bitkub-banner

วิกฤตซ้ำ AI ตรวจพบช่องโหว่ BitBox ผู้ผลิต Hardware Wallet สัญชาติสวิตฯ เตือนอัปเดตด่วน 

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • BitBox ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์วอลเล็ตจากสวิตเซอร์แลนด์ แถลงการณ์การใช้โมเดล AI ตรวจพบช่องโหว่ระดับรุนแรง 2 จุดและจุดเล็กน้อยอีก 1 จุดในระบบเฟิร์มแวร์ 
  • ช่องโหว่หลักเกิดจากระบบ Bootloader ที่อาจเปิดทางให้ผู้ใช้อัปเดตเฟิร์มแวร์อันตรายหากโดนหลอกผ่านแอปปลอม และบั๊กความเสียหายของหน่วยความจำ
  • ปัญหาทั้งหมดได้รับการอุดช่องโหว่แล้วในแพตช์เวอร์ชัน v9.26.5 แม้จะยังไม่มีผู้เสียหายแต่ทาง BitBox ได้เตือนให้ผู้ใช้งานเร่งอัปเดตอุปกรณ์ทันทีเพื่อป้องกันความเสี่ยง

แนวโน้มผลกระทบ: Neutral

BitBox ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์วอลเล็ตสัญชาติสวิตฯ ออกประกาศเตือนด่วนให้ผู้ใช้งานอัปเดตเฟิร์มแวร์เป็นเวอร์ชัน v9.26.5 หลังทีมวิศวกรใช้ AI เข้าตรวจสอบจนพบช่องโหว่ด้านความปลอดภัยซึ่งเป็นบั๊กร้ายแรงในระบบ Bootloader และหน่วยความจำที่อาจเปิดช่องให้แฮ็กเกอร์รันโค้ดอันตรายเพื่อขโมยคริปโทฯ ได้หากผู้ใช้หลงกลติดตั้งแอปปลอม โดยปัจจุบันบริษัทยืนยันว่าได้ออกแพตช์แก้ไขแล้วและยังไม่มีรายงานว่ามีเงินผู้ใช้ถูกขโมยแต่อย่างใด

BitBox ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์วอลเล็ตสำหรับ Bitcoin จากเมืองซูริค สวิตเซอร์แลนด์  ได้ออกมาแจ้งเตือนผู้ใช้งานว่า บริษัทพบบั๊กในระบบระดับรุนแรง 2 ตัวด้วยความช่วยเหลือของ AI และย้ำให้ผู้ใช้งานรีบอัปเดตเฟิร์มแวร์ก่อนที่จะเกิดเหตุสลดขึ้นซ้ำรอยวิกฤต Coldcard

บริษัทอธิบายต่อว่า การค้นพบช่องโหว่ในครั้งนี้เกิดจากการตรวจสอบของวิศวกรจากทางบริษัทเอง และยังไม่มีหลักฐานการรายงานถึงการใช้ช่องโหว่ดังกล่าวในการโจมตี โดยที่พวกเขานั้นได้ทำการออกแพทช์รักษาความปลอดภัยเร่งด่วนแล้วในสัปดาห์นี้

ช่องโหว่ของ BitBox Wallet

สำหรับปัญหาของ BitBox นั้น จุดแรกซ่อนอยู่ในระบบ Bootloader ซึ่งเป็นชุดโค้ดที่คอยกำหนดว่าอุปกรณ์จะยอมรับเฟิร์มแวร์ตัวใด แม้จะมีการปล่อยอัปเดตแก้ไขเบื้องต้นไปแล้วในเวอร์ชัน Oeschinen (v9.26.2) เมื่อเดือนกรกฎาคม แต่ BitBox ยอมรับว่าช่องโหว่ดั้งเดิมนั้นมีความอันตรายกว่าที่ประเมินไว้ตอนแรก 

โดยหากแฮกเกอร์ใช้กลโกง Phishing หลอกให้ผู้ใช้งานติดตั้งแอป BitBoxApp ปลอมและปลดล็อกอุปกรณ์สำเร็จ พวกเขาจะสามารถลักลอบติดตั้งเฟิร์มแวร์ประสงค์ร้ายลงบน BitBox02 เครื่องจริง และโอนเหรียญออกไปได้ทันที อย่างไรก็ตาม รุ่นใหม่อย่าง BitBox02 Nova ไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหานี้แต่อย่างใด

ถัดมาในปัญหาที่สองจะเกิดขึ้นจากบั๊กร้ายแรง ซึ่งเป็นข้อผิดพลาดเกี่ยวกับความเสียหายของหน่วยความจำในฮาร์ดแวร์วอลเล็ต BitBox รุ่น Multi Edition ในช่วงก่อนที่อุปกรณ์จะถูกตั้งค่ากระเป๋าเงิน 

