สรุปข่าว
- ซีอีโอ Strategy ยืนยันไม่เสียใจที่ขาย BTC ตอน $60,000 แล้วซื้อคืนสูงกว่า $80,000
- การขาย BTC ราว 7,000 เหรียญคิดเป็นสัดส่วนไม่ถึง 1% ของพอร์ตทั้งหมดแต่ตลาดกลับตื่นตระหนกกันอย่างหนักจนลามไปถึงผู้ที่อยู่นอกวงการคริปโต
- พวกเขายอมรับว่าบริษัทต้องพลิกลิ้นเพื่อพยุงฐานการเงิน โดยมองว่าองค์กรที่ยั่งยืนต้องสามารถปรับเปลี่ยนพอร์ตได้ ไม่ใช่แค่ตั้งหน้าตั้งตาซื้อ Bitcoin เพียงอย่างเดียว
แนวโน้มผลกระทบ : Neutral
CEO ของ Strategy ล่าสุดออกมายืนยันว่าบริษัทไม่มีความเสียใจต่อการตัดสินใจขาย Bitcoin จำนวนกว่า 7,000 BTC ที่ระดับราคา $60,000 แล้วกลับมาเข้าซื้อเพิ่มในราคาสูงกว่า $80,000 ในภายหลัง โดยชี้แจงว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปเพื่อการจัดการงบดุลและต้นทุนทางการเงิน ไม่ใช่การตัดสินใจตามราคา Bitcoin ในตลาด อีกทั้งจำนวนที่ขายไปยังคิดเป็นสัดส่วนไม่ถึง 1% ของพอร์ตเลยด้วยซ้ำไป
Strategy บริษัทคลังสำรอง Bitcoin อันดับหนึ่งของโลกตลอดช่วงที่ผ่านมาทางบริษัทได้ประสบกับข้อครหาและคำวิจารณ์จากนักลงทุนเป็นจำนวนมาก เนื่องจากพวกเขาได้ตัดสินใจขาย Bitcoin ออกไปใกล้กับจุดต่ำสุดของปีนี้ แต่ทางบริษัทไม่ได้มองว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวนั้นผิดพลาดแต่เป็นสิ่งจำเป็น
Phong Le ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปัจจุบันของบริษัท เปิดเผยว่าพวกเขา “ไม่มีความเสียใจ” ที่ได้ทำการขาย Bitcoin ออกไปใกล้กับระดับราคา $60,000 เกือบ 7,000 BTC แม้ว่าในอีกไม่กี่สัปดาห์ถัดมาจะเข้าซื้อเหรียญเพิ่มเติมในราคาที่สูงกว่า $80,000
อ้างอิงจากบทสัมภาษณ์ของ Bloomberg ตัวของ Le อธิบายว่าการ “ซื้อแพงขายถูก” ของบริษัทได้สะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงในงบดุลและต้นทุนทางการเงินของบริษัท ไม่ใช่การเดิมพันกับราคาของบิตคอยน์
ดังนั้น ในช่วงเวลาดังกล่าว การขาย Bitcoin ออกไปเพื่อนำเงินมาอุ้มหุ้นกู้ STRC จึงเป็นความเคลื่อนไหวที่ถูกต้อง และการขายหุ้น MSTR ในราคาพรีเมียมเพื่อนำเงินมาซื้อ Bitcoin เองก็เป็นความเคลื่อนไหวที่ถูกต้องเช่นกัน
หาก Strategy มีงบดุลที่แข็งแกร่งพวกเขาก็จะสามารถออกหุ้นกู้ MSTR ได้ง่ายและถูกลงเพื่อนำเงินจากการระดมทุนมาซื้อ Bitcoin ต่อ แต่พอราคาหุ้นร่วงบริษัทก็ต้องขาย Bitcoin ออกไปเพื่อค้ำยันบริษัทเอาไว้
Le กล่าวเสริมว่า ทางบริษัทไม่ได้ตัดสินใจเคลื่อนไหวโดยอิงจากราคาของบิตคอยน์เป็นหลัก และในช่วงสองเดือนที่ผ่านมาเราก็ไม่ได้เข้าซื้อ Bitcoin เลย แต่สิ่งที่บริษัททำคือการเข้าไปจัดการงบดุลภายในให้มีความแข็งแกร่งและมั่นคงยิ่งขึ้นต่างหาก ผ่านการสร้างคลังเงินสดและการซื้อหุ้นคืนจนทำให้ภาระหนี้ลดลงจาก $7 พันล้านกลายเป็นศูนย์
อย่างไรก็ตาม แต่เดิม Strategy เคยยึดมั่นกับคติที่ว่า “จะไม่มีวันขาย Bitcoin” นั่นจึงทำให้การขยับตัวในตอนนั้นเป็นเรื่องที่สะเทือนตลาดทั่วโลก แต่พวกเขาก็จำเป็นต้องพลิกลิ้นตัวเองเนื่องจากสถานการณ์ของหุ้นปันผล STRC เข้าขั้นย่ำแย่ และถ้าหากปล่อยไว้เฉยๆ อาจทำให้การหาเงินใหม่เข้ามาซื้อ Bitcoin ทำได้ยากขึ้น
Le ยอมรับว่าวิธีดังกล่าวถือเป็นกลยุทธ์แบบสองทาง และอย่างไรก็ตามมันก็จำเป็นต้องมีช่วงเวลาหนึ่งที่บริษัทจำเป็นต้องขาย Bitcoin แต่ถึงกระนั้น 7,000 Bitcoin ที่ได้มีการขายออกไปนั้น คิดเป็นสัดส่วนไม่ถึง 1% ของสินทรัพย์ที่พวกเขามีเลยด้วยซ้ำ แต่ข่าวดังกล่าวกลับดึงดูดความสนใจได้จากภายนอกเป็นจำนวนมหาศาล
สุดท้ายนี้ เขามองว่าการตั้งหน้าเข้าซื้อ Bitcoin ลูกเดียวนั้น ไม่ได้ทำให้ Strategy กลายเป็นบริษัทที่สามารถดำเนินธุรกิจอย่างแท้จริง เพราะการจะเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจได้ องค์กรต้องกลายเป็นผู้ที่สามารถซื้อขายได้ทั้งบิตคอยน์ หุ้นสามัญ และหุ้นบุริมสิทธิ เป็นบริษัทบริหารจัดการทุนแบบสองทาง อย่างแท้จริง ซึ่งนั่นคือสิ่งที่พวกเราเป็น
ที่มา : Decrypt
มุมมองผู้เขียน : แม้การขายเหรียญจะทำลายภาพลักษณ์ของการ HODL หรือ ไดมอนด์แฮนด์ออกไป แต่ที่บริษัทสามารถเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหาร จะช่วยทำให้ความเสี่ยงของการเกิดวิกฤตลดลงกว่าการที่ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามโชคชะตาเหมือนกับระเบิดเวลา

