สรุปข่าว
- Galaxy Research ตรวจพบกระเป๋า Bitcoin ที่ไม่เคยเคลื่อนไหวมานานกว่า 15 ปี เริ่มโอนเหรียญออก เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม จำนวน 8.54 BTC
- เหรียญดังกล่าวได้รับเข้ากระเป๋า ตั้งแต่วันที่ 13 มิถุนายน 2011 ด้วยต้นทุนราว 14 ดอลลาร์ต่อเหรียญ ทำให้ปัจจุบันมีกำไรที่ยังไม่ขายพุ่งขึ้นถึง 4,621 เท่า หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 538,000 ดอลลาร์
- ธุรกรรมเกิดขึ้นในบล็อกที่ 962770 จากกระเป๋าต้นทาง 1EmiMJfyBYNYfeFZWEoXxJ9cZ7pF9xTWVt และถูกบันทึกไว้บน mempool.space
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Neutral
ปริมาณ 8.54 BTC ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับปริมาณการซื้อขายรายวันทั้งตลาด การเคลื่อนไหวของกระเป๋านี้จึงไม่น่าจะสร้างแรงกดดันด้านราคาอย่างมีนัยสำคัญ แต่เหตุการณ์ลักษณะนี้มักถูกจับตาในฐานะสัญญาณทางจิตวิทยา เพราะสะท้อนพฤติกรรมของนักลงทุนยุคแรกที่เริ่มขยับตัว หลังเก็บเหรียญไว้นาน
Galaxy Research บริษัทวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูลด้าน Bitcoin รายงานผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X เมื่อวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมาว่า ตรวจพบกระเป๋าคริปโตเคอเรนซีใบหนึ่งที่ไม่เคยมีความเคลื่อนไหวเลยนานกว่า 15 ปี นับตั้งแต่ได้รับเหรียญเข้ามาเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2011 ได้เริ่มทำการขยับและเคลื่อนย้ายสินทรัพย์ออกไปเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม โดยปริมาณ Bitcoin ที่ถูกโอนออกในครั้งนี้ มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 8.54 BTC
สำหรับการทำธุรกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นในบล็อกที่ 962770 จากกระเป๋าต้นทางหมายเลข “1EmiMJfyBYNYfeFZWEoXxJ9cZ7pF9xTWVt” ซึ่งข้อมูลการเคลื่อนย้ายสินทรัพย์ในครั้งนี้ ถูกบันทึกและตรวจจับไว้อย่างชัดเจนบนเว็บไซต์วิเคราะห์ข้อมูลออนเชนชั้นนำอย่าง mempool.space
เจาะลึกตัวเลขกำไรพุ่งสูงถึง 4,621 เท่า จากต้นทุนเพียง $14
จากการคำนวณของ Galaxy Research พบว่า ต้นทุนในการซื้อ Bitcoin จำนวน 8.54 BTC ของกระเป๋าเงินดิจิทัลใบนี้ในขณะนั้น อยู่ที่เพียงประมาณ 14 ดอลลาร์สหรัฐต่อ 1 BTC เท่านั้น
ซึ่งตรงกับช่วงเดือนมิถุนายน ปี 2011 ที่ราคา Bitcoin ยังคงซื้อขายกันอยู่ที่ระดับ 10 ดอลลาร์ต้นๆ ต่อเหรียญ ส่งผลให้มูลค่าที่เพิ่มสูงขึ้นนับตั้งแต่วันที่ได้รับเหรียญมา มีอัตราส่วนกำไรที่ยังไม่ขาย (Unrealized Gains) พุ่งสูงขึ้นถึงประมาณ 4,621 เท่า เลยทีเดียว
โดยคิดเป็นมูลค่ากำไรที่เกิดขึ้นจากการประเมินครั้งนี้ อยู่ที่ประมาณ 538,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 17,805,110 บาท
ทั้งนี้ รายงานระบุเพิ่มเติมว่า กระเป๋าเงินดังกล่าวนิ่งสงบและไม่มีประวัติการทำธุรกรรมใด ๆ เกิดขึ้นเลยนับตั้งแต่ได้รับโอนเงินเข้ามาครั้งแรก จนกระทั่งเกิดการเคลื่อนย้ายล่าสุดนี้
ที่มา : coinpost
มุมมองผู้เขียน : สิ่งที่น่าจับตามากกว่าคือ หากในอนาคตเริ่มเห็นกระเป๋ายุคแรกหลายใบพร้อมใจกันขยับตัวพร้อมกัน นั่นอาจเป็นสัญญาณที่ตลาดควรให้ความสำคัญมากขึ้น เพราะสะท้อนว่านักลงทุนรุ่นบุกเบิกเริ่มมองหาจังหวะทำกำไรจริงจัง

