สรุปข่าว
- โวลุมเทรดหุ้นและสินค้าโภคภัณฑ์ผ่านเว็บเทรดคริปโตพุ่งแตะ $778,000 ล้านในเดือนสิงหาคม 2026 สูงกว่าโวลุมรวมของไตรมาสแรกทั้งไตรมาส
- สัญญาที่อ้างอิงสินทรัพย์ดั้งเดิมคิดเป็นเกือบ 1 ใน 4 ของตลาด Perpetual Futures บนเว็บเทรดคริปโต จากตัวเลขเพียง 0.5% เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2025
- กระแสนี้สะท้อนว่าผู้ใช้งานกำลังหันมาใช้แพลตฟอร์มคริปโตเพื่อเก็งกำไรหุ้น, ทองคำ และสินค้าโภคภัณฑ์แบบ 24 ชั่วโมง พร้อมเลเวอร์เรจ โดยไม่จำเป็นต้องถือสินทรัพย์จริง
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish
ในมุมมองของตลาดคริปโต ข่าวนี้ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกในระยะกลาง เพราะแสดงให้เห็นว่าแพลตฟอร์มคริปโตกำลังขยายตัวจากตลาดซื้อขาย Bitcoin และสินทรัพย์ดิจิทัล ไปสู่ตลาดการเงินขนาดใหญ่กว่าเดิม ซึ่งอาจช่วยเพิ่มโวลุมเทรด, สภาพคล่องและการใช้งานโครงสร้างพื้นฐานของตลาดคริปโต อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อราคา Bitcoin หรือเหรียญใดเหรียญหนึ่งโดยตรงยังมีจำกัด เพราะเงินส่วนใหญ่ในตัวเลขดังกล่าวเป็นการซื้อขายอนุพันธ์ที่อ้างอิงหุ้นและสินค้าโภคภัณฑ์ ไม่ใช่การซื้อคริปโตโดยตรง
ตลาดคริปโตไม่ได้มีแค่ Bitcoin อีกต่อไป
ตลาดคริปโตกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ หลังปริมาณการซื้อขายสัญญาที่อ้างอิง หุ้นและสินค้าโภคภัณฑ์บนแพลตฟอร์มคริปโตพุ่งแตะประมาณ 778,000 ล้านดอลลาร์ในเดือนสิงหาคม 2026 ตามข้อมูลที่ Bloomberg รายงานโดยอ้างข้อมูลจาก Fasanara Digital โดยตัวเลขดังกล่าวคิดเป็นประมาณ 23.48% ของโวลุมเทรด Perpetual Futures ทั้งหมดบนแพลตฟอร์มคริปโตขนาดใหญ่ เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลจากเพียง 0.5% ในเดือนพฤศจิกายน 2025
ที่น่าสนใจคือโวลุมดังกล่าวไม่ได้เพิ่มขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่เร่งตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะสัญญา Perpetual ที่อ้างอิงหุ้น ซึ่งมียอดเทรดบนเว็บเทรดคริปโตแบบรวมศูนย์อยู่ที่ประมาณ 665,420 ล้านดอลลาร์ในเดือนสิงหาคม เพิ่มขึ้น 4.6% จากเดือนกรกฎาคม และมากกว่าเดือนมกราคมถึง 56 เท่า จากโวลุมที่มีเพียงแค่ 11,580 ล้านดอลลาร์
กล่าวง่าย ๆ คือ จากเดิมที่กระดานคริปโตถูกมองว่าเป็นสถานที่สำหรับซื้อขาย Bitcoin, Ethereum และสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นหลัก ปัจจุบันกำลังกลายเป็นอีกหนึ่งช่องทางให้เทรดเดอร์เข้าถึงหุ้น, ดัชนี, ทองคำและสินค้าโภคภัณฑ์ ผ่านสัญญาอนุพันธ์
ทำไมเทรดเดอร์ถึงแห่เข้ามาเทรดหุ้นบนเว็บเทรดคริปโต?
