bitkub-banner

Bitcoin ทะยานเหนือ $65,000 พบแท่งเขียวปริศนาพุ่งสวนทางประกาศงบดุลของ Strategy

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ราคา BTC กลับตัวพุ่งขึ้นกว่า 2.3% จากกรอบ $64,600 แตะระดับสูงสุดที่ $65,270 ส่งผลให้โพสิชัน Short ถูกล้างพอร์ตรวมกว่า 37.65 ล้านดอลลาร์
  • การปรับตัวขึ้นสอดคล้องกับการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ รวมถึงแรงซื้อสุทธิที่กลับมาจากกองทุน Spot Bitcoin ETF
  • แม้จะมีปัจจัยกดดัน ทั้งสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน ท่าทีดอกเบี้ยของ Fed และงบดุลที่ไม่สู้ดีของ Strategy แต่ราคายังตอบรับเชิงบวก ทำให้ต้องมาลุ้นว่าจะยืนไหวหรือไม่

แนวโน้มผลกระทบ: Bullish

ราคา Bitcoin เกิดการกลับตัวขึ้นอย่างรุนแรงกว่า 2.3% โดยพุ่งขึ้นจากระดับ $64,600 ขึ้นไปแตะจุดสูงสุดระหว่างวันที่ $65,270 การฟื้นตัวครั้งนี้ได้รับแรงหนุนสำคัญจากการเคลื่อนไหวตามหุ้นกลุ่มเทค ตลอดจนการฟื้นตัวของฝั่งอุปสงค์สถาบันผ่านกองทุน Spot Bitcoin ETF แต่สิ่งที่น่าสนใจคือการพุ่งขึ้นครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางปัจจัยลบระดับมหภาคที่รุมเร้า ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ท่าทีเข้มงวดเรื่องดอกเบี้ยของ Fed และงบดุลของ Strategy ที่ออกมาน่าผิดหวัง 

เช้าวันนี้ ราคา Bitcoin ได้เกิดการกลับตัวขึ้นอย่างรุนแรงกว่า 2.3% จากระดับราคา $64,500 ที่ทำการไซด์เวย์มาตลอดทั้งวัน ท่ามกลางความงุนงงของนักลงทุนทั่วโลก เพราะความเคลื่อนไหวในตลาดได้ถูกแบ่งออกเป็นสองทิศทาง แต่ราคายังคงพลิกกลับขึ้นมาได้

อ้างอิงข้อมูลจากกราฟ BTC/USD พบว่า ราคาได้ทะยานขึ้นมาจากจุดต่ำสุดประมาณ $64,600 ขึ้นไปแตะจุดสูงสุดระหว่างวันที่ที่ $65,270 และทำให้นักลงทุนฝั่งที่เปิดชอร์ตเสียหายกว่า $37.65 ล้านดอลลาร์ ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สำหรับสาเหตุที่ทำให้ราคาของ Bitcoin ปรับตัวขึ้นสูงในวันนี้คาดว่าส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการเคลื่อนไหวตามตลาดหุ้นเทคที่มีการพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงไม่ว่าจะเป็นจากฝั่งของสหรัฐฯ และเกาหลีใต้

ถัดมาคือเรื่องของกองทุน ETF ที่เริ่มกลับมามีเงินไหลเข้าอีกครั้งในเมื่อวานนี้นำโดยกองทุน IBIT ของ BlackRock ถือเป็นการยุติภาวะเงินไหลออกที่เกิดขึ้นมา 4 วันติด

อย่างไรก็ตาม การปรับตัวพุ่งขึ้นของ Bitcoin ในวันนี้ถือว่าเป็นเรื่องน่าประหลาดใจอย่างมากหากมองเพียงแค่สถานการณ์โลกในปัจจุบัน เพราะขณะนี้สหรัฐฯ ก็ยังคงขัดแย้งและทำสงครามกับอิหร่านอยู่ต่อเนื่อง รวมถึงท่าทีของเฟดที่ยังคงเข้มงวดเรื่องดอกเบี้ย แต่สิ่งเหล่านี้กลับไม่ได้ส่งผลกระทบต่อ Bitcoin เลยแม้แต่น้อย

นอกเหนือจากนี้ในช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา Strategy ยังได้มีการเปิดเผยตัวเลขงบดุลประจำไตรมาสที่ 2 ของปี ซึ่งผลปรากฏว่าบริษัทได้เกิดการขาดทุนอย่างหนักราว $8.22 พันล้าน ซึ่งเกิดจากมูลค่าที่ลดลงของ Bitcoin ที่ได้มีการถือครองเป็นจำนวนมหาศาล

ปัจจุบัน Bitcoin กำลังต้องเผชิญหน้ากับแนวต้านที่ $65,000 โดยถึงแม้ว่าราคาจะสามารถทะยานขึ้นไปได้แล้วแต่หากไม่สามารถยืนหยัดได้ต่อก็มีโอกาสที่จะปรับตัวลงมาที่ราคาต่ำกว่า $62,500 ได้เช่นกัน


มุมมองผู้เขียน : อีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อยคือการที่ราคาพุ่งขึ้นในวันนี้อาจเป็นผลมาจากวันหมดอายุสัญญาออปชันสิ้นเดือนที่เกิดขึ้นในวันศุกร์สุดท้าย โดยตามปกติแล้วราคามักจะขยับขึ้นไปหาจุดเจ็บปวดสูงสุดเพื่อไม่ให้นักลงทุนกลุ่มไหนได้เปรียบจนเกินไป