bitkub-banner

วอชิงตันเดือด ร่างกฎหมาย CLARITY Act เพิ่มข้อห้ามประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกเหรียญคริปโต

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • วุฒิสภาสหรัฐฯ เปิดเผยร่าง CLARITY Act ฉบับแก้ไขล่าสุด โดยเพิ่มข้อห้ามเจ้าหน้าที่ระดับสูง รวมถึงประธานาธิบดี ออกหรือสนับสนุนเหรียญคริปโตระหว่างดำรงตำแหน่ง
  • เจ้าหน้าที่รัฐที่ถือครองคริปโตมาก่อนรับตำแหน่งไม่จำเป็นต้องเทขายในทันที แต่สามารถเลือกใช้วิธีการโอนเหรียญเข้า Blind Trust เพื่อลดผลประโยชน์ทับซ้อนได้
  • พรรครีพับลิกันกำลังเร่งรวบรวมเสียงในวุฒิสภา ขณะที่พรรคเดโมแครตยังคัดค้านการมอบอำนาจบังคับใช้กฎด้านจริยธรรมให้รัฐบาลกลางเพียงฝ่ายเดียว

แนวโน้มผลกระทบ: Neutral

ส.ว. Cynthia Lummis เปิดเผยร่าง CLARITY Act ฉบับแก้ไขล่าสุด โดยเพิ่มข้อห้ามไม่ให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลกลาง รวมถึงประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกหรือสนับสนุนเหรียญคริปโตระหว่างดำรงตำแหน่ง พร้อมเปิดทางให้ผู้ที่ถือครองคริปโตมาก่อนสามารถโอนสินทรัพย์เข้า Blind Trust แทนการขายทั้งหมดได้ ร่างกฎหมายยังให้อำนาจกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เป็นผู้บังคับใช้กฎด้านจริยธรรมเพียงหน่วยงานเดียว ขณะที่พรรครีพับลิกันกำลังเร่งผลักดันให้ CLARITY Act ผ่านวุฒิสภาก่อนรัฐสภาพักสมัยประชุมในเดือนสิงหาคม 2026

วุฒิสภาสหรัฐฯ เปิดเผยร่างกฎหมาย CLARITY Act ฉบับแก้ไขล่าสุด ซึ่งเพิ่มมาตรการด้านจริยธรรมครั้งสำคัญเข้ามา โดยกำหนดข้อห้ามไม่ให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลกลาง รวมถึงประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกหรือสนับสนุนเหรียญคริปโตระหว่างดำรงตำแหน่ง 

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ส.ว. Cynthia Lummis ได้เผยแพร่ร่างกฎหมาย Clarity Act ฉบับแก้ไขความยาวกว่า 616 หน้า ซึ่งมีการเพิ่มกรอบจริยธรรมที่ได้รับการสนับสนุนจากทำเนียบขาวเข้าไว้ในเนื้อหา

Lummis ระบุว่า กฎหมายฉบับนี้เป็นอีกก้าวสำคัญของความพยายามหลายปีในการผลักดันให้สหรัฐฯ เป็นผู้นำด้านสินทรัพย์ดิจิทัล พร้อมมองว่า ช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าอาจเป็นโอกาสครั้งสุดท้ายในรอบหลายปี ที่รัฐสภาจะสามารถวางกรอบกำกับดูแลอุตสาหกรรมคริปโตได้อย่างเหมาะสม

อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายไม่ได้บังคับให้เจ้าหน้าที่รัฐที่ถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลมาก่อนเข้ารับตำแหน่งต้องขายคริปโตทั้งหมดในทันที แต่กำหนดให้เจ้าหน้าที่รัฐฯสามารถเลือกโอนสินทรัพย์ไปไว้ใน Blind Trust หรือกองทรัสต์ที่ให้บุคคลอื่นบริหารแทนโดยเจ้าของไม่มีสิทธิเข้าแทรกแซงแทนได้ 

ร่างกฎหมายยังเสนอกฎข้อห้ามชั่วคราว เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลกลางมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจโดยตรงกับบริษัท หรือโปรเจกต์คริปโต โดยมาตรการนี้จะมีผลถึงปี 2029 พร้อมกำหนดให้ กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ  (DOJ) เป็นหน่วยงานเดียวที่มีอำนาจบังคับใช้ข้อกำหนดด้านจริยธรรม

ภายใต้ข้อเสนอใหม่ อัยการสูงสุดสหรัฐฯ จะสามารถดำเนินคดีทางแพ่งกับเจ้าหน้าที่รัฐหรือผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลที่จงใจฝ่าฝืนกฎหมายได้ ขณะที่อัยการสูงสุดของแต่ละรัฐและประชาชนทั่วไปจะไม่สามารถเริ่มกระบวนการบังคับใช้กฎหมายได้เอง

ประเด็นนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากพรรคเดโมแครต ซึ่งต้องการให้รัฐต่าง ๆ ยังมีอำนาจตรวจสอบและดำเนินคดีได้ เพื่อไม่ให้การบังคับใช้กฎหมายทั้งหมดขึ้นอยู่กับรัฐบาลกลางเพียงฝ่ายเดียว

นอกเหนือจากข้อกำหนดด้านจริยธรรมแล้ว ร่าง CLARITY Act ยังคงบทบัญญัติสำคัญที่อุตสาหกรรมคริปโตสนับสนุน เช่น Blockchain Regulatory Certainty Act หรือกฎหมายที่ช่วยยืนยันว่า นักพัฒนาและผู้ให้บริการเทคโนโลยีบล็อกเชนที่ไม่ได้ควบคุมเงินของลูกค้า ไม่ควรถูกจัดเป็นตัวกลางทางการเงิน พร้อมเพิ่มมาตรการคุ้มครองนักลงทุน

ในขณะนี้ ผู้นำพรรครีพับลิกันกำลังเร่งรวบรวมเสียงสนับสนุนในวุฒิสภา เพื่อผลักดันให้ร่างกฎหมายผ่านความเห็นชอบก่อนสภาคองเกรสเข้าสู่ช่วงพักสมัยประชุมในเดือนสิงหาคม 2026 โดย CLARITY Act ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในกฎหมายสำคัญที่สุดต่อทิศทางของอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลสหรัฐฯ ในปีนี้


มุมมองผู้เขียน: สิ่งที่ต้องเฝ้าติดตามคือ ร่างกฎหมาย CLARITY Act จะผ่านด้านวุฒิสภาได้ทันก่อนพักสมัยประชุมหรือไม่ ซึ่งผลลัพธ์ของเรื่องนี้อาจกลายเป็นตัวตัดสินแนวโน้มการเคลื่อนไหวของตลาดคริปโตในระยะถัดไป

ที่มา:cryptobriefing