bitkub-banner

ผู้ก่อตั้ง SkyBridge ชี้บิตคอยน์ยังแกร่ง แม้เผชิญตลาดหมี ส่อแววสัญญาณบวกรับขาขึ้นรอบหน้า

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Anthony Scaramucci ผู้ก่อตั้ง SkyBridge Capital ยอมรับว่า Bitcoin กำลังอยู่ในตลาดขาลงชัดเจน แต่รอบนี้ราคาปรับตัวลงเพียง 55% น้อยกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่มักดิ่งลง 75-80%
  • Anthony Scaramucci  ชี้ 3 ปัจจัยกดดันราคา Bitcoin ให้เคลื่อนไหวแคบที่สุดในรอบ 5 ปี ได้แก่ การย้ายกำลังขุดไปฝั่ง AI , เม็ดเงินลงทุนที่ไหลเข้าสู่ภาคธุรกิจ AI และช่วงท้ายของวัฏจักร 4 ปีที่เหลืออีกราว 18-19 เดือนก่อนถึง Halving รอบถัดไป
  • มองร่างกฎหมาย Clarity Act มีโอกาสผ่านสภาเพียง 50/50 และแม้ผ่านจริงก็จะเป็นเพียงแรงหนุนเล็ก ๆ ไม่ใช่ปัจจัยขับเคลื่อนหลักในระยะสั้น แต่จะเป็นประโยชน์มหาศาลต่ออุตสาหกรรมในระยะยาว

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Neutral

มุมมองของ Scaramucci สะท้อนความแข็งแกร่งเชิงโครงสร้างของ Bitcoin เมื่อเทียบกับวัฏจักรขาลงในอดีต ซึ่งถือเป็นสัญญาณเชิงบวกในระยะยาว แต่เขาก็ยอมรับตรง ๆ ว่า ตลาดจะยังคงแกว่งตัวในกรอบแคบต่อไปอีกระยะหนึ่ง ก่อนที่ Halving ครั้งถัดไปจะมาถึง จึงยังไม่มีปัจจัยใดที่จะพลิกทิศทางราคาได้ในระยะใกล้นี้

Anthony Scaramucci ผู้ก่อตั้งบริษัทบริหารจัดการสินทรัพย์ SkyBridge Capital ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว CNBC โดยยอมรับว่า Bitcoin (BTC) กำลังอยู่ในช่วง “ตลาดขาลงอย่างชัดเจน”  แต่มันกำลังแสดงความแข็งแกร่ง และยืดหยุ่น มากกว่าช่วงขาลงในอดีตอย่างเห็นได้ชัด 

โดย Anthony Scaramucci ชี้ให้เห็นว่า ตลอดประสบการณ์การลงทุนนาน 37 ปีที่เขาเคยสังเกตการณ์ตลาดขาลงมาถึง 9 ครั้ง ราคา Bitcoin  มักจะดิ่งลงรุนแรง75% ถึง 80% แต่ในรอบนี้ ราคา Bitcoin ปรับตัวลดลงมาเพียงประมาณ 55% เท่านั้น ซึ่งเขาประเมินว่า นี่อาจเป็นสัญญาณที่ชี้ว่าฝั่งผู้ซื้อกำลังซุ่มสะสมเหรียญ Bitcoin เพื่อรอคอยวัฏจักรขาขึ้นรอบถัดไป

3 ปัจจัยจำกัดการเคลื่อนไหวของราคา และมุมมองต่อวัฏจักร 4 ปี

Anthony Scaramucci ได้ระบุถึง 3 ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคา Bitcoin เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบที่แคบที่สุดในรอบ 5 ปี ได้แก่

1.การย้ายกำลังขุดไปฝั่ง AI

นักขุดบางส่วนเริ่มแบ่งกำลังการประมวลผล ไปรองรับการทำงานของแอปพลิเคชันปัญญาประดิษฐ์ (AI) กันมากขึ้น ส่งผลให้กำลังขุด ในระบบเกิดความผันผวน และกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เข้ามาสร้างแรงกดดันต่อการเคลื่อนไหวของราคา

