สรุปข่าว
- Solana อัปเกรด Mainnet สำเร็จ ลด Slot Time จาก 400 เหลือ 350 มิลลิวินาที ช่วยลดความหน่วงและทำให้ผู้ใช้งานรอการยืนยันธุรกรรมสั้นลง
- นี่คือก้าวแรกของแผน SIMD-0525 ที่ตั้งเป้าลด Slot Time เหลือ 200 มิลลิวินาที พร้อมมีแผนปรับลดครั้งละ 50 มิลลิวินาที โดยเป้าหมายถัดไปอยู่ที่ 300 มิลลิวินาที
- Solana ยังเดินหน้าอัปเกรดโครงสร้างพื้นฐานหลายด้าน รวมถึง Firedancer และระบบ Consensus ใหม่อย่าง Alpenglow ซึ่งตั้งเป้าลดเวลา Finality จากราว 12.8 วินาที เหลือเพียง 150 มิลลิวินาที
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
บล็อกเชน Solana กำลังเร่งความเร็วขึ้นอีกขั้น โดยมีการอัปเกรดเครือข่ายหลัก Mainnet สำเร็จเมื่อวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา และลด Slot Time จาก 400 เหลือ 350 มิลลิวินาที ช่วยให้การตอบสนองและการยืนยันธุรกรรมรวดเร็วขึ้น การอัพเกรดครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเป้าหมายหลักที่ต้องการลดเวลาเหลือ 200 มิลลิวินาที ขณะที่ Solana ยังเดินหน้าพัฒนา Firedancer และ Alpenglow ซึ่งอาจลดเวลา Finality ลงเหลือเพียง 150 มิลลิวินาทีในอนาคต สะท้อนภาพของ Solana ที่ยังคงยกระดับตัวเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างเครือข่ายที่เร็วขึ้นและแข่งขันได้มากขึ้นในระยะยาว
Solana เครือข่ายบล็อกเชนระดับโลก อัปเกรดเครือข่ายหลัก Mainnet สำเร็จเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2026 โดยสามารถลด Slot Time ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ Validator หรือผู้ตรวจสอบเครือข่ายใช้ในการสร้างบล็อกจากเดิม 400 เหลือเพียง 350 มิลลิวินาที
แม้จะลดลงเพียง 50 มิลลิวินาที แต่สำหรับบล็อกเชนที่แข่งขันกันด้วยความเร็ว ทุกเสี้ยววินาทีย่อมมีความหมาย การอัปเกรดครั้งนี้จะช่วยให้ผู้ใช้รอการยืนยันธุรกรรมสั้นลง และทำให้เครือข่าย Solana สามารถตอบสนองต่อการใช้งานจริงได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
การอัปเกรดครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของข้อเสนอปรับปรุงเครือข่าย SIMD-0525 ซึ่งถูกผนวกเข้าสู่ระบบเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม โดยมีเป้าหมายลด Slot Time ลงเหลือเพียง 200 มิลลิวินาที หรือครึ่งหนึ่งของระดับที่ Solana ใช้งานมาตลอด
เมื่อ Slot เร็วขึ้น กระบวนการต่าง ๆ ที่อาศัยการนับตาม Slot ก็เร็วขึ้นตามเวลาจริง ผู้ใช้จึงรอการ Confirmation และ Finalization น้อยลง ขณะเดียวกัน Epoch หรือรอบการทำงานของเครือข่าย ซึ่งมี 432,000 Slot ก็ถูกบีบให้สั้นลงจากเดิมราว 48 ชั่วโมง เหลือประมาณ 42 ชั่วโมง
Validator เองก็ต้องทำงานเร็วขึ้นเช่นกัน เดิมทีเคยสร้างบล็อกครั้งละ 4 Slot และสลับหน้าที่กันทุก 1.6 วินาที ตอนนี้จังหวะการส่งต่อหน้าที่ลดลงเหลือเพียง 1.4 วินาทีเท่านั้น
เร็วขึ้น แต่ไม่ได้แปลว่าแรงขึ้นทุกด้าน
อย่างไรก็ตาม Slot ที่สั้นลงไม่ได้หมายความว่า Solana จะประมวลผลธุรกรรมต่อวินาทีได้มากขึ้นไปด้วย เพราะแม้ Validator จะได้ทำงานบ่อยขึ้น ทว่าแต่ละ Slot ก็มีเวลารองรับงานน้อยลงเช่นกัน
