bitkub-banner

สถาบันวิจัยชี้ โอกาสที่ Clarity Act จะผ่านร่วงต่ำกว่า 30% นักลงทุนเตรียมรับแรงกระแทก

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Galaxy Research ปรับลดโอกาสที่ร่างกฎหมาย CLARITY Act จะได้รับการอนุมัติภายในปี 2026 ลงจากเดิม 50% เหลือเพียง 30%
  • ร่างกฎหมายฉบับใหม่ยังคงติดขัดในหมวดจริยธรรมและการป้องกันอาชญากรรม และยังเสี่ยงขาดเสียงสนับสนุน 60 เสียงในวุฒิสภา
  • สภาเหลือเวลาพิจารณาร่างกฎหมายน้อยลงเรื่อยๆ ก่อนจะถึงกำหนดปิดสมัยประชุมซึ่งหากดันไม่ผ่านในรอบนี้ การกำกับดูแลคริปโทฯ จะถูกชะลอออกไปอีกยาวนาน

แนวโน้มผลกระทบ: Bearish

Galaxy Research ได้ปรับลดโอกาสที่ร่างกฎหมายกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัล CLARITY Act จะผ่านการอนุมัติภายในปี 2026 ลงเหลือเพียง 30% หลังจากการเปิดเผยเนื้อหาร่างกฎหมายฉบับล่าสุด 616 หน้า โดยมีจุดติดขัดหลักอยู่ที่การรวบรวมเสียงสนับสนุนให้ถึง 60 เสียง ซึ่งประเด็นขัดแย้งสำคัญเกิดขึ้นในหมวดจริยธรรมที่ห้ามเจ้าหน้าที่รัฐและคู่สมรสออกเหรียญหรือสนับสนุนสินทรัพย์ดิจิทัล เนื่องจาก สว. ฝั่งเดโมแครต มองว่าเกณฑ์ดังกล่าวยังทำได้ไม่ดีพอ ท่ามกลางกรอบเวลาของสภาที่เหลืออยู่น้อยนิดก่อนการเข้าสู่ฤดูกาลเลือกตั้ง  

เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายแล้วสำหรับการพิจารณาร่างกฎหมายกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัล หรือ Clarity Act ซึ่งแม้ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาจะมีการเจรจาหารือหลายอย่างแต่ดูเหมือนว่าอัตราความเป็นไปได้ที่จะได้รับการอนุมัติภายในปี 2026 ยังคงต่ำอย่างน่าตกใจ

Galaxy Research เปิดเผยความเห็นของพวกเขาว่า ความเป็นไปได้ที่ร่างกฎหมาย CLARITY Act จะผ่านถูกบังคับใช้เป็นกฎหมายภายในปี 2026 ได้ลดลงเหลือเพียง 30% หลังจากที่ฝ่ายนิติบัญญัติได้เปิดเผยเนื้อหาฉบับสุดท้ายของร่างกฎหมายออกมา โดยความขัดแย้งที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้กำลังส่งผลกระทบและสั่นคลอนการสนับสนุนจากทั้งสองพรรคการเมือง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญยิ่งต่อการผลักดันให้ร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่านสภา

Alex Thorn หัวหน้าฝ่ายวิจัยของบริษัท แต่เดิมเคยมองว่าโอกาสที่ร่างกฎหมายดังกล่าวจะผ่านมีสูงถึง 50% แต่แล้วมุมมองของเขาก็เปลี่ยนหลังการเจรจายังไม่เป็นรูปเป็นร่างแม้ว่ากำหนดเส้นตายก่อนปิดสมัยประชุมสภานั้นใกล้ที่จะเข้ามาแล้ว

การคำนวณเสียงลงคะแนนได้กลายมาเป็นโจทย์และข้อจำกัดหลักสำหรับกลุ่มผู้สนับสนุน เนื่องจากฝ่ายนิติบัญญัติต้องการแรงหนุนร่วมกันจากทั้งสองพรรคร่วมเพื่อที่จะขับเคลื่อนร่างกฎหมายฉบับนี้ให้ผ่านชั้นวุฒิสภาไปได้

