bitkub-banner

แบงก์ใหญ่สุดของอิตาลี ลดสัดส่วน Bitcoin ETF ลง 99% หันลงทุน ใน Ethereum แทนถึง 3 เท่า

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Intesa Sanpaolo ธนาคารที่ใหญ่ที่สุดของอิตาลี ลดสถานะ Call Option ของ IBIT ลง 99.3% และลดจำนวนหุ้นถือครองจริงลง 93.7% ในไตรมาส 2
  • ธนาคาร Intesa Sanpaolo ไปเพิ่มการลงทุนใน iShares Staked Ethereum Trust ETF มากกว่า 3 เท่า จาก 116,200 หุ้น ไปเป็น 349,600 หุ้น
  • เอกสาร Form 13F เผยว่า ธนาคารถือ Put Option ของ IBIT เป็นครั้งแรก จำนวน 500,000 หุ้นอ้างอิง แต่ยังสรุปเจตนาที่แท้จริงไม่ได้

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Neutral

การเคลื่อนไหวของสถาบันที่ใหญ่ระดับนี้ย่อมดึงความสนใจจากตลาด แต่ตัวเอกสาร Form 13F ยังมีข้อจำกัดมาก เนื่องจากไม่มีการเปิดเผย Strike Price วันหมดอายุ หรือสถานะ Net Position ที่แท้จริง ทำให้ยังตีความไม่ได้ว่า นี่คือการเทขายเพราะมองลบต่อ Bitcoin จริง หรือเป็นเพียงการปรับกลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงตามปกติของธนาคาร ผลกระทบต่อราคาในระยะสั้นจึงน่าจะจำกัดอยู่ในวงแคบ

Intesa Sanpaolo ธนาคารที่ใหญ่ที่สุดของอิตาลี ปรับพอร์ตคริปโตครั้งใหญ่ในไตรมาส 2 โดยลดสถานะ Call Option ของ iShares Bitcoin Trust (IBIT) ลงถึง 99.3% และเพิ่มการลงทุนใน iShares Staked Ethereum Trust ETF เกือบ 3 เท่า พร้อมทั้งยังมีการเปิดเผยว่า ถือ Put Option ของ IBIT เป็นครั้งแรก

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่ยื่นต่อ SEC ไม่ได้หมายความว่า ธนาคารกำลังมองในแง่ลบต่อ Bitcoin โดยตรง เพราะยังไม่สามารถเห็นสถานะการลงทุนสุทธิ (Net Position) ได้

ตามเอกสาร Form 13F ที่ยื่นเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม สะท้อนพอร์ต ณ วันที่ 30 มิถุนายน แสดงให้เห็นว่าจำนวนหุ้น IBIT ที่ธนาคาร Intesa Sanpaolo ถืออยู่ ลดจาก 646,809 หุ้น เหลือเพียง 40,723 หุ้น ซึ่งลดลงประมาณ 93.7%

ส่วน Call Option ของ IBIT ที่คำนวณตามจำนวนหุ้นอ้างอิง ลดจาก 2,496,500 หุ้น เหลือแค่ 18,000 หุ้น หรือหายไปถึง 99.3%

Put Option โผล่มา แต่ยังสรุปอะไรไม่ได้

ในรายงานล่าสุด ยังพบว่า ธนาคารถือ Put Option ของ IBIT ที่อ้างอิงหุ้นจำนวน 500,000 หุ้น ขณะที่รายงานไตรมาสก่อน ไม่มี Put Option เลย 

แต่ทั้งนี้เอกสาร  Form 13F ยังมีข้อจำกัด เนื่องจากรายงานไม่ได้ระบุ ราคา Strike Price , วันหมดอายุ, เบี้ยประกัน (Premium), Delta หรือคู่สัญญา รวมถึง SEC ก็ไม่ได้บังคับให้รายงานสถานะ Short Options

ดังนั้น จึงยังสรุปไม่ได้แน่ชัดว่า ธนาคาร Intesa Sanpaolo กำลังเดิมพันว่าราคา Bitcoin จะร่วงลงจริงๆ หรือแค่นำสัญญา Put Option มาใช้เพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedge) หรืออาจเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของแผนการลงทุนแบบอื่นกันแน่

หันไปเพิ่มการลงทุนใน Ethereum แบบ Staking

ฝั่ง Ethereum ธนาคาร Intesa Sanpaolo กลับเพิ่มน้ำหนักการลงทุนอย่างชัดเจน โดยจำนวนหุ้นของ iShares Staked Ethereum Trust ETF เพิ่มจาก 116,200 หุ้น ไปเป็น 349,600 หุ้น หรือเพิ่มขึ้นมากกว่า 3 เท่า สะท้อนให้เห็นว่า ธนาคารให้น้ำหนักกับ Ethereum ที่สามารถสร้างผลตอบแทนจากการ Stake ได้มากขึ้น

ส่วนกองทุน Bitwise Solana Staking ETF ลดจาก 2,817 หุ้น เหลือเพียง 7 หุ้น เรียกได้ว่า แทบจะออกจากการลงทุนใน Solana ETF แล้ว

สำหรับ Grayscale XRP Trust ETF นั้น ทางธนาคาร Intesa Sanpaolo รายงานว่า ถือหุ้นอยู่อยู่ที่ 712,319 หุ้น ซึ่งเป็นจำนวนเท่าเดิมตลอดทั้งสองไตรมาส

โดยยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่า มีการเพิ่มหรือลดการถือครองลงแต่อย่างใด แม้ว่าระหว่างไตรมาสอาจจะมีการแอบซื้อๆ ขายๆ อยู่บ้าง แต่ตัวรายงานฉบับนี้ก็ไม่สามารถยืนยันข้อมูลในส่วนนั้นได้

แม้พอร์ตจะเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด แต่จากข้อมูล Form 13F เพียงอย่างเดียว ยังไม่สามารถบอกได้ว่าธนาคารมีมุมมองเชิงลบต่อ Bitcoin เพราะข้อมูลไม่ได้เปิดเผยสถานะออปชันสุทธิหรือเหตุผลเบื้องหลังการปรับพอร์ตครั้งนี้

ที่มา : cryptoslate


มุมมองผู้เขียน : การที่สถาบันการเงินเริ่มมองหาสินทรัพย์คริปโตที่ให้ผลตอบแทนแบบ Staking แทนการถือเฉยๆ น่าจะเป็นเทรนด์ที่ได้เห็นมากขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะเมื่อธนาคารต้องแข่งขันด้านผลตอบแทน กับสินทรัพย์ประเภทอื่น