สรุปข่าว
- Mike Belshe ซีอีโอ BitGo โอน 100 BTC มูลค่าประมาณ $6.3 ล้าน เพื่อตั้งเป็นเงินรางวัลท้าทายให้ AI ของ Anthropic เข้ามาแฮกกระเป๋าเงิน หลังมีข่าว AI หลุด
- Belshe ไม่เชื่อว่า Anthropic สร้าง AI แฮกเกอร์ระดับอัจฉริยะได้จริง โดยชี้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเพียงความผิดพลาด หรือเป็นกลยุทธ์การตลาดที่เกินจริง
- กระเป๋า BitGo ใช้ระบบ 2-of-3 Multi-Signature ซึ่งต้องอาศัยการหลอกลวงมนุษย์เพื่อขโมยกุญแจ ไม่ใช่การถอดรหัสคณิตศาสตร์เพียงอย่างเดียวทำให้ยากที่จะเจาะ
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
Mike Belshe ซีอีโอของ BitGo ได้ตั้งคำท้า Anthropic ด้วยการโอน Bitcoin จำนวน 100 BTC มูลค่าราว $6.3 ล้านเข้ากระเป๋า BitGo เพื่อเป็นเงินรางวัลล่อใจให้ AI เข้ามาเจาะระบบ สืบเนื่องจากข่าวที่ Anthropic อ้างว่าโมเดลเกิดหลุดจากพื้นที่ทดสอบไปเจาะระบบของบริษัทจริง แต่เขาไม่เชื่อว่าทาง Anthropic จะสามารถทำได้จริงและได้ใช้คำท้านี้เป็นข้อพิสูจน์ว่าฝีมือของ Claude เป็นของจริงหรือยังไม่ถึงไหน
ตลอดช่วงปีที่ผ่านมา ชื่อของ Anthropic ได้กลายมาเป็นจุดสนใจจากผู้คนทั่วโลกเนื่องจากพวกเขาประสบความสำเร็จในการพัฒนาโมเดล AI ที่ “ฉลาดและเก่งจนน่ากลัว” ถึงขนาดที่ต้องมีการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายในวงกว้าง
อย่างไรก็ตาม Mike Belshe ซีอีโอของ BitGo บริษัทผู้รับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลชั้นนำ กลับไม่ได้เกรงกลัวในศักยภาพของ AI ค่าย Anthropic มิหนำซ้ำยังมีการท้าทายให้เข้ามาเจาะระบบชิงรางวัลไปให้ได้โดยมี Bitcoin จำนวนกว่า 100 BTC ($6.3 ล้าน) เป็นเดิมพัน
จุดเริ่มต้นของคำท้า
ย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่วันก่อน Anthropic ได้ออกมายอมรับเรื่องแปลกประหลาดว่า 3 โมเดลของ Claude ได้มีการหลุดออกไปจากพื้นที่ทดสอบออกไปยังโลกอินเทอร์เน็ตและได้เข้าไปทำการเจาะระบบของบริษัทจริงๆ เปรียบเสมือนปลานักล่าที่หลุดออกจากบ่อเข้าไปสู่ทะเลเปิด
หลังจากที่เกิดข้อผิดพลาดขึ้น โมเดล Opus 4.7 ได้ทำการแอบขโมยข้อมูลเข้าสู่ระบบเพื่อเปิดใช้งานฐานข้อมูลจริงของบริษัท ขณะที่ Mythos 5 ได้ทำการอัปโหลดซอฟต์แวร์ที่ถูกดัดแปลงแก้ไขขึ้นสู่คลังโค้ดสาธารณะ ซึ่งถูกนำไปรันบนเครื่องจริงถึง 15 เครื่องภายในเวลาเพียงหนึ่งชั่วโมง
อย่างไรก็ตาม ทาง Anthropic ออกมาชี้แจงว่าไม่ได้มีการใช้กลลวงหรือเทคนิคแยบยลใดๆ ทั้งสิ้น พร้อมระบุว่าเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดจากความผิดพลาดในการตั้งค่าระบบ ไม่ใช่กรณีที่ AI ปฏิบัติตัวนอกเหนือการควบคุมแต่ประการใด
Anthropic ต้องโดนแหก
Belshe ไม่เชื่อเรื่องราวที่ Anthropic เล่าออกมา และกล่าวว่า เหตุการณ์นี้ถ้าไม่ได้เป็นเพราะทางบริษัทสร้างพื้นที่ทดสอบได้ห่วยแตก ก็ต้องเก่งมากในการทำกลยุทธ์การตลาด หรือจะเป็นทั้งคู่เลยก็ได้ แต่เขาไม่ปักใจเชื่อว่า Anthropic จะสามารถสร้างสุดยอดแฮกเกอร์ระดับสัตว์ประหลาดได้จริงตอนนี้
ดังนั้น เขาจึงท้าพิสูจน์ให้ Anthropic เอา AI ตัวเก่งของพวกเขามาแฮกให้ดูกันจริงๆ อีกสักครั้งโดยเสนอตัวเองเป็นเหยื่อล่อ พร้อมกับการแสดงหลักฐานว่าเขานั้นเอาจริงด้วยการโอน 100 BTC ไปยังกระเป๋า BitGo wallet เพื่อรอให้ AI เข้ามาคว้ามันไป

สำหรับ Belshe แล้วเงินแค่ $6.3 ล้านก็เป็นแค่เงินจำนวนเล็กน้อย เพราะบริษัท BitGo ของเขารับผิดชอบดูแลเงินของลูกค้ากว่า $8.1 หมื่นล้านในระบบมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2025 ส่วนตัวเขาเองก็เป็นผู้มากฝีมือเคยช่วยสร้าง HTTP/2 ที่ Google ซึ่งต่อมาจะกลายเป็นโปรโตคอลสำหรับใช้รันเว็บสมัยใหม่
การตั้งคำท้าของ Belshe ในครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกของเขาที่ได้มีการเปิดประเด็นกับทาง Anthropic เพราะเมื่อเดือน มิ.ย. Belshe ได้มีส่วนร่วมในการแหกความสำเร็จของโมเดล Mythos ที่ไปเจาะเอกสารลับของรัฐบาลได้สำเร็จว่า เป็นเรื่องที่จัดเตรียมกันมาก่อนแล้ว
ทำไปแล้วได้อะไร?
