สรุปข่าว
- อ.มาศ ซินแสฮวงจุ้ย ไขข้อสงสัยของนักลงทุนโดยระบุว่า บล็อกเชนมีพลังของธาตุทองเป็นหลัก ไม่ใช่ธาตุน้ำหรือธาตุไฟ ตามที่เคยสงสัยกัน
- ซินแสให้เหตุผลว่า ธาตุทองสื่อถึงความเด็ดขาด โครงสร้างที่แข็งแกร่ง และบัญชีตัวเลขการเงิน ซึ่งสอดคล้องกับบล็อกเชนที่ดำเนินตาม Protocol อย่างเคร่งครัด
- แม้ฮวงจุ้ย ดวงจีน หรือ โหราศาสตร์ดวงดาว จะถูกนำมาประยุกต์ใช้กับคริปโทฯ แต่ท้ายที่สุดยังคงเป็นเรื่องของความเชื่อส่วนบุคคลที่ต้องใช้ร่วมกับการบริหารความเสี่ยง
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
เกิดประเด็นน่าสนใจในวงการคริปโทฯ เมื่อนักเทรดรายหนึ่งเกิดข้อสงสัยว่าแท้จริงแล้วบล็อกเชนถูกจัดอยู่ในธาตุอะไรอิงจากหลักเบญจธาตุ อ.มาศ ซินแสฮวงจุ้ยระดับโลก จึงได้ออกมาไขข้อสงสัยแก่นักลงทุนว่า เทคโนโลยีบล็อกเชนถูกจัดให้อยู่ในธาตุทอง ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวถือเป็นดุลยพินิจและความเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งนักลงทุนต้องศึกษาปัจจัยพื้นฐานและบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบควบคู่กันไป
ใครจะไปคิดว่าวันหนึ่งเทคโนโลยีสุดล้ำอย่างบล็อกเชนจะถูกนำมาโคจรเข้ากับหลักฮวงจุ้ยของจีนอย่างการดู “อู่ซิง” หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อของเบญจธาตุทั้ง 5 ซึ่งประกอบไปด้วย ธาตุไม้ ธาตุไฟ ธาตุดิน ธาตุทอง และ ธาตุน้ำ
เรื่องราวสุดแปลกประหลาดในวันนี้เกิดขึ้นเมื่อนักลงทุนรายหนึ่งเกิดความสงสัยว่า “บล็อกเชน” เป็นธาตุอะไร เพราะบางตำราก็บอกว่าเป็นน้ำ บ้างก็บอกเป็นไฟเพราะใช้ไฟเยอะ จึงได้ทำการสอบถามไปยังซินแสท่านหนึ่ง นาม อ.มาศ ซินแสฮวงจุ้ยระดับโลก
เมื่อได้ยินดังนั้น อ.มาศ จึงให้คำตอบแก่ผู้ติดตามรายนี้ว่า บล็อกเชนเป็นธาตุทอง (金 – 金元素) เนื่องจากแก่นแท้ของ Blockchain คือ “โครงสร้าง ตัวเลข รหัสอัลกอริทึม ความแม่นยำ และระบบระเบียบที่แก้ไขไม่ได้ (Immutability)”
ธาตุทองหมายถึงความเด็ดขาด กฎเกณฑ์ โครงสร้างที่แข็งแกร่ง และการบันทึก บัญชี หรือตัวเลขการเงิน การที่ข้อมูลถูกล็อคด้วย Hash และต้องปฏิบัติตาม Consensus Protocol อย่างเคร่งครัด ถือเป็นพลังของธาตุทองที่บริสุทธิ์ที่สุด

แม้คนส่วนใหญ่จะมองว่าศาสตร์โบราณอย่างฮวงจุ้ยหรือดวงจีนดูเข้ากันไม่ได้กับสินทรัพย์ยุคใหม่อย่างคริปโทเคอร์เรนซี แต่ในความเป็นจริง ความเชื่อเหล่านี้ยังคงมีบทบาทในโลกการลงทุนเสมอ โดยมีการประยุกต์ใช้หลากหลายแขนง ไม่ว่าจะเป็นโหราศาสตร์ดวงดาว หรือศาสตร์โบราณอย่างฉีเหมินตุนเจี่ยก็มีให้เห็น
อย่างไรก็ตาม การใช้ศาสตร์ความเชื่อถือเป็นดุลยพินิจส่วนบุคคล ผู้ลงทุนควรระมัดระวังความเสี่ยงและศึกษาข้อมูลรอบด้านก่อนการลงทุนทุกครั้ง
ที่มา : Facebook

