สรุปข่าว
- อาจารย์ตั๊ม พิริยะ สัมพันธารักษ์ ผู้ร่วมก่อตั้ง CDC Chaloke Dot Com ให้ความเห็นผ่านคลิปในช่อง Right Shift ว่า 4-Year Cycle ของ Bitcoin มีโอกาสจะหายไปในที่สุด เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานของตลาดเปลี่ยนแปลงไปมาก
- คำพูดยอดฮิตที่ว่า “ถือ Bitcoin เกิน 4 ปีไม่มีวันขาดทุน” ถูกพิสูจน์แล้วว่าไม่เป็นจริงเสมอไป โดยปี 2023 เป็นครั้งแรกที่ราคา Bitcoin ต่ำสุดของรอบนั้น ลงไปต่ำกว่าจุดสูงสุดของรอบก่อนหน้า และล่าสุดแม้แต่การถือครอง 5 ปีก็ยังพลิกกลับมาขาดทุนได้
- อาจารย์ตั๊มระบุว่า ตราบใดที่ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่า รูปแบบนี้จะเปลี่ยนไป ก็ยังพอสมมติฐานได้ว่า วัฏจักรจะเกิดซ้ำต่อไป จนกว่าจะถึงรอบที่มันไม่เกิดขึ้นจริง
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Neutral
เนื้อหาเป็นการวิเคราะห์เชิงทฤษฎีและมุมมองส่วนตัว ซึ่งสะท้อนความไม่แน่นอนที่นักลงทุนต้องจับตา โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ราคาปัจจุบันกำลังทดสอบพฤติกรรมคล้ายปี 2023
เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ที่ผ่านมา อาจารย์ตั๊ม หรืออาจารย์พิริยะ สัมพันธารักษ์ อาจารย์ผู้ร่วมก่อตั้ง CDC Chaloke Dot Com ได้ออกมาให้มุมมอง พร้อมตอบคำถามสำคัญ ผ่านคลิปวิดีโอ ‘4 Year Cycle: Bitcoin รอบนี้จะจบที่ตรงไหน’ ในช่อง youtube – ‘Right Shift’ ว่า 4-Year Cycle ยังมีอยู่จริงหรือไม่ ?
อาจารย์ตั๊ม กล่าวว่า ถ้าเราจะเชื่อว่า 4-Year Cycle ของ Bitcoin ยังมีอยู่จริง ซึ่งผมตั้งคำถามนี้หลายรอบ เพราะว่าใน Cycle เนี้ย หลายคน ตอนที่ราคาขึ้นไป คนถามผมเยอะแยะเลยว่า 4-Year Cycle มีอยู่จริงไหมครับ ? มีอยู่จริงไหม ? มีอยู่จริงไหมคะ? ผมก็บอกเลยว่า ผมไม่รู้

สาเหตุที่ผมไม่รู้คือ Fundamental มันเปลี่ยนเยอะมาก พอ Fundamental มันเปลี่ยนเยอะมาก มันมีโอกาสครับ ที่ 4-Year Cycle มันจะหายไป และผมเชื่อว่าในที่สุด มันก็คงจะต้องหายไป เพียงแต่ว่าเราไม่รู้ว่าเมื่อไหร่
แต่ว่าเวลามันมีอะไรที่มันเกิดขึ้นซ้ำๆ เนี่ย ตราบใดที่มันยัง เขาเรียกว่า มันยังไม่มีสิ่งที่พิสูจน์ได้ชัดว่ามันจะหายไปหรือจะเปลี่ยนแปลงเนี่ยนะ เราก็น่าที่จะ assume ว่ามันจะเกิดขึ้นซ้ำต่อไป จนกว่ารอบที่มันจะไม่เกิดนั่นแหละนะ
เพราะฉะนั้นถ้าเรา assume ว่ามันจะเกิดขึ้นซ้ำเนี่ย มันก็ยังอยู่นะ แต่ว่าก็ต้องบอกว่าตอนที่มันขึ้นเราก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่จริงๆ สาเหตุที่ผมรู้สึกว่า ผมไม่รู้คือ มันขึ้นไปนิดเดียว ซึ่งรอบนี้มันขึ้นน้อยมาก
อาจารย์ตั๊ม กล่าวเสริมว่า ถ้า 4-Year Cycle ยังอยู่เนี่ย หนึ่งใน Characteristic ของ 4-Year Cycle ที่เรามักจะพูดถึงกันคือ จุดต่ำสุดของแต่ละ Cycle เนี่ย จะไม่ลงไปต่ำกว่าจุดสูงสุดของไซเคิลก่อนหน้า
มันก็เลยเป็นคำพูดที่ว่า “ไม่เคยมีใครนะฮะ ที่ซื้อ Bitcoin แล้วถือยาวเกิน 4 ปีแล้วขาดทุน” อันนี้เป็นคำพูดที่พูดกันมานาน ติดปากกันมาเป็นสิบปี จนกระทั่งช่วงประมาณปี 2023 คำพูดนี้ต้องเปลี่ยนไป เพราะว่า ปี 2023 เป็นครั้งแรกเลยนะฮะ ที่ราคา Bitcoin ที่จุดต่ำสุดเนี่ย ลงมาต่ำกว่าจุดสูงสุดของรอบก่อนหน้า

