bitkub-banner

ชาวเน็ตแฉ พบนักลงทุน Bitcoin หลายรายถูกแฮก Coldcard ตั้งแต่ปี 2022 แต่ปิดข่าวเงียบ

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ผู้ใช้ Reddit ขุดพบกระทู้เก่าตั้งแต่ปี 2022 ที่มีผู้ใช้งาน Coldcard หลายรายอ้างว่า Bitcoin ถูกโอนออกจากกระเป๋า พร้อมกล่าวหาว่า หลังแจ้งปัญหาไปยังบริษัทกลับถูกบล็อกและไม่ได้รับการตอบกลับ
  • หนึ่งในผู้เสียหายยืนยันว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2022 พร้อมระบุว่า ไม่ได้รับทั้งการชดเชยความเสียหายและการคืนเงินค่า Hardware Wallet ที่ซื้อมา
  • การค้นพบครั้งนี้ทำให้ชุมชน Bitcoin หันกลับมาตั้งคำถามว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันอาจไม่ใช่ครั้งแรก แต่เป็นปัญหาที่อาจถูกมองข้ามมานาน 

แนวโน้มผลกระทบ: Neutral

ล่าสุดผู้ใช้ Reddit ชื่อ ZUU_Music ขุดพบกระทู้เก่าตั้งแต่ปี 2022 ที่มีผู้ใช้งาน Coldcard หลายรายอ้างว่า Bitcoin ถูกขโมยออกจากกระเป๋า ก่อนกล่าวหาว่า เมื่อพยายามแจ้งปัญหาไปยังบริษัทกลับถูกบล็อกและเพิกเฉยต่อเรื่องดังกล่าว การค้นพบครั้งนี้ทำให้ชุมชนคริปโตย้อนกลับมาตั้งคำถามว่า ปัญหาที่กำลังเป็นประเด็นในปัจจุบัน อาจไม่ใช่เหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น แต่มีสัญญาณเตือนมาตั้งแต่หลายปีก่อน

ความเชื่อมั่นต่อ Coldcard ฮาร์ดแวร์วอลเล็ตที่หลายคนใช้เก็บ Bitcoin กำลังถูกสั่นคลอนอีกครั้ง เนื่องจากเมื่อวานนี้ (3 ส.ค.) ผู้ใช้ Reddit ชื่อ ZUU_Music ขุดพบกระทู้เก่าตั้งแต่ปี 2022 ที่มีผู้ใช้งานหลายรายอ้างว่า Bitcoin ถูกแฮกและขโมยออกไปจากกระเป๋า พร้อมระบุว่า เมื่อพยายามแจ้งปัญหา กลับถูกบริษัทบล็อกและไม่รับเรื่อง 

เหตุการณ์นี้ทำให้ชุมชนคริปโตเริ่มย้อนกลับไปตั้งคำถามว่า เหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน อาจไม่ใช่ความผิดพลาดที่เพิ่งเกิดขึ้น แต่เป็นปัญหาที่ถูกมองข้ามมานานหลายปี

หนึ่งในผู้เสียหายที่ใช้ชื่อ Economy-Cash6726 เล่าว่า เขาซื้อ Coldcard Mk4 มาใช้งาน แต่ Bitcoin ในกระเป๋ากลับถูกโอนออกจนหมด ทั้งที่สร้าง Seed Phrase หรือชุดคำกู้คืน 12 คำตามมาตรฐาน และไม่ได้ใช้วิธีสร้าง Seed ด้วยการทอยลูกเต๋า (Dice Rolls) ซึ่งเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการสุ่มคีย์ด้วยตนเอง 

ที่มา:Reddit

นอกจากนี้เขายังเผยว่า หลังแจ้งปัญหาไปยัง Coldcard กลับถูกบล็อกจากช่องทางติดต่อของบริษัท ขณะที่ผู้ใช้อีกหลายรายก็อ้างว่า เคยเผชิญเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกัน

เมื่อมีผู้ใช้รายอื่นเข้ามาสอบถามว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อไหร่ เจ้าตัวยืนยันว่า เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2022 พร้อมเปิดเผยว่า แม้จะพยายามขอเงินคืนจากผู้จำหน่ายผ่าน Reddit ก็ไม่ได้รับการชดเชย แม้แต่ค่าฮาร์ดแวร์วอลเล็ตที่เขาจ่ายไป

การกลับมาของกระทู้ดังกล่าวจุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในชุมชน Bitcoin อีกครั้ง โดยผู้ใช้จำนวนหนึ่งตั้งข้อสังเกตว่า บริษัทอาจรับรู้ปัญหานี้มานานแล้ว ขณะที่บางคนนำไปเปรียบเทียบกับเหตุการณ์แฮก Atomic Wallet ในปี 2023 และกรณี Randstorm ซึ่งเป็นช่องโหว่ของระบบสร้างคีย์ในกระเป๋า Bitcoin ยุคแรกที่เคยสร้างความเสียหายให้ผู้ถือ Bitcoin จำนวนมาก ส่วนผู้ใช้อีกบางรายถึงขั้นตั้งข้อสงสัยว่า อาจเป็นฝีมือของคนวงใน แม้จะไม่มีหลักฐานยืนยันข้อกล่าวหาดังกล่าวก็ตาม

อีกด้านหนึ่ง ผู้ใช้บางส่วนวิจารณ์แนวคิด Bitcoin Maximalism โดยมองว่า กระแสการสนับสนุนฮาร์ดแวร์วอลเล็ตที่รองรับเฉพาะ Bitcoin ทำให้ผู้ใช้งานจำนวนไม่น้อยละเลยการตั้งคำถามเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลทั้งหมดเป็นเพียงคำกล่าวอ้าง และความคิดเห็นของผู้ใช้งานบน Reddit เท่านั้น และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานที่ยืนยันว่า เหตุการณ์สูญเสีย Bitcoin ในปี 2022 มีสาเหตุมาจากช่องโหว่ของ Coldcard หรือเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ล่าสุด