bitkub-banner

Vitalik ปรับแผนปฏิรูปครั้งใหญ่! ดันต้านควอนตัม-ความเป็นส่วนตัวเป็นภารกิจเร่งด่วน 

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Vitalik Buterin ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum อัปเดตแผนผังการพัฒนา Roadmap ที่เคยวางไว้ตั้งแต่ปี 2023 พร้อมเพิ่มองค์ประกอบใหม่หลายส่วนที่ไม่เคยมีมาก่อน
  • จุดเน้นหลักของ Roadmap เวอร์ชันใหม่คือ การต้านทานคอมพิวเตอร์ควอนตัม การยกระดับความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ และการรักษาความปลอดภัยของเครือข่ายควบคู่กับการต่อต้านการเซ็นเซอร์
  • ฟีเจอร์ใหม่ที่ถูกเพิ่มเข้ามา มีทั้ง Native Rollup การซื้อขายล่วงหน้าสำหรับ Blob และ Gas รวมถึงการปรับสเปกให้กระชับ เพื่อรองรับการตรวจสอบความถูกต้องอย่างเป็นทางการ

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Neutral 

การอัปเดต Roadmap ครั้งนี้ เป็นเรื่องของทิศทางการพัฒนาในระยะยาว ยังไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้ในทันที ตลาดจึงมีแนวโน้มตอบรับด้วยความสนใจเชิงบวกในหมู่นักพัฒนาและนักลงทุนสาย fundamental มากกว่า จะเกิดแรงซื้อขายฉับพลันในราคา ETH

เมื่อวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา Vitalik Buterin ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum (ETH) ได้ยกเครื่อง Roadmap ที่เคยสร้างไว้เมื่อปี 2023 พร้อมอธิบายถึงองค์ประกอบใหม่ทั้งหมด ซึ่งไม่ได้ถูกรวมไว้ในเวอร์ชันก่อน 

Vitalik Buterin กล่าวว่า การเพิ่มองค์ประกอบใหม่เหล่านี้ สะท้อนถึงการปรับเปลี่ยนลำดับความสำคัญของการพัฒนา พร้อมอธิบายถึงเป้าหมายปัจจุบันของ Ethereum ไว้ดังนี้

“Ethereum จะต้องต้านทานคอมพิวเตอร์ควอนตัมได้ ความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งานจะเป็นความสำคัญสูงสุด เครือข่ายจะยังคงปลอดภัย และต่อต้านการเซ็นเซอร์”

Ethereum มุ่งตอบโจทย์ความต้องการเหล่านี้ ควบคู่ไปกับการเพิ่มประสิทธิภาพ และยกระดับความสามารถในการรองรับธุรกรรมจำนวนมาก ยิ่งไปกว่านั้น Ethereum ยังเน้นการปรับระบบให้มีความกระชับ ซึ่งหมายถึงการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยไม่มีส่วนเกิน หรือขั้นตอนที่สูญเปล่า” 

องค์ประกอบสำคัญที่ถูกเพิ่มเข้ามาในผังการพัฒนา

Vitalik Buterin ได้เน้นย้ำถึงฟีเจอร์ใหม่ที่มีความสำคัญเป็นพิเศษ ดังนี้

  • ความมุ่งมั่นอย่างจริงจัง ต่อความเป็นส่วนตัวที่แข็งแกร่ง 
  • การขยายขนาดเชิงรุก ภายใต้บริบทของระบบยุคหลังควอนตัม 
  • การปรับสเปกให้กระชับ เพื่อรองรับการตรวจสอบความถูกต้องอย่างเป็นทางการ (Formal Verification – FV)
  • การซื้อขายสัญญาล่วงหน้า (Futures) สำหรับ Blob และ Gas
  • Native Rollup
  • เปิดกว้างรองรับการออกแบบที่ยืดหยุ่นยิ่งขึ้น สำหรับอนาคตของ EVM

เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา Ethereum Foundation ได้ปล่อยผังการพัฒนาสำหรับการสร้างความเป็นส่วนตัว ให้ครอบคลุมทั่วทั้งบล็อกเชน โดยเน้นย้ำเป็นพิเศษในการทำให้การเขียน, การอ่าน และการพิสูจน์ มีความเป็นส่วนตัว

นอกจากนี้ ในประเด็นเรื่องการต่อต้านควอนตัม ยังมีความท้าทายตรงที่ การทำให้ลายเซ็นดิจิทัลต้านทานภัยควอนตัมได้นั้น จะส่งผลทำให้ขนาดของลายเซ็นใหญ่ขึ้น

Ethereum จึงได้เพิ่มกลไกลายเซ็นต้านทานควอนตัมแบบใช้แฮช โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ด้วยการรวมและประมวลผลลายเซ็นเหล่านี้เข้าด้วยกัน

มาตรการรับมือ ยังรวมถึง “zkzk frames” ซึ่งเป็นกลไกที่ช่วยให้สามารถตรวจสอบลายเซ็นต้านทานควอนตัม และใบรับรอง STARK เพื่อวัตถุประสงค์ด้านความเป็นส่วนตัว ได้อย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุม

ในส่วนของ  Formal Verification คือวิธีการตรวจสอบและพิสูจน์ทางระบบอย่างแม่นยำ เพื่อให้มั่นใจว่า โปรแกรมจะทำงานได้ถูกต้องตรงตามที่ออกแบบไว้จริงๆ ซึ่งการจะทำกระบวนการนี้ให้มีประสิทธิภาพและได้ผลดีที่สุด จำเป็นต้องเริ่มจากการเคลียร์ข้อกำหนดของโปรแกรมให้ชัดเจน ปราศจากส่วนเกิน และลดความซับซ้อนที่ไม่จำเป็นออกไปก่อน

ซึ่ง Vitalik Buterin เสนอแนะว่า เทคโนโลยี A สมัยใหม่จะเข้ามาช่วยเร่งกระบวนการนี้ให้เร็วขึ้น

สำหรับการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าสำหรับ Blob และ Gas มีเป้าหมายเพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถป้องกันความเสี่ยง (Hedge) จากค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมในอนาคต และทำให้การคาดการณ์ต้นทุน สามารถทำได้แม่นยำยิ่งขึ้น

ส่วน Native Rollup คือ การดึงเอาเทคโนโลยี Rollup ซึ่งช่วยย้ายการประมวลผลไปยังเครือข่ายภายนอก เพื่อให้ธุรกรรมเร็วขึ้นและค่าธรรมเนียมถูกลง เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายหลักอย่าง Layer 1 โดยตรง

ในส่วน “อนาคตของ EVM” นั้น ก่อนหน้านี้ Vitalik Buterin เคยออกมาอธิบายถึงแนวคิดที่จะยกเลิกหรือย้ายระบบออกจาก EVM  ซึ่งเปรียบเหมือน “สมองกล” หรือสภาพแวดล้อมหลักที่ใช้รันแอปพลิเคชันและสัญญา Smart Contract ทั้งหมดบน Ethereum เพื่อเปลี่ยนไปใช้ระบบใหม่ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าในอนาคต

ที่มา : coinpost


มุมมองผู้เขียน : ทิศทางที่ Vitalik วางไว้ครั้งนี้ค่อนข้างสอดคล้องกับสิ่งที่วงการบล็อกเชนพูดถึงกันมาสักระยะ โดยเฉพาะเรื่องภัยควอนตัมที่หลายฝ่ายเริ่มกังวล การที่ Ethereum เคลื่อนไหวตั้งแต่ตอนนี้ ถือเป็นการเตรียมความพร้อมที่ชาญฉลาด ที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนที่มองหาความมั่นคงของเครือข่ายในอนาคตข้างหน้า