สิ่งที่ Solana ได้ประโยชน์อย่างชัดเจนคือ ความหน่วงที่ลดลง และประสบการณ์ของผู้ใช้ที่ได้รับการตอบสนองเร็วขึ้น
อีกหนึ่งประโยชน์คือ การจำกัดเวลาที่ Validator รายใดรายหนึ่งสามารถหน่วงหรือปรับเปลี่ยนลำดับธุรกรรมก่อนส่งต่อหน้าที่ให้ Validator รายถัดไป ซึ่งอาจช่วยลดโอกาสในการแทรกแซงการจัดลำดับธุรกรรมบนเครือข่ายได้
จาก 350 สู่ 200 มิลลิวินาที ต้องเดินหน้าอีก 3 ขั้น
Solana ยังไม่หยุดอยู่ที่ 350 มิลลิวินาที นักพัฒนาวางแผนลดเวลาอีกครั้งละ 50 มิลลิวินาที รวมอีก 3 ขั้น เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายสุดท้ายที่ 200 มิลลิวินาที
แต่ความเร็วที่มากขึ้นต้องแลกมาด้วยความเสถียรของเครือข่ายที่ต้องจับตา ทุกขั้นตอนจึงสามารถหยุดชั่วคราวได้ หาก Validator จำนวนมากเริ่มไม่สามารถสร้างบล็อกได้ทันภายใน Slot ที่กำหนด
เป้าหมายต่อไปคือ 300 มิลลิวินาที แม้ยังไม่มีวันเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการ เพราะทีมพัฒนาต้องการใช้เวลาเฝ้าดูประสิทธิภาพของเครือข่ายที่ระดับ 350 มิลลิวินาทีให้มั่นใจก่อน
การเร่งความเร็วครั้งนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของแผนใหญ่
ในช่วงที่ผ่านมา Solana เดินหน้าอัปเกรดโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง โดยได้เพิ่ม Compute Limit หรือขีดจำกัดการประมวลผลภายในบล็อกเป็น 100 ล้าน Compute Units ตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม 2025
ขณะเดียวกัน Firedancer Validator Client ของ Jump Crypto ซึ่งเขียนด้วยภาษา C ก็เปิดใช้งานจริงเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เพื่อเพิ่มทางเลือกนอกเหนือจาก Agave Client ที่ใช้ภาษา Rust และช่วยเสริมความหลากหลายรวมถึงความทนทานของเครือข่าย
เป้าหมายใหญ่กว่านั้นคือ Finality ที่ 150 มิลลิวินาที
แม้การสร้างบล็อกจะเร็วขึ้น แต่ความเร็วของ Solana ยังมีอีกหนึ่งด่านสำคัญที่ต้องผ่าน นั่นคือ Full Finality หรือจุดที่ธุรกรรมได้รับการยืนยันจนแทบไม่สามารถย้อนกลับได้ ซึ่งปัจจุบันยังใช้เวลาราว 12.8 วินาที
คำตอบของ Solana อาจอยู่ที่ Alpenglow ระบบ Consensus รุ่นใหม่ที่เข้าสู่ช่วงทดสอบโดยชุมชน Validator เมื่อเดือนพฤษภาคม 2026 และได้รับคะแนนสนับสนุนถึง 99% เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา
Alpenglow ตั้งเป้าลดเวลา Finality ลงเหลือเพียงประมาณ 150 มิลลิวินาที และมีกำหนดเปิดใช้งานบน Mainnet ในเดือนตุลาคม 2026 โดยไทม์ไลน์การปรับใช้จะประกาศแยกจากแผนการลด Slot Time
การลด Slot Time จาก 400 เหลือ 350 มิลลิวินาทีจึงไม่ใช่เพียงการทำให้ตัวเลขดูดีขึ้นบนกระดาษ แต่มันคือ การขยับเข้าใกล้เป้าหมายใหญ่ของ Solana ทีละขั้น สร้างเครือข่ายที่ผู้ใช้แทบไม่ต้องรู้สึกถึงคำว่า “รอ” อีกต่อไป
ในขณะที่รายงาน Solana (SOL) มีการซื้อขายกันอยู่ที่ 94.35 ดอลลาร์ 1.79% เพิ่มขึ้น 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ตามข้อมูลจาก CoinMarketCap

ที่มา:coinmarketcap
มุมมองผู้เขียน: หาก Solana สามารถเดินหน้าตามแผนการดังกล่าวได้สำเร็จ จากวันนี้ไปจนถึง Alpenglow เครือข่ายแห่งนี้อาจกำลังเปลี่ยนมาตรฐานของคำว่า “บล็อกเชนความเร็วสูง” ให้เร็วขึ้นกว่าที่โลกคริปโตเคยคาดหวังไว้

