สรุปข่าว
- Wintermute เปิดเผยว่า เงินลงทุนที่ไหลเข้าตลาดคริปโทฯ ร่วงลงเหลือเพียง 2.4% ของมูลค่าตลาดรวม ต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2021 ขณะที่กองทุน ETF เริ่มมีเงินลงไหลออกสุทธิ และอุปทาน Stablecoin ก็ดิ่งลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ Terra ล่มสลาย
- กลุ่ม RWA หรือการแปลงสินทรัพย์โลกจริงเป็นโทเคน กลับโตสวนทางตลาด ด้วยเม็ดเงินไหลเข้ากว่า 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์ในรอบ 12 เดือน ดันมูลค่ารวมพุ่ง 3 เท่า ทะลุ 3 หมื่นล้านดอลลาร์
- RWA เดินทางมาได้เพียง 18 เดือน เมื่อเทียบกับกองทุน ETF ที่ใช้เวลา 20 เดือน และ ICO/VC ใช้เวลาถึง 54 เดือนกว่าจะถึงจุดพีค ทำให้ RWA ยังมีพื้นที่เติบโตอีกมาก
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Bullish
ในระยะสั้นข่าวนี้ยังไม่ได้ส่งผลโดยตรงต่อราคา BTC หรือ ETH เพราะเม็ดเงินของ RWA ส่วนใหญ่ไหลเข้าสินทรัพย์ดั้งเดิมอย่าง พันธบัตรรัฐบาลและหุ้นก่อน ยังไม่ได้ไหลเข้าเหรียญหลักโดยตรง แต่ในเชิงโครงสร้างระยะยาว การที่ RWA เริ่มถูกใช้เป็นหลักประกันในระบบ DeFi และบนกระดานเทรด ถือเป็นสัญญาณเชิงบวก เพราะช่วยเปิดช่องทางให้เงินลงทุนไหลต่อไปยัง Bitcoin และ Altcoins ได้ง่ายขึ้นในอนาคต
รู้หรือไม่ว่าแรงส่งที่เคยดันให้ราคาคริปโทฯ พุ่งทะยานในรอบที่ผ่านๆ มากำลังเริ่มแผ่วลงแล้ว โดยล่าสุด Wintermute ผู้ดูแลสภาพคล่อง (Market Maker) ระดับโลก ได้ออกมาเตือนว่า ช่องทางเงินทุนไหลเข้าแบบเดิมกำลังชะลอตัว พร้อมชี้เป้าว่า RWA นี่แหละคือ ตัวเอกที่จะมาขับเคลื่อนตลาดในรอบถัดไป
หากย้อนดูประวัติศาสตร์ ตลาดคริปโทฯ ถูกขับเคลื่อนด้วยเม็ดเงินจากหลายยุคสมัย ตั้งแต่ยุค ICO, เงินทุน VC, Stablecoin, Spot ETF ไปจนถึงการที่บริษัทจดทะเบียนแห่ตุน Bitcoin แต่ปัจจุบันแรงหนุนเหล่านี้เริ่มลดลง โดยสัดส่วนเงินทุนไหลเข้าตลาดร่วงจาก 10% ในปี 2025 เหลือเพียง 2.4% เท่านั้น
นอกจากนี้ กองทุน ETF ที่เคยเป็นพระเอกก็เริ่มเผชิญกับภาวะเงินทุนไหลออกสุทธิ หุ้นของบริษัทที่ถือ Bitcoin หลายแห่งก็เทรดกันต่ำกว่ามูลค่าจริง (NAV) แถมปริมาณเหรียญ Stablecoin ในระบบก็ยังดิ่งลงไปแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ยุควิกฤต Terra อีกด้วย
ท่ามกลางตลาดที่ดูซบเซา RWA (Real-World Assets) หรือการแปลงสินทรัพย์โลกจริงอย่างพันธบัตรและหุ้นให้เป็นโทเคน กลับเติบโตสวนกระแส โดยในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา มีเม็ดเงินไหลเข้ากลุ่มนี้สูงถึง 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์ ดันมูลค่าตลาดโตทะลุ 3 หมื่นล้านดอลลาร์ไปเป็นที่เรียบร้อย
Wintermute วิเคราะห์ว่า วัฏจักรของเงินทุนแต่ละยุคใช้เวลาสะสมพลังไม่เท่ากัน เช่น ETF ใช้เวลา 20 เดือน ส่วน ICO/VC นานถึง 54 เดือน แต่สำหรับ RWA นั้นเพิ่งเริ่มต้นวิ่งมาได้แค่ 18 เดือนเท่านั้น ซึ่งแม้จะยังมีสัดส่วนไม่ถึง 1% ของตลาดคริปโทฯ รวม แต่มันก็เติบโตเร็วกว่าสินทรัพย์กลุ่มอื่นในช่วงอายุเดียวกันอย่างชัดเจน
ปัจจัยหลักที่ทำให้ RWA เติบโตอย่างก้าวกระโดดคือ ความชัดเจนด้านกฎหมาย และการนำไปใช้งานได้จริงบนโลก DeFi ตอนนี้เราเริ่มเห็นการนำพันธบัตรรัฐบาลโทเคน ไปใช้วางเป็นหลักประกัน บนกระดานเทรดชั้นนำ ซึ่งช่วยเปลี่ยนสภาพเงินทุนที่เคยอยู่นิ่งๆ ให้กลับมาสร้างผลตอบแทนได้อีกครั้ง
ความน่าสนใจของ RWA ในมุมมองของกระแสเงินทุน คือมันช่วยดึงเม็ดเงินจากโลกดั้งเดิมให้เข้ามาอยู่บน “บล็อกเชน” และเมื่อสภาพคล่องเหล่านี้เข้ามาอยู่ในระบบแล้ว การหมุนเวียนเงินทุนเพื่อส่งต่อไปยัง Bitcoin หรือ Altcoins อื่นๆ ก็จะทำได้อย่างรวดเร็วและไร้รอยต่อมากยิ่งขึ้น
แม้ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา เราอาจเริ่มเห็นสัญญาณเงินทุนไหลกลับเข้า ETF และ Stablecoin บ้างเล็กน้อย แต่ Wintermute ทิ้งท้ายว่า ภาพใหญ่ที่นักลงทุนต้องจับตาดูให้ดีนับจากนี้ คือการขยายตัวของ RWA ว่าจะแทรกซึมเข้าสู่ระบบคริปโทฯ และ DeFi ได้ลึกซึ้งแค่ไหนในอนาคต
ที่มา : coinpost
มุมมองผู้เขียน : หากมองในภาพรวม RWA ถือว่ายังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของวัฏจักรการเติบโตอย่างแท้จริง และด้วยความที่มีอายุในตลาดสั้นกว่าสินทรัพย์กลุ่มอื่นอย่างมาก ทำให้ยังมีโอกาสเติบโตต่อไปได้อีกยาวนาน
สิ่งที่ต้องระมัดระวังคือ RWA ยังต้องพึ่งพากรอบกฎหมายและความร่วมมือกับสถาบันการเงินดั้งเดิมเป็นหลัก ซึ่งหากเกิดความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบในประเทศใดประเทศหนึ่ง ก็อาจส่งผลกระทบให้การเติบโตสะดุดลงได้เช่นกัน

