดานเทรดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นักลงทุนจึงควรเตรียมพร้อมรับมือกับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นหากตลาดยังคงซบเซาและบริษัทจำเป็นต้องนำเหรียญออกมาเทขายเพิ่มเติมเพื่อพยุงสถานะทางการเงินของตนเอง

