bitkub-banner

Tom Lee ชี้สัญญาณสำคัญ ตลาดคริปโตกำลังเข้าสู่ช่วงจุดต่ำสุดของวัฏจักร

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Tom Lee ผู้ร่วมก่อตั้ง Fundstrat มองว่า การทยอยปิดตัวของกระดานเทรดคริปโตรายใหญ่อย่าง BitMart และ BitMEX คือ สัญญาณคลาสสิกที่มักเกิดขึ้นตอนตลาดใกล้แตะจุดต่ำสุดของวัฏจักร
  • CZ ผู้ก่อตั้ง Binance เคยโพสต์ทวีตที่ถูกลบไปแล้ว แสดงความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน พร้อมชี้ว่า การเข้าซื้อกระดานเทรดขนาดเล็กทำได้ยาก เพราะมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์แฝงอยู่
  • Tom Lee ยังคงเป้าราคาระยะยาวของ Ethereum ไว้ที่ 250,000 ดอลลาร์ และหนุนให้สหรัฐฯ เร่งผ่านร่างกฎหมาย CLARITY Act

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Bullish

มุมมองของ Tom Lee ถือเป็นการมองวิกฤตให้เป็นโอกาส โดยเขามองว่า การล้มละลายของยักษ์ใหญ่มักจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ตลาดกลับมาฟื้นตัวได้อย่างเช่นในอดีต ประกอบกับการที่เขายังคงตั้งเป้าหมายราคา ETH ในระยะยาวไว้สูงมาก ทำให้ภาพรวมยังดูเป็นเทรนด์ขาขึ้น สำหรับคนที่เน้นลงทุนในระยะยาว แม้ในระยะสั้นตลาดจะยังผันผวนจากข่าวการปิดตัวของกระดานเทรดอยู่ก็ตาม

Tom Lee ผู้ร่วมก่อตั้ง Fundstrat บริษัทวิเคราะห์การลงทุนชื่อดัง เชื่อว่า การทยอยปิดตัวของกระดานเทรดคริปโตเคอเรนซีรายใหญ่ เมื่อเร็ว ๆ นี้ อาจเป็นดัชนีชี้วัดสำคัญว่า ตลาดกำลังเข้าใกล้จุดต่ำสุดของวัฏจักรแล้ว 

โดย Tom Lee ได้โพสต์ข้อความลงบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X ระบุว่า “เหตุการณ์ลักษณะนี้ มักจะเกิดขึ้นในช่วงจุดต่ำสุดของวัฏจักร” เพื่อแสดงความคิดเห็นต่อภาวะความตระหนกตกใจในอุตสาหกรรม ณ ปัจจุบัน

มุมมองเชิงบวกอันเป็นเอกลักษณ์ของ Tom Lee เกิดขึ้นหลังจาก BitMart ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในกระดานเทรดที่มีปริมาณการซื้อขายติดอันดับต้น ๆ ของโลก ได้ออกมาประกาศว่า จะทำการยุติการให้บริการแพลตฟอร์มเทรด 

ขณะเดียวกัน ยักษ์ใหญ่แห่งวงการอนุพันธ์อย่าง BitMEX ซึ่งเคยครองตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแบบ Perpetual Swap ของ Bitcoin ก็ได้ยืนยันแผนการที่จะยุติการดำเนินงานภายในปีนี้เช่นเดียวกัน 

การปิดตัวของยักษ์ใหญ่เหล่านี้ได้จุดชนวนให้เกิดการถกเถียงถึงความโหดร้ายของตลาดหมี โดยทาง Changpeng Zhao หรือ CZ ผู้ก่อตั้ง Binance ก็เคยแสดงความคิดเห็นผ่านทวีตที่ถูกลบไปแล้วว่า นี่อาจเป็นสัญญาณจุดต่ำสุดของตลาดเช่นกัน พร้อมอธิบายเสริมว่า การเข้าซื้อกิจการกระดานเทรดแบบ CEX ขนาดเล็กนั้นทำได้ยากกว่าธุรกิจประเภทอื่น เพราะผู้ซื้อจะต้องแบกรับความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ตามไปด้วย

แม้ตลาดจะอยู่ในช่วงซบเซา และบริษัทคลัง Ethereum อย่าง BitMart ที่ถือครองเหรียญ ETH รายใหญ่ จะต้องเผชิญกับการขาดทุนทางบัญชีมหาศาล  แต่ Tom Lee ยังคงมีมุมมองที่เป็นบวกอย่างมากต่ออนาคตระยะยาวของ Ethereum

โดยเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา เขาเคยระบุว่า Ethereum กำลังก้าวเข้าสู่ยุค “ETH 2.0” ซึ่งเขานำวิวัฒนาการนี้ ไปเปรียบเทียบกับการเติบโตแบบก้าวกระโดด ของบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Amazon, Nvidia และ JPMorgan

Tom Lee เชื่อว่า Ethereum มีศักยภาพที่จะกลายเป็น โครงสร้างพื้นฐานหลักสำหรับการชำระธุรกรรม (Settlement Layer) ทั้งของระบบการเงินดั้งเดิม (Traditional Finance) และระบบเศรษฐกิจของปัญญาประดิษฐ์  AI Agent

ยิ่งไปกว่านั้น Tom Lee ยังได้ตั้งเป้าหมายราคาระยะยาวของ ETH ไว้สูงถึง 250,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อเหรียญ พร้อมทั้งย้ำว่า คริปโตเคอเรนซียังคงเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่มีอัตราส่วนความเสี่ยง ต่อผลตอบแทน (Risk-Reward) ที่ดึงดูดใจที่สุด สำหรับช่วงปลายปีนี้

นอกจากนี้ เขายังสนับสนุนจุดยืนของ Fidelity ที่เรียกร้องให้สภาคองเกรสสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมาย CLARITY Act โดยมองว่า หากกฎหมายฉบับนี้ไม่ผ่าน อาจทำให้สหรัฐฯ เสียความสามารถในการแข่งขันด้านอุตสาหกรรมคริปโตเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในระยะยาว

ที่มา : u.today


มุมมองผู้เขียน : เหตุการณ์แบบนี้เคยเกิดซ้ำมาแล้วหลายรอบในประวัติศาสตร์คริปโต และการที่ CZ ออกมาพูดในทิศทางเดียวกับ Tom Lee ก็เพิ่มน้ำหนักให้มุมมองนี้น่าสนใจไม่น้อย 

อย่างไรก็ควรระวังไว้เสมอว่า ไม่มีใครสามารถชี้จุดต่ำสุดที่แท้จริงได้ล่วงหน้าแบบเป๊ะ ๆ นักลงทุนจึงควรติดตามสัญญาณอื่นประกอบ ก่อนตัดสินใจปรับพอร์ตครั้งใหญ่ตามคำทำนายของนักวิเคราะห์