bitkub-banner

ก.ล.ต. ออกกฎใหม่ Travel Rule โอนคริปโตต้องระบุตัวตนผู้โอนผู้รับ สกัดฟอกเงิน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ก.ล.ต. ออกกฎ Travel Rule บังคับผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลเก็บและส่งต่อข้อมูลผู้โอน-ผู้รับ เพื่อให้ตรวจสอบเส้นทางธุรกรรมได้ชัดเจนขึ้น
  • ผู้ให้บริการต้องตรวจสอบคู่ธุรกรรมและ Self-hosted Wallet รวมถึงส่งข้อมูลผู้โอนและผู้รับไปพร้อมกับคำสั่งโอน และเก็บข้อมูลทุกธุรกรรมนานอย่างน้อย 5 ปี
  • กฎใหม่มีผล 27 กุมภาพันธ์ 2570 เพื่อยกระดับมาตรการป้องกันการฟอกเงินและอาชญากรรมทางเทคโนโลยีของไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐาน FATF

แนวโน้มผลกระทบ: Neutral

ก.ล.ต. ออกหลักเกณฑ์ใหม่ ‘Travel Rule’ สำหรับคริปโต ซึ่งกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องเก็บและส่งต่อข้อมูลผู้โอน ผู้รับ และคู่ธุรกรรม เพื่อให้สามารถตรวจสอบเส้นทางของสินทรัพย์ดิจิทัลได้ละเอียดขึ้น รวมถึงต้องตรวจสอบธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับ Self-hosted Wallet และเก็บข้อมูลไว้อย่างน้อย 5 ปี โดยกฎดังกล่าวจะมีผลตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2570 เป็นต้นไป เป้าหมายสำคัญคือ การป้องกันการฟอกเงินและอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พร้อมยกระดับมาตรฐานไทยให้สอดคล้องกับ FATF

ก.ล.ต. ไทย ประกาศออกหลักเกณฑ์ใหม่ที่เรียกว่า ‘Travel Rule’ สำหรับสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องเก็บและส่งต่อข้อมูลของผู้โอนและผู้รับในการทำธุรกรรม เพื่อให้สามารถตรวจสอบเส้นทางของสินทรัพย์ดิจิทัลได้ชัดเจนขึ้น และลดความเสี่ยงที่คริปโตจะถูกนำไปใช้ฟอกเงินหรือก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี 

หลักเกณฑ์ดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ รวมถึง สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) พร้อมทั้งช่วยยกระดับมาตรการของไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลของ Financial Action Task Force (FATF)

ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ดังกล่าวจะเริ่มมีผลบังคับใช้วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2570 เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจมีเวลาเตรียมความพร้อมระบบรับส่งข้อมูลและปรับกระบวนการตรวจสอบธุรกรรม

4 เรื่องที่ผู้ประกอบการธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องรู้

1. ต้องมีระบบบริหารความเสี่ยงสำหรับการโอนคริปโต

ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องจัดให้มีนโยบายและขั้นตอนการปฏิบัติงานสำหรับบริหารและจัดการความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการโอนและรับโอนสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อให้สามารถประเมินและตรวจสอบความเสี่ยงของธุรกรรมได้อย่างเหมาะสม

2. ต้องรู้ข้อมูลของทั้งผู้โอนและคู่ธุรกรรม

ผู้ให้บริการต้องรวบรวมข้อมูลของลูกค้าและคู่ธุรกรรม พร้อมตรวจสอบผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลฝั่งตรงข้าม หรือ Counterparty VASP รวมถึงตัวกลางที่อยู่ในเส้นทางการโอน หากมีการใช้ Intermediary Digital Asset Operator

กรณีโอนหรือรับโอนกับ Self-hosted Wallet หรือกระเป๋าที่ผู้ใช้งานควบคุมด้วยตัวเอง ก็ต้องตรวจสอบความเป็นเจ้าของหรือผู้มีอำนาจควบคุมกระเป๋าดังกล่าวด้วย

พูดง่าย ๆ คือ ต่อจากนี้การโอนคริปโตผ่านผู้ให้บริการที่อยู่ภายใต้การกำกับ จะไม่ได้ดูเพียงว่า “เหรียญถูกส่งไปที่ไหน” แต่ต้องสามารถตรวจสอบได้ด้วยว่า ใครเป็นผู้โอน ใครเป็นผู้รับ และมีผู้ให้บริการรายใดอยู่ในเส้นทางของธุรกรรม

3. ข้อมูลผู้โอนและผู้รับต้องส่งไปพร้อมกับคำสั่งโอน

หากผู้ประกอบธุรกิจเป็นฝ่ายส่งคำสั่งโอน หรือ Ordering Digital Asset Operator จะต้องส่งข้อมูลของผู้โอนและผู้รับไปพร้อมกับคำสั่งโอนให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจฝั่งปลายทาง หรือ Beneficiary Digital Asset Operator

หลักการนี้ทำให้ข้อมูลสำคัญของธุรกรรมสามารถเดินทางไปพร้อมกับการโอนสินทรัพย์ดิจิทัล และช่วยให้ผู้ให้บริการแต่ละฝั่งสามารถตรวจสอบธุรกรรมที่มีความเสี่ยงได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

4. ต้องเก็บข้อมูลทุกธุรกรรมอย่างน้อย 5 ปี

ผู้ประกอบธุรกิจต้องจัดเก็บข้อมูลประกอบการโอนสินทรัพย์ดิจิทัลใน ทุกธุรกรรมเป็นเวลาอย่างน้อย 5 ปี และต้องจัดเก็บในรูปแบบที่หน่วยงานกำกับสามารถเรียกดูหรือตรวจสอบได้ทันที

ด้าน นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าวว่า หลักเกณฑ์ Travel Rule จะช่วยยกระดับการตรวจสอบธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล ป้องกันการนำคริปโตไปใช้ฟอกเงินและก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี รวมถึงลดความเสี่ยงด้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย ขณะเดียวกันยังช่วยให้มาตรการป้องกันการฟอกเงินของไทยสอดคล้องกับมาตรฐาน FATF และเพิ่มความน่าเชื่อถือของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไทยในการเชื่อมโยงกับตลาดต่างประเทศในระยะยาว