bitkub-banner

รายงานเผยมูลค่าความเสียหายจากเหตุ Coldcard พุ่งทะลุ 88 ล้านดอลลาร์

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • มูลค่า Bitcoin ที่ถูกขโมยจากเหตุการณ์แฮ็ก Coldcard Hardware Wallet เพิ่มขึ้นมาเป็น 88 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามการติดตามล่าสุด
  • นักวิจัยเชื่อว่าช่องโหว่เกี่ยวข้องกับการสร้าง Seed Phrase ที่มี Entropy ต่ำ ในอุปกรณ์บางรุ่น ทำให้แฮ็กเกอร์สามารถคาดเดา Private Key ได้
  • เหตุการณ์ดังกล่าวจุดกระแสให้ผู้เชี่ยวชาญ รวมถึง CZ ผู้ก่อตั้ง Binance ออกมาแนะนำให้ผู้ใช้งาน กระจายสินทรัพย์ไปยังหลาย Wallet และอัพเดทเฟิร์มแวร์อย่างสม่ำเสมอ

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา : Neutral

แม้เหตุการณ์จะสร้างแรงกดดันต่อความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยของ Hardware Wallet แต่ไม่ได้เกิดจากช่องโหว่ของเครือข่าย Bitcoin จึงมีแนวโน้มส่งผลต่อผู้ให้บริการด้านการเก็บรักษาสินทรัพย์มากกว่าราคาของ BTC โดยตรง

ความเสียหายจากเหตุ Coldcard พุ่งแตะ 88 ล้านดอลลาร์

มูลค่าของ Bitcoin ที่ถูกขโมยจากเหตุการณ์โจมตี Coldcard ล่าสุดเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 88 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามข้อมูลที่ Watcher.Guru รายงาน โดยตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการประเมินก่อนหน้าที่อยู่ราว 70 ล้านดอลลาร์ สะท้อนว่ามีการค้นพบ wallet ที่ได้รับผลกระทบเพิ่มเติม หรือมีการติดตามเส้นทางเงินได้มากขึ้น

เหตุการณ์นี้ถือเป็นหนึ่งในกรณีด้านความปลอดภัยที่ได้รับความสนใจมากที่สุดของวงการ Bitcoin ในปี 2026 เนื่องจาก Coldcard เป็นหนึ่งใน Hardware Wallet ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้ใช้งานสายดูแลสินทรัพย์ด้วยตนเอง

ช่องโหว่เกิดจากการสร้าง Seed Phrase ไม่ใช่ Bitcoin

จากข้อมูลของนักวิจัยด้านความปลอดภัยและทีมพัฒนา Coldcard ระบุว่า ปัญหาไม่ได้เกิดจากเครือข่าย Bitcoin แต่เกี่ยวข้องกับ กระบวนการสร้าง Seed Phrase ของอุปกรณ์บางรุ่น โดยเฉพาะ Coldcard Mk3 ที่อาจมีค่าการสุ่ม (Entropy) ต่ำกว่ามาตรฐาน ทำให้ผู้โจมตีสามารถใช้การประมวลผลเพื่อคาดเดา Private Key ได้ในบางกรณี

รายงานจากชุมชนผู้ใช้งานระบุว่า wallet ที่ได้รับผลกระทบมีจำนวนมากกว่า 1,000 ใบ และแฮ็กเกอร์สามารถกวาด Bitcoin ออกไปได้ภายในระยะเวลาอันสั้น

ทั้งนี้ Coldcard รุ่นใหม่อย่าง Coldcard Mk4, Mk5 และ Coldcard Q ได้รับการปรับปรุงระบบสุ่ม Private Key แล้ว และทีมพัฒนาแนะนำให้ผู้ใช้งานย้ายสินทรัพย์ไปยัง Seed Phrase ใหม่หากยังใช้รุ่นที่ได้รับผลกระทบ


การที่มูลค่าความเสียหายจากเหตุ Coldcard เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 88 ล้านดอลลาร์ แสดงให้เห็นว่าผลกระทบของเหตุการณ์ยังคงขยายวงกว้าง แม้จะไม่ได้เกิดจากเครือข่าย Bitcoin โดยตรงก็ตาม

เหตุการณ์นี้น่าจะกลายเป็น “บทเรียนครั้งใหญ่” ของการดูแลสินทรัพย์ด้วยตนเองโดยในอนาคต นักลงทุนจะไม่ได้พิจารณาเพียงว่า Wallet เป็นแบบ Hardware หรือ Software แต่จะให้ความสำคัญกับคุณภาพของการออกแบบ, ความโปร่งใสในการพัฒนาและการกระจายความเสี่ยงมากขึ้น ซึ่งท้ายที่สุดอาจช่วยยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของทั้งอุตสาหกรรม

ที่มา : Watcherguru, Coldcard, Reddit, Coinbureau