สิ่งที่ Belshe ต้องการท้าพิสูจน์ Anthropic ในขณะนี้คือ ความสามารถในการแฮกที่แท้จริง เพราะที่ผ่านมา AI โมเดลมักใช้วิธีหาช่องโหว่ในระบบและใช้มันเป็นทางเข้า (unlocked doors) ไม่ใช่การเข้าไปพังโค้ด ซึ่งกระเป๋าของ BitGo ต้องใช้กุญแจถึง 3 ดอกในการย้ายเงิน 2 ดอกอยู่กับผู้ใช้ ส่วนอีกอันอยู่กับทาง BitGo ทำให้ไม่มีใครสามารถเซ็นธุรกรรมได้ด้วยตัวคนเดียว
ดังนั้น ถ้า AI ที่พัฒนามาแล้วเก่งจริงตามที่อวดอ้าง ก็ต้องมีวิธีทางหลอกลวงหรือขโมยกุญแจจากมนุษย์เท่านั้น ไม่ใช่การเจาะระบบรหัสผ่านตรงๆ และไม่ใช่เรื่องของการเอาชนะสมการทางคณิตศาสตร์เลยแม้แต่น้อย
Belshe ยอมรับว่า วันหนึ่งเราอาจจะเห็น AI สามารถแฮกกระเป๋าเราได้จริง ๆ และทาง BitGo ก็ไม่สามารถรับประกันได้เลยว่า กระเป๋าเงินและคลังเก็บสินทรัพย์จะไม่ถูกแฮกหรือถูกเจาะระบบ พร้อมยกตัวอย่างกรณีการโจรกรรม Bybit มูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2025 ซึ่งในครั้งนั้นแม้แต่ระบบ Cold Storage ที่แข็งแกร่งก็ยังล้มเหลว
ประเด็นนี้ทำให้นักลงทุนในตลาดจินตนาการไปถึงสถานการณ์วันสิ้นโลกของวงการคริปโทฯ โดยมีผู้ใช้งานรายหนึ่งให้ความเห็นในเชิงตลกร้ายว่า ถ้า Anthropic สามารถเจาะระบบนี้ได้จริง มูลค่าของ BTC คงร่วงลงไปเหลือศูนย์ภายใน 30 นาทีหรืออาจจะเร็วกว่านั้นด้วยซ้ำ
แต่อย่างน้อยในตอนนี้ นักลงทุนก็ยังพอเบาใจได้บ้าง เพราะปัจจุบัน 100 Bitcoin ที่ Belshe วางเดิมพันได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นของจริงตั้งแต่วันที่ 31 ก.ค. และแม้ว่าจะผ่านมา 3 วัน แล้วเงินจำนวนดังกล่าวก็ยังคงหยุดอยู่นิ่งไม่ขยับไปไหน
ที่มา: Beincrypto
มุมมองผู้เขียน: จากเหตุการณ์นี้เราอาจมองได้ว่า AI นั้นไม่ใช่ไม่เก่งไม่มีศักยภาพ แต่ข่าวความคืบหน้าส่วนใหญ่ที่ออกมานั้นอาจถูกแต่งเติมหรือบอกเล่นจนเกินจริงในสายตาของผู้ที่มีประสบการณ์มานาน ซึ่งโดยสรุปแล้วผลจะออกมาเป็นอย่างไรก็ย่ำแย่ทั้งคู่ เพราะหากแฮกได้จริงนี่จะเป็นภัยคุกคามระดับภับพิบัติ ในขณะที่หากอยู่เฉยหรือทำไม่ได้ก็เป็นการตอกย้ำว่าฝีมือของ AI ยังไม่ถึงขั้นที่ต้องเป็นกังวล

