สรุปข่าว
- รายงานจาก Galaxy Research เผยว่าเหตุการณ์เจาะระบบกระเป๋าฮาร์ดแวร์วอลเล็ต Coldcard ได้สร้างความเสียหายรวมถึง 1,789.28 Bitcoin จากกระเป๋าเหยื่อจำนวน 8,865 บัญชี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายในขณะเกิดเหตุกว่า 114.7 ล้านดอลลาร์
- Alex Thorn หัวหน้านักวิจัยของ Galaxy ระบุว่าเหรียญที่ถูกขโมยไปส่วนใหญ่จำนวน 1,561 Bitcoin หรือคิดเป็น 87.3% ของความเสียหายทั้งหมดยังคงนอนนิ่งอยู่ในกระเป๋าของแฮกเกอร์และยังไม่มีการโอนย้ายออกไปฟอกเงิน แม้จะมีเหรียญจากการโจมตีระลอกหลังบางส่วนเริ่มถูกโอนผ่าน CoinJoin แล้วก็ตาม
- ทาง Galaxy ได้ทำการรวบรวมข้อมูลและส่งมอบรายชื่อกระเป๋าเงินทั้งหมดของแฮกเกอร์ให้กับกระดานเทรด บริษัทตรวจสอบความถูกต้อง และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย เพื่อเตรียมพร้อมสกัดกั้นและอายัดสินทรัพย์ทันทีหากมีการโอนเหรียญเข้าสู่ตัวกลางแบบรวมศูนย์
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral
เนื่องจากเหรียญส่วนใหญ่กว่า 87% ยังไม่ถูกเทขายสู่ตลาด และการประสานงานกับกระดานเทรดเพื่อขึ้นบัญชีดำช่วยจำกัดความเสี่ยงที่แฮกเกอร์จะนำ Bitcoin ออกมาเทขายสร้างแรงกดดันต่อราคาในระยะสั้น
Galaxy Research หน่วยงานวิจัยด้านสินทรัพย์ดิจิทัลชั้นนำ ได้เปิดเผยข้อมูลความเสียหายเชิงลึกจากเหตุการณ์ช่องโหว่ของกระเป๋าฮาร์ดแวร์วอลเล็ต Coldcard ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์โจมตีกระเป๋าเงินแบบฮาร์ดแวร์ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ โดย Alex Thorn หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ Galaxy ได้เปิดเผยผ่านแพลตฟอร์ม X ว่าตัวเลขความเสียหายที่เชื่อมโยงกับการแฮกในครั้งนี้มีจำนวนรวมสูงถึง 1,789.28 Bitcoin จากกระเป๋าเงินที่ได้รับผลกระทบมากถึง 8,865 ที่อยู่ ซึ่งคิดเป็นมูลค่าความเสียหาย ณ เวลาที่เกิดเหตุอยู่ที่ประมาณ 114.7 ล้านดอลลาร์

จากการติดตามเส้นทางการเงินบนบล็อกเชน Thorn ระบุว่าแฮกเกอร์ยังไม่ได้ทำการโยกย้ายหรือเทขายเหรียญส่วนใหญ่ที่ขโมยไป โดยมี Bitcoin จำนวนถึง 1,561 เหรียญ หรือคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 87.3% ของยอดความเสียหายทั้งหมด ที่ยังคงถูกเก็บรักษาไว้นิ่งๆ ในกระเป๋าเงินรวบรวมสินทรัพย์ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มผู้ไม่หวังดี ซึ่งรวมถึงเหรียญทั้งหมดที่ถูกขโมยไปในการโจมตีระลอกแรกถึงระลอกที่สาม อย่างไรก็ตาม มีเหรียญบางส่วนจากการโจมตีในระลอกถัดๆ มาที่เริ่มถูกโอนย้ายผ่านช่องทางอำพรางเส้นทางการเงิน เช่น การใช้ธุรกรรมแบบ CoinJoin และเทคนิค Peel Chains เพื่อพยายามปกปิดที่มาของสินทรัพย์
ข้อมูลการประเมินในครั้งนี้ได้รับการยืนยันเพิ่มเติมจากรายงานของผู้เสียหายโดยตรงจำนวน 221 ราย ซึ่งคิดเป็นจำนวนเหรียญที่สูญหาย 790.72 Bitcoin หรือประมาณ 44.2% ของความเสียหายทั้งหมดที่ Galaxy ติดตามได้ โดยค่ามัธยฐานของความเสียหายต่อผู้เสียหายหนึ่งรายอยู่ที่ 1.04272 Bitcoin ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้เสียหายมากกว่าครึ่งหนึ่งต้องสูญเสียเหรียญไปมากกว่า 1 Bitcoin ในส่วนของการป้องกันความเสียหายเพิ่มเติม ทาง Galaxy ได้ส่งมอบรายชื่อที่อยู่กระเป๋าเงินของแฮกเกอร์ที่สามารถระบุตัวตนได้ให้แก่กระดานเทรดคริปโต บริษัทด้านการกำกับดูแลความปลอดภัย และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเป็นที่เรียบร้อย เพื่อให้สามารถประสานงานและอายัดธุรกรรมได้ทันท่วงทีหากมีการพยายามโอนเหรียญเข้าสู่แพลตฟอร์มแบบรวมศูนย์
ที่มา: cointelegraph
มุมมองส่วนตัวคิดว่า ข้อมูลออนเชนที่ระบุว่า Bitcoin ที่ถูกขโมยไปกว่า 87% ยังคงนอนนิ่งอยู่ ช่วยคลายความกังวลของตลาดไปได้มากในเรื่องของแรงเทขายก้อนใหญ่ เพราะการที่กระเป๋าของแฮกเกอร์ถูกจับตามองและขึ้นบัญชีดำร่วมกันระหว่างกระดานเทรดและหน่วยงานกฎหมาย ทำให้การจะนำเหรียญปริมาณมหาศาลขนาดนี้ออกมาเทขายผ่านตลาดสปอตหรือแปลงเป็นเงินสดทำได้ยากมากในทางปฏิบัติ อย่างไรก็ดี เหตุการณ์นี้ยังคงเป็นบทเรียนสำคัญที่กระตุ้นเตือนให้ผู้ใช้งานต้องตระหนักถึงความปลอดภัยและรีบทำการย้ายสินทรัพย์ออกจาก Seed Phrase เดิมที่มีความเสี่ยงตามคำแนะนำของผู้ผลิตอย่างเร่งด่วน