2.เม็ดเงินไหลเข้าสู่ภาคส่วน AI

เงินทุนจากภาพรวมของตลาดคริปโตเคอเรนซี รวมถึง Bitcoin ได้ไหลออกและย้ายฝากไปยังอุตสาหกรรม AI ที่กำลังเติบโตอย่างร้อนแรง

3.ช่วงท้ายของวัฏจักร 4 ปี 

หากมองตามทฤษฎีวัฏจักร 4 ปีที่เป็นที่ยอมรับในวงการคริปโต ปัจจุบันเรากำลังอยู่ในช่วงท้ายของตลาดขาลง และยังเหลือเวลาอีกประมาณ 18 ถึง 19 เดือนก่อนจะถึงปรากฏการณ์ Halving ครั้งถัดไป

อย่างไรก็ตาม  Anthony Scaramucci ยังคงยืนยันมุมมองเชิงบวกในระยะยาวอย่างชัดเจน โดยระบุว่า “เมื่อการ Halving ครั้งถัดไปเกิดขึ้น และอุปทานถูกบีบให้ลดลงอีกครั้ง ผมเชื่อว่า ราคาก็จะตึงตัวและพุ่งกลับขึ้นไปยืนเหนือ $100,000 ได้” แต่ก็ยอมรับว่า ในระหว่างนี้ ราคาจะยังคงเคลื่อนไหวแกว่งตัวอยู่ในกรอบแคบ ๆ ไปอีกระยะหนึ่ง

มุมมองต่อร่างกฎหมาย Clarity Act

ในส่วนของร่างกฎหมาย Clarity Act ที่กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาของวุฒิสภาสหรัฐฯ ซึ่งวุฒิสมาชิก Tim Scott และ Cynthia Lummis ตั้งเป้าจะผลักดันให้ผ่านสภาภายในเดือนกันยายนนั้น

Anthony Scaramucci ประเมินว่า โอกาสผ่านอยู่ที่ประมาณ 50/50 เท่านั้น และมองว่าต่อให้กฎหมายผ่านได้จริง มันก็จะเป็นเพียง “แรงหนุนเล็ก ๆ”  ไม่ใช่ปัจจัยขับเคลื่อนหลักของตลาด ซึ่งถือเป็นมุมมองสวนทางกับผู้เชี่ยวชาญคนอื่น ๆ ที่มองว่า Clarity Act คือปัจจัยที่ช่วยหนุนมหาศาล

อย่างไรก็ตาม หากมองในภาพรวมระยะยาว Anthony Scaramucci เชื่อว่า กฎหมายนี้จะเป็น “ปัจจัยส่งเสริมที่ยิ่งใหญ่มาก” สำหรับอุตสาหกรรมคริปโต เนื่องจากจะช่วยเปิดโอกาสให้สถาบันการเงินและธนาคารต่าง ๆ เข้ามาร่วมทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Bitcoin ได้กว้างขวางยิ่งขึ้น ยกระดับมาตรฐานการเก็บรักษาสินทรัพย์ดิจิทัลในสหรัฐฯ พร้อมทั้งช่วยขจัดความไม่แน่นอนจากนโยบายการกำกับดูแลที่มักจะผันผวนเปลี่ยนแปลงทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนผ่านรัฐบาล

ที่มา : coinpost


มุมมองผู้เขียน : การที่ราคาบิตคอยน์ไม่ร่วงแรงเท่าที่ควรในรอบนี้ ถือเป็นสัญญาณที่น่าจับตาไม่น้อย เพราะมันสะท้อนว่าตลาดเริ่มเปลี่ยนโครงสร้างไปจากเดิม นักลงทุนที่ถือของรอบนี้ดูจะมีความอดทนสูงกว่ารอบก่อน ๆ อย่างชัดเจน