สรุปข่าว
- BIS เผยงานวิจัยชี้ว่า Stablecoin ดอลลาร์ แทบไม่ได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมเงินทุนของรัฐ ซึ่งต่างจากเงินฝากสกุลต่างประเทศ ในธนาคารแบบดั้งเดิม
- IMF พบว่า ภาคครัวเรือนและธุรกิจในไนจีเรีย หันมาใช้ Stablecoin เพื่อโอนเงินข้ามพรมแดน และป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ ขณะที่ตลาดละตินอเมริกาก็เติบโตแรงไม่แพ้กัน
- มูลค่าตลาด Stablecoin รวมทั่วโลกพุ่งแตะราว 3.097 แสนล้านดอลลาร์ จากระดับ 2.60 แสนล้านดอลลาร์เมื่อปีก่อน
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Neutral
งานวิจัยของ BIS เป็นเสียงเตือนเชิงนโยบาย ที่พุ่งเป้าไปที่รัฐบาลและธนาคารกลางมากกว่าจะเป็นสัญญาณเชิงลบต่อราคาสินทรัพย์คริปโตโดยตรง ซึ่งตัวเลขการเติบโตของปริมาณการใช้งานจริง ทั้งในไนจีเรียและละตินอเมริกา สะท้อนดีมานด์ที่แข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับ USDT และ USDC ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนระยะยาวต่อระบบนิเวศ Stablecoin และเครือข่ายบล็อกเชนที่รองรับการทำธุรกรรมเหล่านี้
ทีมนักวิจัยจากธนาคารเพื่อการชำระเงินระหว่างประเทศ (BIS) พบว่า Stablecoin ที่อิงมูลค่ากับดอลลาร์ กำลังทำให้เกิดกระแส “การใช้ดอลลาร์ในรูปแบบดิจิทัล” ซึ่งมาตรการคุมเงินเข้า-ออกประเทศของรัฐบาลแทบจะทำอะไรไม่ได้เลย โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่
ผลการศึกษานี้ชี้ให้เห็นว่า รัฐบาลอาจรับมือ ควบคุม หรือสั่งห้ามให้ประชาชนใช้ Stablecoin ได้ยากกว่าเงินฝากต่างประเทศในธนาคารแบบดั้งเดิมๆ มาก
นักวิจัยของ BIS ได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลเงินฝาก สกุลเงินต่างประเทศ และปริมาณเงินไหลเข้าของ Stablecoin ที่ผูกค่ากับเงินดอลลาร์ในกว่า 130 ประเทศทั่วโลก โดยพบว่า ทั้งสองประเภทมักจะมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในช่วงเวลาที่เกิดสภาวะตึงเครียดทางเศรษฐกิจมหภาค
แต่สิ่งที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงคือ การไหลเวียนของ Stablecoin แทบจะไม่มีปฏิกิริยา หรือได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมเงินทุน หรือข้อจำกัดด้านอัตราแลกเปลี่ยนของรัฐเลย
ซึ่งทีมผู้เขียนรายงานระบุว่า เหตุผลหลักน่าจะเกิดจากการที่ ” Stablecoin หมุนเวียนและซื้อขายกันอยู่นอกขอบเขตการกำกับดูแลของรัฐบาลบางส่วน”
รายงานยังระบุเสริมว่า Stablecoin อาจเข้าไปสั่นคลอนและบั่นทอนอธิปไตยทางการเงิน ผ่านการเปิดทางให้ครัวเรือนและภาคธุรกิจ สามารถสลับไปถือครองเงินดอลลาร์นอกระบบธนาคารได้ โดยเฉพาะในประเทศตลาดเกิดใหม่ที่สกุลเงินท้องถิ่นอ่อนแอ หรือขาดการเข้าถึงบริการทางการเงินที่น่าเชื่อถือ
แต่นักวิจัยก็ยังไม่พบหลักฐานที่ชี้ชัดว่า การถือครองเงินดอลลาร์ จะเข้าไปลดทอนประสิทธิภาพในการส่งผ่านนโยบายทางการเงิน เพียงแต่ประเทศที่มีสัดส่วนเงินฝากสกุลเงินต่างประเทศสูงกว่า จะต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงมากกว่าเล็กน้อย