หากผู้ใช้มีการเชื่อมต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ที่ไม่ปลอดภัย ช่องโหว่นี้จะเปิดโอกาสให้มิจฉาชีพรันโค้ดได้ตามใจชอบ และนำไปสู่การติดตั้งเฟิร์มแวร์อันตรายได้อีกครั้ง แต่ในทางกลับกัน BitBox รุ่น Bitcoin-only ไม่ได้ใช้ชุดโค้ดที่ได้รับผลกระทบดังกล่าวจึงปลอดภัยจากช่องโหว่ข้างต้น

นอกจากนี้ ยังมีช่องโหว่ที่สามซึ่งมีความอันตรายน้อยกว่า โดยเกี่ยวข้องกับฟีเจอร์  Silent payment ของกระเป๋าเงิน แม้ช่องโหว่นี้จะไม่สามารถขโมยเหรียญออกไปได้โดยตรง แต่ก็อาจนำไปสู่การล็อกเงินไว้กับที่อยู่ที่ผิดพลาดในลักษณะของการเรียกค่าไถ่ได้ โดยปัญหาทั้งสามประการนี้ได้รับการแก้ไขเรียบร้อยแล้วในเวอร์ชัน v9.26.5

BitBox เปิดเผยว่า บริษัทได้พึ่งพาการใช้งานโมเดล AI ระดับแนวหน้าในระหว่างการตรวจสอบภายใน อันเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันให้มีการตรวจสอบเฟิร์มแวร์ด้วยความช่วยเหลือจาก AI ซึ่งการตรวจพบในคราวนี้ ได้ช่วยย้ำเตือนว่า Hardware wallet ไม่ได้ปราศจากช่องโหว่หรือปลอดภัยแบบร้อยเปอร์เซ็นต์

สำหรับกรณีดังกล่าว BitMox ระบุว่าไม่มีอะไรต้องกังวลนอกเหนือไปกว่าการอัปเดต โดยตามคำชี้แจงของ BitBox ระบุว่า “ไม่มีรายงานเกี่ยวกับเงินของผู้ใช้งานที่ถูกขโมย และไม่มีเหตุผลใดๆ ที่ผู้ใช้งานจะต้องตื่นตระหนก”

อย่างไรก็ตาม ถึงจะบอกว่าไม่ต้องเป็นกังวลแต่การออกแถลงการณ์ของ BitBox นั้นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้นักลงทุนตื่นตระหนก เพราะสภาพตลาดในปัจจุบันยังไม่ฟื้นตัวจากเรื่องความปลอดภัยของฮาร์ดแวร์วอลเล็ตที่ตลอดช่วง 30 วันที่ผ่านมาเกิดการโจมตีรุนแรงแล้วถึง 3 ยี่ห้อ ได้แก่ Coldcard, Trezor และ Safepal 

เหตุการณ์การโจมตีช่องโหว่ของ Coldcard Bitcoin แสดงให้เห็นว่า บั๊กในเฟิร์มแวร์ที่มีอายุนานถึง 5 ปี เปิดโอกาสให้หัวขโมยสามารถสูบเงินออกไปได้ราว 1,596 BTC ซึ่งนับเป็นการแฮกฮาร์ดแวร์วอลเล็ตครั้งใหญ่ที่สุดของปี 2026 

ในขณะที่เหตุการณ์ข้อมูลรั่วไหลของ SafePal และ Trezor ได้จุดชนวนความหวาดกลัวระลอกใหม่ต่อการโจมตีแบบใช้กำลังบังคับ (Wrench attack) ที่มุ่งเป้าไปยังเจ้าของกระเป๋าเงินซึ่งข้อมูลส่วนตัว รวมถึงที่อยู่จริงได้ถูกเปิดเผยออกไป

หากใครมีการใช้งานกระเป๋าของทาง BitBox ทางผู้พัฒนาได้แนะนำให้เร่งติดตั้งเฟิร์มแวร์ใหม่โดยเร่งด่วนเนื่องจากตัวเก่ายังคงมีความเสี่ยงที่ยังไม่ถูกแก้ไขจนกว่าจะติดตั้งใหม่ทับลงไปโดยไปที่ bitbox.swiss/download 

ที่มา: Decrypt


มุมมองผู้เขียน : วิกฤตต่อเนื่องของบรรดาผู้ผลิต Hardware Wallet ในช่วงนี้ กำลังทลายมายาคติของนักลงทุนที่เชื่อว่า Cold Wallet คือที่เก็บเงินที่ปลอดภัยสมบูรณ์แบบ ซึ่งตอกย้ำว่าบนโลกนี้ไม่มีอะไรที่มั่นคง 100% และนักลงทุนเองก็ต้องหาทางปรับตัวให้ทันโลกอยู่เสมอ