bitkub-banner

Bitcoin แกว่งแคบ $63,000-$64,000 น้ำมันดิ่งช่วยผ่อนคลาย แต่ทุนใหญ่ยังซบ 

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ราคา Bitcoin ฟื้นตัวจากจุดต่ำสุด 62,300 ดอลลาร์ ขึ้นมาซื้อขายที่ 63,751 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 1.45% ในรอบ 24 ชั่วโมง โดยได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง
  • แรงซื้อจากนักลงทุนสถาบันและปริมาณการซื้อขายสปอตยังคงแผ่วเบา ทำให้ราคาแกว่งตัวอยู่ในกรอบแคบ 63,000-64,000 ดอลลาร์
  • ดัชนี Fear and Greed Index อยู่ที่ระดับ 25 สะท้อนอารมณ์ตลาดที่ยังอยู่ในภาวะกลัวสุดขีด ขณะมูลค่าตลาดคริปโตรวมลดลง 1.1% เหลือ 2.15 ล้านล้านดอลลาร์

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Neutral

ราคาน้ำมันที่อ่อนตัวช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อได้จริง แต่ยังไม่มากพอที่จะดึงนักลงทุนสถาบันกลับเข้าตลาด ตราบใดที่สภาพคล่องยังบางและอารมณ์ตลาดยังอยู่ในโซนกลัวสุดขีด Bitcoin จึงมีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบแคบต่อไป มากกว่าจะเบรกขึ้นหรือลงอย่างชัดเจนในระยะสั้น

ราคา Bitcoin เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 63,000 ดอลลาร์สหรัฐ โดยราคาฟื้นจากจุดต่ำสุดที่ 62,300 ดอลลาร์ เนื่องจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง ช่วยผ่อนคลายความกังวลเรื่องอัตราเงินเฟ้อลงบางส่วน 

อย่างไรก็ตาม แรงซื้อและเงินลงทุนไหลเข้าที่ยังคงซบเซา ได้กลายเป็นปัจจัยจำกัดการฟื้นตัวของราคา Bitcoin ให้แกว่งตัวแคบอยู่ในกรอบ 63,00- 64,000 ดอลลาร์ โดยในขณะที่รายงานราคา Bitcoin ซื้อขายอยู่ที่ระดับ $63,751 เพิ่มขึ้น 1.45% ในรอบ 24 ชั่วโมง 

ในส่วนของราคา Ethereum ซื้อขายอยู่ที่ 1865 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 0.32% ภายใน 24 ชั่วโมง

เช่นเดียวกับเหรียญ Altcoins หลักอื่นๆ อย่าง BNB, XRP, Solana, Tron, Dogecoin ที่ต่างพาฟื้นตัวมาเล็กน้อย ซึ่งมีเพียง Hyperliquid เท่านั้นที่สามารถสวนกระแสตลาด ขยับบวกขึ้นมาได้ถึง 3.91% 

Vikram Subburaj ซีอีโอของ Giottus เผยว่า ราคา Bitcoin ที่ขยับขึ้นมาเล็กน้อยประมาณ 0.3% ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ได้แรงหนุนมาจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง แต่การฟื้นตัวยังทำได้ไม่เต็มที่เพราะสภาพคล่องจากนักลงทุนสถาบันและปริมาณการซื้อขายสปอตยังคงแผ่วเบา

ทั้งนี้ ข้อมูล On-chain ชี้ว่า ตลาดกำลังอยู่ในช่วงพักฐานอย่างระมัดระวัง แม้สภาพคล่องในกระดานเทรดจะลดลง แต่แรงเทขายหนักๆ เริ่มชะลอตัวลงแล้ว ขณะที่นักลงทุนระยะยาวยังคงเลือกที่จะถือครอง Bitcoin ไว้อย่างมั่นคง

ด้านทีมวิจัยจาก CoinDCX เผยว่า มูลค่ารวมตลาดคริปโตเคอเรนซีทั่วโลกขยับลง 1.1% เหลือ 2.15 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยดัชนี Fear and Greed Index อยู่ที่ระดับ 25 ซึ่งสะท้อนว่า อารมณ์ตลาดยังคงอยู่ในสภาวะ “กลัวสุดขีด”

ที่มา : economictimes


มุมมองผู้เขียน : ตลาดตอนนี้เหมือนกำลังรอสัญญาณที่ชัดเจนกว่านี้ การที่แรงเทขายเริ่มชะลอตัวและนักลงทุนระยะยาวยังถือเหรียญไว้แน่น เป็นสัญญาณที่ดีในเชิงโครงสร้าง แต่ตราบใดที่สถาบันยังไม่กลับเข้าตลาดอย่างจริงจัง การเบรกกรอบ 63,000-64,000 ดอลลาร์คงยังไม่เกิดขึ้นง่ายๆ ในเร็ววันนี้