สรุปข่าว
- เกิดเหตุเพลิงไหม้ตึกแถวในชุมชนสัมพันธ์นิเวศน์ เขตเทศบาลเมืองกาญจนบุรี ช่วงค่ำวันที่ 15 ก.ค. 2569
- หลังตรวจสอบพบเหมืองขุดบิตคอยน์ซุกซ่อนอยู่บนชั้น 3 พร้อมหลักฐานเป็นคอมพิวเตอร์และเครื่องขุดที่ถูกไฟเผาวอดเสียหายเกือบ 20 เครื่อง
- บริเวณชั้น 1 พบการดัดแปลงสายไฟเพื่อลักลอบขโมยกระแสไฟฟ้ามาใช้ในเหมืองบิตคอยน์ โดยคาดว่าปริมาณไฟฟ้าที่ใช้จริงสูงถึงเดือนละ 1-2 แสนบาท
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
เมื่อค่ำวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ ตึกแถวในชุมชนสัมพันธ์นิเวศน์ เมืองกาญจนบุรี แต่ภายหลังการตรวจสอบพบว่าอาคารดังกล่าวได้ถูกดัดแปลงเพื่อใช้เป็นสถานที่ขุด Bitcoin เห็นได้จากหลักฐานของเครื่องขุดที่มอดไหม้ไปกว่า 20 เครื่อง และการแปลงสายเข้าอาคารเพื่อลักขโมยกระแสไฟฟ้า ซึ่งคาดว่าเหมืองแห่งนี้จำเป็นที่จะต้องใช้กระแสไฟในการขุดมากถึง 1-2 แสนบาท
เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 15 ก.ค. ที่ผ่านมา ตำรวจ สภ.เมืองกาญจนบุรี ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บริเวณตึกแถว ภายในชุมชนสัมพันธ์นิเวศน์ เขตเทศบาลเมืองกาญจนบุรี เจ้าหน้าที่จึงได้รีบเร่งทำการเข้าควบคุมเพลิงอย่างรวดเร็ว แต่ภายหลังการตรวจสอบอาคารชุดดังกล่าวกับพบว่า ที่ชั้น 3 ของอาคารปรากฏว่ามีลักษณะคล้ายกับเหมืองขุดบิตคอยน์
รายงานมีการระบุว่าในห้องชั้น 3 พบคอมพิวเตอร์และเครื่องขุดบิตคอยน์ ที่ถูกเพลิงไหม้เสียหายเกือบ 20 เครื่อง และเมื่อทำการตรวจสอบ ณ บริเวณชั้น 1 ของตึกแถวดังกล่าว กลับพบว่ามีการแอบลักลอบดัดแปลงสายไฟ เพื่อใช้ไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ในการเปิดเหมืองเถื่อนเพื่อทำการขุดบิตคอยน์

จากการตรวจสอบเบื้องต้นมีการคาดการว่า เหมืองขุดแห่งนี้อาจมีความจำเป็นที่จะต้องใช้ไฟฟ้าเป็นปริมาณเดือนละ 1-2 แสนบาท แต่บิลค่าไฟฟ้าของตึกแถวดังกล่าวกลับมีการบันทึกลงในบิลเพียงแค่ 1,000 บาท เท่านั้น
ในส่วน สาเหตุที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ สันนิษฐานว่าอาจเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่บริเวณคัตเอาต์ควบคุมไฟ จนทำให้เกิดเพลิงไหม้ลุกลามสร้างความเสียหาย
ปัจจุบันทางเจ้าหน้าที่ได้ติดตามตัวเจ้าของตึกแถวมาทำการสอบสวน ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ที่มาและภาพ : เดลินิวส์
มุมมองผู้เขียน : เหตุการณ์นี้ได้เป็นการตอกย้ำอีกครั้งว่า ในประเทศไทยปัจจุบันยังคงมีเหมืองเถื่อนอีกหลายแห่งที่กำลังหลบซ่อนอย่างเงียบๆ ซึ่งถ้าไม่เกิดเหตุเพลิงไหม้ทลายรังขึ้นมาก็ไม่มีทางทราบได้เลยว่าประเทศกำลังถูกผู้ไม่ประสงค์ดีสูบทรัพยากรไฟฟ้าออกไปฟรีๆ ซึ่งภาครัฐควรที่จะออกมาตรการเชิงรุกกว่านี้ก่อนที่จะเกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจไปมากกว่าเดิม