ปัจจัยสำคัญคือรูปแบบของ Perpetual Futures ซึ่งไม่มีวันหมดอายุ ทำให้เทรดเดอร์สามารถเปิด Long หรือ Short ได้ต่อเนื่อง โดยไม่ต้องกังวลเรื่องวันหมดอายุของสัญญาเหมือนตลาดฟิวเจอร์สแบบดั้งเดิม
นอกจากนี้ แพลตฟอร์มคริปโตยังมีจุดเด่นเรื่องการซื้อขายตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์ รวมถึงการใช้เลเวอเรจ ทำให้เทรดเดอร์สามารถเก็งกำไรจากการเคลื่อนไหวของหุ้นและสินค้าโภคภัณฑ์ได้แม้ในช่วงที่ตลาดหุ้นแบบดั้งเดิมปิดทำการ (Binance Academy)
ตัวอย่างเช่น Binance ได้ขยายรายการ Perpetual ที่อ้างอิงสินทรัพย์ดั้งเดิมอย่างต่อเนื่อง โดยในเดือนสิงหาคมเพียงเดือนเดียว บริษัทเปิดตัวสัญญาที่อ้างอิงหุ้นและดัชนีใหม่หลายรายการไม่ว่าจะเป็นหุ้น Samsung, NAVER, LG Electronics และดัชนี KOSPI 200 ขณะที่สัญญาเหล่านี้สามารถซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมงและชำระราคาเป็น USDT
ล่าสุด Binance ยังปรับวิธีคำนวณราคาอ้างอิงของ TradFi Perpetual โดยขยายช่วงเวลาที่ใช้คำนวณค่าเฉลี่ยจาก 30 วินาทีเป็น 1 นาที ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา สะท้อนว่าผลิตภัณฑ์ประเภทนี้กำลังกลายเป็นตลาดสำคัญที่แพลตฟอร์มต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างจริงจัง
หุ้นบางตัวเริ่มผันผวนกว่า Bitcoin
อีกหนึ่งเหตุผลที่ช่วยอธิบายกระแสนี้คือ ความผันผวนของตลาดหุ้นบางกลุ่มที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ข้อมูลจาก Charles Schwab ระบุว่า ในปี 2025 Bitcoin มีความผันผวนอยู่ที่ 42% ขณะที่ Nvidia อยู่ที่ 50% และ Tesla สูงถึง 63% นอกจากนี้ ในช่วง 3 ปีระหว่างกุมภาพันธ์ 2023 ถึงกุมภาพันธ์ 2026 Tesla ยังมีความผันผวนสูงกว่า Bitcoin อย่างชัดเจน ขณะที่ Nvidia เองก็ผันผวนสูงกว่า Bitcoin เล็กน้อย
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ภาพจำเดิมที่ว่า “Bitcoin คือสินทรัพย์ที่ผันผวนที่สุด” เริ่มไม่ตรงกับความเป็นจริงในบางช่วงเวลาอีกต่อไป โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและ AI ที่สามารถเคลื่อนไหวรุนแรงจากผลประกอบการ, ข่าวการลงทุนและความคาดหวังเกี่ยวกับอุตสาหกรรมได้
งานวิเคราะห์อีกชิ้นในเดือนสิงหาคมยังพบว่า ความผันผวนของหุ้นกลุ่ม AI และ Semiconductor สูงกว่า Bitcoin อย่างมีนัยสำคัญ โดยดัชนี iShares Semiconductor ETF มีความผันผวนย้อนหลัง 60 วันราว 70% เทียบกับ Bitcoin ที่ประมาณ 30%
เมื่อรวมกับการที่เว็บเทรดคริปโตเปิดให้เทรดสินทรัพย์เหล่านี้ด้วยเลเวอเรจและตลอด 24 ชั่วโมง จึงไม่น่าแปลกที่เทรดเดอร์บางส่วนจะเลือกเข้ามาเก็งกำไรผ่านโครงสร้างพื้นฐานของตลาดคริปโตแทน
ตัวเลข $778,000 ล้านในเดือนเดียว อาจไม่ได้หมายความว่าเงินทั้งหมดกำลังไหลออกจากตลาดหุ้นเข้าสู่คริปโต แต่สะท้อนสิ่งที่น่าสนใจกว่านั้น นั่นคือ โครงสร้างพื้นฐานของตลาดคริปโตกำลังถูกนำมาใช้เป็นช่องทางซื้อขายสินทรัพย์ดั้งเดิมมากขึ้นเรื่อย ๆ
ส่วนตัวมองว่า นี่อาจเป็นหนึ่งในพัฒนาการที่สำคัญของตลาดคริปโตในช่วงหลายปีข้างหน้า เพราะหากแนวโน้มยังดำเนินต่อไป คำว่า “ตลาดคริปโต” อาจไม่ได้หมายถึงตลาดของ Bitcoin หรือเหรียญต่าง ๆ เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่อาจกลายเป็น ตลาดการเงินที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมงและรวมสินทรัพย์หลายประเภทไว้บนโครงสร้างพื้นฐานเดียวกัน อย่างไรก็ตาม การเติบโตของ Perpetuals ที่มาพร้อมเลเวอเรจสูงก็เพิ่มความเสี่ยงต่อการถูกล้างพอร์ตและความผันผวนของตลาดเช่นกัน ดังนั้นการเติบโตครั้งนี้จึงมีทั้งโอกาสและความเสี่ยงที่ต้องจับตาไปพร้อมกัน
ที่มา : Schwab Brokerage, Benzinga, Kucoin, Coinbureau
