สรุปข่าว
- Intesa Sanpaolo ธนาคารใหญ่ที่สุดในอิตาลีปรับพอร์ตครั้งใหญ่ โดยเทขายหุ้น Bitcoin ETF ของ BlackRock ออกถึง 94% แล้วนำเงินไปเข้าซื้อหุ้น SpaceX แทน
- การย้ายเงินทุนครั้งนี้อาจไม่ใช่การละทิ้งคริปโทฯ โดยสิ้นเชิง แต่เป็นการเปลี่ยนจากการถือ ETF โดยตรง ไปเป็นการลงทุนในบริษัทเทคฯ ที่ถือครอง Bitcoin แทน
- นอกจาก Intesa แล้ว กองทุนของมหาวิทยาลัยชั้นนำอย่าง Harvard และมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียยังได้ทุ่มเงินเข้าซื้อหุ้น SpaceX รวมกันมหาศาลกว่า $3 พันล้านดอลลาร์
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
Intesa Sanpaolo ธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในอิตาลี รายงานการปรับพอร์ตการลงทุนครั้งสำคัญด้วยการลดการถือครองกองทุน Bitcoin ETF (IBIT) ของ BlackRock ลงถึง 94% จากเดิม 646,809 หุ้น เหลือเพียง 40,723 หุ้น พร้อมเปิดสัญญา Put Option เพื่อป้องกันความเสี่ยง และนำเงินทุนก้อนใหญ่ไปซื้อหุ้น SpaceX จำนวน 5.66 ล้านหุ้นแทน
Intesa Sanpaolo ธนาคารที่ใหญ่ที่สุดของอิตาลี ได้เปิดเผยการถือครองหุ้นในบริษัท SpaceX มูลค่า 966.42 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากที่ได้ลดสัดส่วนการลงทุนในกองทุน Bitcoin ETF ของ BlackRock ลงอย่างมหาศาล
ตามเอกสารรายงานที่ยื่นเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม ระบุว่า Intesa ได้เข้าซื้อหุ้น SpaceX จำนวน 5.66 ล้านหุ้น ส่งผลให้สถานะการลงทุนนี้กลายเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในพอร์ตการลงทุนฝั่งสหรัฐฯ ของธนาคาร โดยคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 33% ของสินทรัพย์จดทะเบียนในสหรัฐฯ ทั้งหมดมูลค่า 2.92 พันล้านดอลลาร์สหรัฐที่ธนาคารถือครองอยู่

ทำไมถึงถอนตัวจาก Bitcoin ETFs
การหั่นโพสิชันของกองทุน Bitcoin ของ Intesa ไม่ได้เป็นเพียงแค่การปรับพอร์ตทั่วไปแต่เป็นการเทขายออกไปสูงถึง 94% จาก 646,809 หุ้น เหลือแค่เพียง 40,723 หุ้น ซึ่งมีมูลค่าราว $1.36 ล้านดอลลาร์
เท่านั้นยังไม่พอทาง Intesa ยังได้มีการปิด call options ใน IBIT ราว 99% และหันไปเข้าสัญญา put option จำนวน 500,000 หุ้นแทน ซึ่งสัญญานี้จะสร้างผลกำไรให้กับธนาคาร เมื่อราคาของกองทุน ETF ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าธนาคารยังคงถือครองหุ้นในกองทุน ARKB ETF อยู่มากถึง 3.47 ล้านหุ้น
การเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ธนาคารเริ่มหมดความสนใจในคริปโทฯ ที่ราคายังหยุดชะงักและกลับไปเดิมพันในหุ้นแบบดั้งเดิม แต่ถึงอย่างนั้นหากมองในอีกมุมหนึ่งธนาคารแห่งนี้อาจไม่ได้หมดความสนใจใน Bitcoin ไปซะทั้งหมด แต่เป็นการเปลี่ยนวิธีลงทุนใน Bitcoin โดยฝากความหวังไว้กับหุ้นเทคฯ แทนกองทุน เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่า SpaceX เองก็มีการถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลไว้ในงบดุลมากถึง 18,712 BTC การลงทุนใน SpaceX จึงเปรียบเสมือนการเปิดรับความเสี่ยงใน Bitcoin ทางอ้อมนั่นเอง
อย่างไรก็ตามธนาคารแห่งนี้ไม่ใช่ผู้เล่นเพียงรายเดียวที่หมายตา SpaceX ในไตรมาสนี้ เพราะ Harvard Management Company เองก็แสดงความสนใจเช่นกันผ่านการเข้าซื้อหุ้นมูลค่ารวม $2.2 พันล้าน ซึ่งสูงยิ่งกว่า Amazon,TSMC, หรือ Nvidia ที่พวกเขาถือ
ขณะเดียวกันกองทุนของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียยังได้มีการทุ่มเงินกว่า $1 พันล้านให้แก่ SpaceX เช่นกัน ทำให้มหาลัยฯ สองแห่งนี้ถือหุ้นรวมกันมากกว่า $3 พันล้าน โดยถึงแม้ราคาจะผันผวนอย่างหนักหลังการ IPO แต่สิ่งเหล่านี้ก็ไม่อาจหยุดยั้งพวกเขาให้ลดความเชื่อมั่นในศักยภาพระยะยาวลงได้
ปัจจุบัน SpaceX มีการซื้อขายกันที่ระดับราคา $143.34 ฟื้นกลับขึ้นมาใกล้เคียงกับราคาเปิดขาย IPO ส่วน Bitcoin มีการซื้อขายที่ราคา $64,300 และยังคงร่วงลงจากจุดสูงสุดกว่า 50%
ที่มา: Beincrypto
มุมมองผู้เขียน : การย้ายทุนจาก Bitcoin ETF สู่ SpaceX ของ Intesa นับเป็นการลดความเสี่ยงช่วงตลาดซบเซาที่น่าสนใจ เพราะพวกเขาจะสามารถได้ทั้งกำไรจากธุรกิจเทคฯ ที่เติบโตสูง และอานิสงส์ทางอ้อมจาก Bitcoin ในคลัง SpaceX ซึ่งให้ Risk/Reward คุ้มค่ากว่าการถือคริปโทฯ โดยตรงเมื่อขาขึ้นมาถึง

