สรุปข่าว
- ตลาดเตรียมรับมือการเปิดเผยข้อมูล GDP ไตรมาส 2 และ Core PCE ดัชนีเงินเฟ้อสำคัญที่เฟดใช้อ้างอิงในวันพุธที่จะถึง
- Kevin Warsh ประธานเฟดคนใหม่ มีกำหนดขึ้นกล่าวสุนทรพจน์นโยบายการเงินครั้งแรกในงาน Jackson Hole Symposium วันที่ 28 ส.ค.
- ตลาดฟิวเจอร์สเตรียมเผชิญการหมดอายุของสัญญาออปชันขนาดใหญ่ที่มีจุด Max Pain อยู่ที่ $67,000 แม้แรงดึงจากจุด Max Pain จะน้อยลงแต่ราคาก็อาจผันผวนได้
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
แม้ราคา Bitcoin จะฟื้นกลับขึ้นมาเหนือ $77,000 แต่สัปดาห์นี้ยังมีเหตุการณ์สำคัญต่างๆ มากมายที่นักลงทุนต้องจับตาเพราะเหตุการณ์เหล่านี้จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจมหภาคและสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และงานประชุมที่ Kevin Warsh จะขึ้นกล่าวสุนทรพจน์เป็นครั้งแรกในฐานะประธานเฟด
ก้าวเข้าสู่ช่วงสัปดาห์ที่ 4 ของเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นสัปดาห์สุดท้ายของไตรมาสที่ 2 แม้ราคา Bitcoin จะพุ่งทะยานขึ้นอย่างรุนแรงกว่า 23% จากราคาเปิดต้นเดือน แต่เหล่านักลงทุนก็ยังไม่ควรชะล่าใจว่าเส้นทางต่อจากนี้จะราบรื่น เนื่องจากในสัปดาห์นี้มีชนวนเหตุและปัจจัยมหภาคระดับสะเทือนตลาด ที่เตรียมจ่อคิวเข้ามาสร้างความผันผวนตลอดทั้งอาทิตย์ โดยมีรายละเอียดและประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาดังนี้
1. การเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ
เหตุการณ์ใหญ่ในสัปดาห์ที่สี่ เริ่มต้นด้วยการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ในวันพุธที่ 26 ส.ค. เวลา 19.30 น. ซึ่งในครั้งนี้จะเป็นการประกาศ GDP ไตรมาส 2 รวมถึง รายได้และการใช้จ่ายส่วนบุคคล และ Core PCE ตัวชี้วัดเงินเฟ้อหลักที่เฟดใช้
หากผลปรากฏว่า GDP เติบโตต่ำแต่เงินเฟ้อยังคงสูง จะเป็นสัญญาณสู่ Stagflation (สภาวะเศรษฐกิจถดถอยพร้อมเงินเฟ้อ) ซึ่งถือเป็นฝันร้ายของธนาคารกลาง และตลาดการเงินที่ไม่มีใครอยากเห็น และอาจส่งผลต่อราคาของคริปโทฯ โดยตรง
2. การประชุม Jackson Hole
ถัดมาในวันพฤหัสบดีที่ 27 ส.ค. จะเป็นวันเริ่มต้นของงานประชุมใหญ่ Jackson Hole Symposium โดยธีมหลักในปีนี้จะเป็นการประชุมเรื่อง Financial Innovation: Implications for Payments and Policy ซึ่งใช้ระยะเวลานานถึง 3 วัน
ในส่วนไฮไลท์หลักของงานประชุมจะเกิดขึ้นในวันศุกร์ที่ 28 ส.ค. เวลา 21.00 น. เป็นต้นไป เพราะ Kevin Warsh จะขึ้นกล่าวสุนทรพจน์สำคัญครั้งแรกในฐานะประธานเฟด ส่งผลทำให้ตลาดจะจับทุกคำพูดเกี่ยวกับนโยบายเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ย และนวัตกรรมการเงิน
ด้วยเหตุนี้ราคาของ Bitcoin จึงน่าจะเกิดความผันผวนเป็นอย่างหนักและมีโอกาสขยับได้ทั้งสองทางเห็นได้จากสถิติปีก่อนหน้าที่ Jerome Powell ขึ้นกล่าวในงานประชุมเดียวกัน
3. สัญญาออปชันขนาดใหญ่เตรียมหมดอายุ
สุดท้ายนี้จะเป็นเรื่องของสัญญาออปชันหมดอายุสิ้นเดือนในวันศุกร์ที่จะเกิดขึ้นในช่วงบ่ายตามเวลาประเทศไทย โดยคราวนี้สัญญาจะมีมูลค่ารวมกันประมาณ $6.12 พันล้าน แต่จุดเจ็บปวดสูงสุดในรอบนี้กลับอยู่แค่เพียงระดับ $67,000 ในขณะที่ราคา Bitcoin ได้ทะยานล่วงหน้ามาแล้วเหนือ $77,000
โดยปกติแล้วในช่วงเวลาใกล้วันหมดอายุ ราคามักถูกดึงเข้าหาจุด Max Pain เพราะ บรรดา market maker ต้องการป้องกันความเสี่ยง แต่เมื่อราคาอยู่สูงกว่า Max Pain มาก ๆ แบบนี้ แรงดึงมักอ่อนลงมาก โดยเฉพาะถ้ามีโมเมนตัมขาขึ้นแรง + gamma เป็นบวกหรือเป็นกลาง

ขณะเดียวกัน หากอ้างอิงข้อมูลจาก Deribit ซึ่งเป็นตลาดหลัก อัตราส่วน Put/Call ของสัญญาคงค้างโดยรวมจะอยู่ที่ประมาณ 0.59 หมายความว่าตลาดมีแนวโน้มเอียงไปทางขาขึ้นชัดเจน อย่างไรก็ตามความผันผวนใกล้วันหมดอายุยังมีได้เสมอ และนักลงทุนต้องตระหนักด้วยว่าถ้อยแถลงของ Kevin Warsh เกิดขึ้น “หลังจาก” ออปชันหมดอายุ
เหตุการณ์อื่นๆ ที่น่าสนใจ
นอกเหนือจากเหตุการณ์หลักทั้ง 3 แล้ว ในสัปดาห์นี้ยังมีเหตุการณ์อื่นๆ ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ยกตัวอย่างเช่น การ Hard Fork ของ BNB Chain, รายงานผลประกอบการของ Nvidia และงาน Bitcoin Asia 2026 ที่ได้เริ่มต้นขึ้นซึ่งอาจมีเซอร์ไพรส์แทรกอยู่ภายในงาน
มุมมองผู้เขียน : สัปดาห์นี้ถือเป็นช่วงวัดใจของ Bitcoin ว่าจะเลือกเดินในทิศทางไหน เพราะในเชิงเทคนิคแล้วตลาดกำลังเข้าสู่การกลับตัวเป็นขาขึ้น แต่หากปัจจัยมหภาคออกมาย่ำแย่ก็อาจเป็นผลทำให้ราคาร่วงลงอย่างหนักเหมือนกับตอนที่ทรัมป์เปิดสงครามภาษีกับทั่วโลกเมื่อปีก่อนได้เช่นกัน