Thorn ได้ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายครั้งใหญ่ที่ผู้สนับสนุนร่างกฎหมายกำลังเผชิญอยู่ โดยระบุว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้อาจไม่ได้มีเสียงส่วนใหญ่จากพรรครัฐบาลอยู่ในมือด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับการรวบรวมเสียงให้ครบ 60 เสียงตามที่กฎหมายกำหนดเพื่อก้าวข้ามการเตะถ่วง หรือการใช้สิทธิ์อภิปรายยื้อเวลาในสภา

ประเด็นขัดแย้งหลัก

ปัจจุบัน ร่างกฎหมาย CLARITY Act ฉบับล่าสุดได้มีการเพิ่มหมวดหมู่ใหม่ว่าด้วยเรื่องจริยธรรม ซึ่งกำหนดข้อจำกัดไม่ให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลรวมถึงคู่สมรส ทำการออกเหรียญหรือเป็นผู้สนับสนุนสินทรัพย์ดิจิทัลในขณะที่ดำรงตำแหน่งอยู่

ข้อเสนอดังกล่าวได้ดึงดูดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากกลุ่มนักการเมืองที่ต้องการเห็นมาตรการป้องกันที่เข้มงวดและรัดกุมยิ่งขึ้นเกี่ยวกับปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนและอาชญากรรมทางการเงิน

ขณะเดียวกัน สมาชิกวุฒิสภาจากพรรคเดโมแครตที่มีส่วนร่วมในการเจรจาได้พยายามผลักดันให้มีการใส่กฎเกณฑ์ด้านจริยธรรมที่เข้มงวดขึ้น รวมถึงมาตรการคุ้มครองผู้บริโภค การป้องกันการเงินผิดกฎหมาย และมาตรการเพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของตลาด 

สว.ฝั่งเดโมแครตอย่าง Mark Warner, Angela Alsobrooks, Cory Booker, Catherine Cortez Masto, Ruben Gallego, John Hickenlooper และ Raphael Warnock ได้ออกมาแสดงความเห็นร่วมกันว่า เนื้อหาของร่างกฎหมายในปัจจุบันยังทำได้ไม่ดีพอ ขณะที่สมาชิควุฒิสภา Elizabeth Warren ก็ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ร่างกฎหมายฉบับนี้แยกต่างหาก โดยเธอเรียกร้องให้เพิ่มมาตรการที่เด็ดขาดและเข้มงวดกว่านี้เพื่อป้องกันอาชญากรรมทางการเงิน

สุดท้ายนี้ กรอบเวลาทางนิติบัญญัติที่เหลืออยู่น้อยนิดจะกลายเป็นปัจจัยชี้ขาดอนาคตของร่างกฎหมายฉบับนี้ โดยทั้งผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมคริปโทและผู้ลงคะแนนเสียงต่างจับตามองอย่างใกล้ชิดว่า เหล่านักการเมืองจะสามารถเคลียร์ความเห็นที่แตกต่างและผลักดันร่างกฎหมายให้คืบหน้าได้หรือไม่ ก่อนที่ภารกิจและการเตรียมตัวสำหรับปีแห่งการเลือกตั้งจะเข้ามาเปลี่ยนทิศทางความสำคัญของวาระในสภาไปจากเดิม

ที่มา : Bitcoin.com


มุมมองผู้เขียน : หากร่างกฎหมายดังกล่าวไม่สามารถอนุมัติได้ภายในช่วงที่รัฐบาลสหรัฐฯ ให้ความสนับสนุนคริปโทฯ ก็อาจทำให้วงการต้องล้าหลังเป็นอย่างมาก และส่งผลเสียกันหมดทุกคนไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง