bitkub-banner

Movement Labs ยื่นล้มละลาย หนี้พุ่ง 10 ล้านดอลลาร์ เซ่นปมฉ้อโกงเทขายโทเคน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Movement Labs ยื่นล้มละลายบทที่ 11 แบกหนี้สินกว่า 10 ล้านดอลลาร์ โดยถึงแม้จะมีสินทรัพย์ในบริษัทเพียงไม่กี่แสนดอลลาร์ แต่มีเจ้าหนี้สูงถึง 299 ราย
  • ปัญหาเริ่มตั้งแต่เปิดตัวเหรียญช่วงปลายปี 2024 มีต้นตอวิกฤตจากการฉ้อโกงและเทขายเหรียญยับโดย Market Maker รายหนึ่งของจีน
  • ปัจจุบันแม้เหรียญ MOVE ยังมีเทรดในบางแพลตฟอร์ม แต่ราคาร่วงลงมาเหลือเพียง $0.01071 หรือลดลงกว่า 99.26% จากจุดสูงสุด

แนวโน้มผลกระทบ: Bearish

Movement Labs ผู้พัฒนาโปรเจกต์บล็อกเชน Movement (MOVE) ได้ยื่นขอฟื้นฟูกิจการตามบทที่ 11 ต่อศาลล้มละลายสหรัฐฯ หลังเผชิญวิกฤตหนี้สินท่วมหัวกว่า 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากเจ้าหนี้ 299 ราย โดยมีชนวนเหตุมาจากการปล่อยเหรียญในเดือนธันวาคม 2024 ซึ่งเกิดเหตุฉ้อโกงขึ้นเมื่อตัวกลางได้เทขายเหรียญ MOVE จนราคาดิ่งเหว 

Movement Labs ทีมพัฒนาผู้อยู่เบื้องหลังโปรเจกต์บล็อกเชน movement (MOVE) เมื่อวันที่ 15 ก.ค. ที่ผ่านมาได้ทำการยื่นแบบล้มละลายบทที่ 11 แก่ศาลล้มละลายสหรัฐฯ เพื่อขอฟื้นฟูกิจการอ้างอิงจากบันทึกที่มีการเผยแพร่เมื่อวันที่ 21 ก.ค.

ข้อมูลมีการเปิดเผยว่าทางบริษัทมีทรัพย์สินอยู่ภายในบริษัทประมาณ $101,000-$500,000 แต่มีหนี้สินที่สูงกว่า $10 ล้านดอลลาร์ และมีเจ้าหนี้กว่า 299 ราย โดยที่รายใหญ่ที่สุดคือ Rushi Manche ผู้ร่วมก่อตั้งที่มีหุ้นภายในกว่า 34.25% คิดเป็นหนี้สินติดค้างประมาณ $1.6 ล้านดอลลาร์

Manche หลังจากที่ถูกไล่ออก เขาได้ยื่นฟ้องบริษัท MovementLab ต่อศาลแห่งรัฐเดลาแวร์ และเป็นฝ่ายชนะคดี ทำให้ได้รับเงินสนับสนุนค่าใช้จ่ายทางกฎหมายล่วงหน้า สำหรับสู้คดีที่เกี่ยวเนื่องกับการสืบสวนของคณะลูกขุนใหญ่ กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ

นอกจากนี้ เจ้าหนี้รายใหญ่รายอื่น ๆ ประกอบด้วย กรมสรรพากรแห่งรัฐเดลาแวร์ ที่ยื่นเรียกร้องหนี้เป็นจำนวนเงินราว 459,000 ดอลลาร์สหรัฐ, บริษัท Move Industries, Anchorage Digital ซึ่งเป็นผู้รับฝากสินทรัพย์ดิจิทัล รวมถึง Ottersec บริษัทผู้ตรวจสอบความปลอดภัยทางเทคโนโลยี

เกิดอะไรขึ้นกับ MOVE

เดิมที Movement เคยเป็นโปรเจกต์ที่น่าจับตาและสามารถระดมทุนไปได้หลายสิบล้านดอลลาร์ แต่พอถึงกำหนดการที่จะต้องแจกจ่ายเหรียญ MOVE ในช่วง ธ.ค. 2024 สัญญาณของการฉ้อโกงก็ได้ปรากฏขึ้น และทำให้ธุรกิจได้รับผลกระทบ

ใจกลางของปัญหานี้ เกิดมาจากสัญญาการสร้างสภาพคล่อง ที่เปิดให้ตัวกลางที่ไม่เป็นที่รู้จักอย่าง Rentec เข้าถือครองเหรียญ MOVE มากถึง 66 ล้านโทเคน (5% ของอุปทานทั้งหมด) ซึ่งเหรียญจำนวนดังกล่าวถูกเทขายออกมาเป็นจำนวนมากในวันถัดมาหลังจากเริ่มออกเหรียญ จนส่งผลให้ราคาดิ่งลงอย่างหนัก และนำไปสู่การที่ Binance และ Coinbase สั่งระงับการซื้อขายเหรียญ MOVE ในเวลาต่อมา

ผลการสืบสวนได้ตั้งข้อสงสัยว่า Rentech มีความเชื่อมโยงผ่านสัญญาที่ทำร่วมกับ Web3 Port ซึ่งเป็นผู้สร้างสภาพคล่องของจีน โดยทาง Movement Foundation อ้างว่าตนไม่เคยทราบถึงความสัมพันธ์ระหว่าง Rentech และ Web3 Port มาก่อน อย่างไรก็ตาม ทาง Rentec ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด โดยยืนยันว่าไม่ได้ทำความผิดหรือให้ข้อมูลเท็จ

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันโทเคน MOVE ยังคงมีการซื้อขายตามปกติในหลายแพลตฟอร์ม แต่ถึงอย่างนั้นราคาของโทเคนก็ได้ร่วงลงมาจากจุดสูงสุดแล้วกว่า 99.26% และมีราคาซื้อขายที่ $0.01071

ที่มา : Coinpost


มุมมองผู้เขียน : การล่มสลายของ Movement Labs ได้สะท้อนให้เห็นว่าบางครั้งตัวของเทคโนโลยีอาจไม่ได้ล้มเหลว แต่เกิดจากปัญหาที่ตัวของบุคคลจนทำให้โปรเจกต์ต้องล่ม ซึ่งเราก็ต้องมาดูกันต่อว่าสุดท้ายแล้วโปรเจกต์จะกลับมาได้หรือไม่ และใครเป็นผู้ที่ฉ้อโกงตัวจริง