สรุปข่าว
- Paul Atkins ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ หรือ SEC ได้ออกมาแสดงความคาดหวังว่าวุฒิสภาจะสามารถผลักดันร่างกฎหมาย CLARITY Act ให้ผ่านความเห็นชอบได้ภายในสองสัปดาห์ข้างหน้าเพื่อส่งต่อให้ Donald Trump ลงนามบังคับใช้ต่อไป
- ร่างกฎหมายฉบับนี้มีเป้าหมายหลักในการแบ่งแยกขอบเขตอำนาจการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลระหว่าง SEC และ CFTC ให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการกำหนดกฎเกณฑ์ด้านการลงทะเบียนสำหรับธุรกิจคริปโตและมาตรการป้องกันการฟอกเงิน
- แม้ประธาน SEC จะมีมุมมองที่เป็นบวก แต่บุคคลสำคัญในอุตสาหกรรมหลายรายยังคงแสดงความกังขาว่าร่างกฎหมายนี้อาจไม่สามารถผ่านการพิจารณาได้ทันภายในปีนี้ เนื่องจากวุฒิสภากำลังเข้าสู่ช่วงเวลาของการเลือกตั้งกลางเทอมซึ่งอาจทำให้กระบวนการต่างๆ ล่าช้าออกไป
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral
เนื่องจากความคืบหน้าของร่างกฎหมายดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการผลักดันและต้องรอผลการลงมติชี้ขาดจากวุฒิสภาสหรัฐฯ ซึ่งนักลงทุนส่วนใหญ่กำลังจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิดก่อนที่จะตัดสินใจปรับพอร์ตการลงทุน
Paul Atkins ประธานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ หรือ SEC ได้ออกมาแสดงความเชื่อมั่นว่าวุฒิสภาสหรัฐฯ จะสามารถเดินหน้าลงมติเพื่อผลักดันร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล หรือ CLARITY Act ให้มีความคืบหน้าได้ภายในเดือนนี้ โดยเขามองว่านี่คือบททดสอบสำคัญสำหรับกฎหมายที่ต้องเผชิญกับความล่าช้ามาหลายต่อหลายครั้ง และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าฝ่ายนิติบัญญัติจะสามารถส่งผ่านร่างกฎหมายนี้ไปถึงโต๊ะทำงานของประธานาธิบดี Donald Trump เพื่อให้ลงนามบังคับใช้ได้สำเร็จ
ตามกำหนดการนั้น วุฒิสภาสหรัฐฯ มีนัดหมายที่จะจัดการลงมติเพื่อปิดการอภิปรายและนำไปสู่การพิจารณาขั้นสุดท้ายในวันที่ 15 กันยายนนี้ อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญคือระยะเวลาที่กระชั้นชิด เนื่องจากสภาคองเกรสกำลังเตรียมตัวเข้าสู่ฤดูกาลของการเลือกตั้งกลางเทอม ทำให้หลายฝ่ายเริ่มเกิดความกังวลว่ากระบวนการพิจารณากฎหมายอาจหยุดชะงักและไม่สามารถทำให้เสร็จสิ้นได้ทันภายในปีนี้
ในระหว่างที่รอกระบวนการทางรัฐสภา ทาง SEC เองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดย Paul Atkins ระบุว่าหน่วยงานกำลังเตรียมความพร้อมด้านกฎระเบียบเพื่อสนับสนุนและทำงานควบคู่ไปกับแนวทางของ CLARITY Act ซึ่งรวมถึงการเสนอข้อยกเว้นที่ครอบคลุมถึงการระดมทุนและกิจกรรมอื่นๆ โดยปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนของการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณชน เขายังเสริมด้วยว่าแม้สภาคองเกรสจะไม่สามารถผลักดันร่างกฎหมายนี้ให้ผ่านได้ แต่ SEC ก็ยังคงมีอำนาจในการดำเนินการภายใต้กฎหมายหลักทรัพย์ที่มีอยู่เดิม ถึงกระนั้นการมีกฎหมายรองรับอย่างเป็นทางการย่อมสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งและยั่งยืนมากกว่า
ความพยายามของ CLARITY Act มุ่งเน้นไปที่การแก้ปัญหาความทับซ้อนในการทำงานระหว่าง SEC และหน่วยงานกำกับดูแลตลาดสินค้าโภคภัณฑ์อย่าง CFTC รวมถึงการวางกรอบข้อบังคับด้านการลงทะเบียนสำหรับผู้ประกอบธุรกิจคริปโตและมาตรการปราบปรามการฟอกเงิน ถึงกระนั้นก็ยังมีประเด็นที่เป็นข้อถกเถียงอย่างหนัก เช่น การอนุญาตให้ผู้ถือเหรียญ Stablecoin สามารถรับดอกเบี้ยได้หรือไม่ รวมถึงกฎเกณฑ์ด้านจริยธรรมที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ทับซ้อนของเจ้าหน้าที่รัฐในธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล
ที่มา: X
มุมมองส่วนตัวประเมินว่า แม้ความตั้งใจของประธาน SEC จะเป็นสัญญาณบวกที่แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการสร้างความชัดเจนให้กับอุตสาหกรรมคริปโตในสหรัฐอเมริกา แต่ความผันผวนทางการเมืองในช่วงก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมถือเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ที่มองข้ามไม่ได้ โอกาสที่ร่างกฎหมาย CLARITY Act จะผ่านวุฒิสภาในวันที่ 15 กันยายนนี้ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง ซึ่งหากกฎหมายนี้สามารถผ่านการรับรองได้จริง จะถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งประวัติศาสตร์ที่ช่วยปลดล็อกความกังวลของนักลงทุนสถาบันและผลักดันให้ตลาดเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น