ซึ่งทาง BIS สรุปว่า ผู้กำหนดนโยบายอาจจำเป็นต้องพัฒนาเครื่องมือใหม่ ๆ ในการรักษาเสถียรภาพทางการเงิน เนื่องจากกฎระเบียบเดิม ที่ออกแบบมาเพื่อระบบธนาคารแบบดั้งเดิม อาจใช้ไม่ได้ผลในระบบการเงินยุคโทเคนดิจิทัล
กระแสการขยายตัวของ Stablecoin ดอลลาร์ในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่
ข้อมูลการค้นพบของ BIS ประจวบเหมาะกับช่วงเวลาที่การใช้งาน Stablecoin เป็นเครื่องมือสำหรับการชำระเงิน กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดในประเทศตลาดเกิดใหม่หลายแห่ง
โดยจากการวิเคราะห์ของ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ในประเทศไนจีเรีย พบว่า ครัวเรือนและธุรกิจขนาดเล็กกำลังหันมาใช้ Stablecoin อิงดอลลาร์เพื่อการชำระเงินข้ามพรมแดน, การส่งเงินกลับประเทศ และการเข้าถึงสินทรัพย์ในรูปดอลลาร์ โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากปัญหาเงินเฟ้อ, การด้อยค่าของเงินท้องถิ่น และข้อจำกัดในการเข้าถึงเงินตราต่างประเทศ
ซึ่ง IMF ระบุว่า Stablecoin ช่วยลดทั้งต้นทุนและระยะเวลาในการโอนเงินข้ามประเทศ ขณะเดียวกันก็ช่วยขยายการเข้าถึงบริการทางการเงินให้แก่ผู้คนที่อยู่นอกระบบธนาคารดั้งเดิม แต่ IMF ก็ได้ออกคำเตือนเช่นกันว่า การเปิดใช้ Stablecoin อย่างแพร่หลาย อาจลดความต้องการใช้เงินสกุลท้องถิ่นและย้ายกิจกรรมทางการเงินออกนอกช่องทางธนาคารแบบเดิม จนส่งผลเสียต่ออธิปไตยทางการเงินในที่สุด
นอกจากนี้ อัตราการเข้าถึงและเปิดให้ใช้งาน Stablecoin ก็กำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั่วทั้งภูมิภาคละตินอเมริกาเช่นเดียวกัน
Bitso Business ฝ่ายบริการชำระเงินสำหรับองค์กร ของกระดานเทรด Bitso ได้รายงานว่า ปริมาณการชำระเงินด้วย Stablecoin ในครึ่งแรกของปี 2026 พุ่งสูงขึ้นถึง 81% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน พร้อมทั้งเปิดเผยว่า เหรียญ USDC ของ Circle และ USDT ของ Tether มีสัดส่วนรวมกันถึง 40% ของการซื้อขายคริปโตเคอเรนซีทั้งหมดในภูมิภาคในช่วงปี 2025 ซึ่งเป็นการทำสถิติเบียดแซงหน้า Bitcoin ได้เป็นครั้งแรก
ทั้งนี้ ในภาพรวมของตลาดโลก มูลค่าตามราคาตลาด ของ Stablecoin ในปัจจุบันได้ขยับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 3.097 แสนล้านดอลลาร์ ปรับตัวขึ้นอย่างมากจากระดับราว ๆ 2.60 แสนล้านดอลลาร์ เมื่อหนึ่งปีก่อน

มูลค่าตลาดของ Stablecoin ที่มา: DefiLlama
ที่มา : cointelegraph
มุมมองผู้เขียน : ในระยะยาวหากคนยังนิยมถือดอลลาร์ผ่าน Stablecoin มากขึ้นเรื่อยๆ หลายประเทศอาจต้องเจอเลือกว่า จะยอมรับแล้วออกกฎมากำกับดูแลให้ถูกต้อง หรือจะดันทุรังห้ามใช้ ซึ่งดูจากงานวิจัยของ BIS แล้ว การสั่งห้ามน่าจะเป็นไปได้ยากมากในทางปฏิบัติ