จุดสูงสุดอยู่นี่นะ ราคาต่ำสุดห้อยลงมาต่ำกว่าจุดสูงสุด เพราะฉะนั้นเรามีช่วงเวลาสั้นๆ ตรงนี้ฮะประมาณเนี่ย เดือนสองเดือนเลยนะ ที่ถ้าคุณเป็นคนที่ซื้อ Bitcoin ที่จุดสูงสุดรอบก่อนหน้าปี 2017 นะ ที่ประมาณ 20,000 เหรียญ คุณขาดทุนอยู่แป๊บนึงนะ คุณกลับมาขาดทุนอยู่แป๊บนึง
เหมือนกันกับภาพนี้ในปัจจุบันตอนนี้เลย แต่ในที่สุดเนี่ย พอมันกลับตัวขึ้นมา มันก็ไปต่อ อันนั้นก็เป็นเรื่องของอดีตที่มันเกิดขึ้นไปแล้ว เราไม่ได้บอกว่า อนาคตหรือปัจจุบันมันจะเป็นแบบนั้นนะฮะ แต่เพียงแต่ว่า จะชี้ให้เห็นว่าคำพูดที่ว่า ใครก็ตามซื้อ Bitcoin 4 ปี ไม่มีวันขาดทุนนั้นเนี่ย เอาจริงๆ ไม่เป็นจริงนะ
เพราะมันเคยมี Instance ที่เกิดขึ้นและที่ทำให้ 4 ปีไม่มีวันขาดทุน มันก็เลยมีคนแก้คำพูดนะว่า ถ้าอย่างงั้นเราเปลี่ยนใหม่ “ไม่มีใครถือ Bitcoin เกิน 5 ปีแล้วขาดทุน” คราวนี้มันจริงละ เพราะจากจุดนี้ นับไปอยู่ตรงนี้มันบวกแล้ว
แต่ว่ารอบนี้ มันดัน 5 ปีแล้ว มันกลับมาขาดทุน เพราะงั้นผมก็เลยไม่แน่ใจว่า bitcoinner จะต้องแก้คำพูดว่า “ไม่มีใคร เคยถือ Bitcoin เกิน 6 ปีแล้วขาดทุน” หรือเปล่า

แต่ในจริง ๆ การถือ Bitcoin 4 ปี 5 ปี ขาดทุน มันจริงหรือเปล่า ก็คือ ถ้าคุณซื้อไม้เดียวที่จุดสูงสุดแล้วถือ คือใช่ แต่ถ้าคุณซื้อไปเรื่อย ๆ on dip ก็แน่นอนว่า ต้นทุนของคุณก็จะถูก โอกาสที่คุณขาดทุนก็ยาก
มุมมองผู้เขียน : เรื่องวัฏจักร 4 ปีของ Bitcoin เป็นหัวข้อที่ถกเถียงกันมานาน และดูเหมือนตลาดกำลังค่อยๆ พิสูจน์ให้เห็นว่าไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวที่ใช้ได้ตลอดไป ยิ่งเม็ดเงินสถาบันและ ETF เข้ามามีบทบาทมากขึ้นเท่าไหร่ พฤติกรรมราคาก็ยิ่งอาจเบี่ยงเบนจากรูปแบบเดิมที่เคยเห็นในอดีต

