สรุปข่าว
- HYPE ถูกเพิ่มเข้าสู่กองทุน Nasdaq CME Crypto Index ETF (NCIQ) ของ Hashdex เป็นครั้งแรก ด้วยน้ำหนัก 3.4% ทำให้ขึ้นเป็นสินทรัพย์ที่กองทุนถือครองมากที่สุดอันดับ 5 รองจาก BTC, ETH, XRP และ SOL
- การเพิ่ม HYPE เกิดขึ้นในช่วงที่กองทุนมีสินทรัพย์สุทธิราว 431.37 ล้านดอลลาร์ ขณะที่น้ำหนัก BTC ลดลงจาก 78% เหลือ 74.6% และ SOL เพิ่มจาก 3.2% เป็น 3.7%
- จังหวะนี้เกิดขึ้นหลัง HYPE เพิ่งทำ All-Time High ที่ 84.80 ดอลลาร์ โดยมีแรงหนุนจากการเติบโตของ Hyperliquid และโครงการ Buyback รูปแบบใหม่ที่ใช้ผลตอบแทนจากทุนสำรองมาสนับสนุน
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
HYPE ของ Hyperliquid ถูกเพิ่มเข้าสู่กองทุน Nasdaq CME Crypto Index ETF ของ Hashdex เป็นครั้งแรกด้วยสัดส่วนการลงทุน 3.4% ทำให้ติดอันดับ 5 สินทรัพย์ที่กองทุนถือครองมากที่สุด รองจาก BTC, ETH, XRP และ SOL การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ HYPE เพิ่งทำ ATH ที่ 84.80 ดอลลาร์ และมีแรงหนุนจากการซื้อคืนเหรียญ HYPE จากตลาด รวมถึงการเติบโตของแพลตฟอร์ม Hyperliquid เหตุการณ์นี้จึงเป็นอีกหนึ่งสัญญาณว่า HYPE กำลังได้รับความสนใจจากตลาดการลงทุนในสหรัฐฯ มากขึ้น
เหรียญ HYPE ของ Hyperliquid เริ่มได้รับความสนใจจากฝั่งนักลงทุนสถาบันมากขึ้น เนื่องจากเหรียญดังกล่าวได้ถูกเพิ่มเข้าสู่กองทุน Nasdaq CME Crypto Index ETF (NCIQ) ของ Hashdex เป็นครั้งแรก ด้วยสัดส่วนการลงทุน 3.4% ของพอร์ต
สิ่งที่น่าสนใจคือ สัดส่วนดังกล่าวทำให้ HYPE ขึ้นมาเป็นสินทรัพย์ที่กองทุนถือครองมากที่สุดเป็นอันดับ 5 รองจาก Bitcoin (BTC), Ethereum (ETH), Ripple (XRP) และ Solana (SOL) และยังมีน้ำหนักมากกว่าเหรียญรุ่นใหญ่อย่าง Cardano (ADA), Chainlink (LINK) และ Stellar (XLM) อีกด้วย
NCIQ เป็นกองทุนที่อ้างอิง Nasdaq CME Crypto Settlement Price Index (NCIS) ซึ่งสะท้อนราคาปิดรายวันของ Nasdaq CME Crypto Index โดยดัชนีถูกจัดทำขึ้นภายใต้หลักเกณฑ์ของ Nasdaq และ CME Group

ข้อมูล ณ วันที่ 1 กันยายน ระบุว่า NCIQ มีสินทรัพย์สุทธิประมาณ 431.37 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ราคาหุ้นกองทุนปิดที่ 19.46 ดอลลาร์ เทียบกับ NAV ที่ 19.50 ดอลลาร์
ข้อมูล ณ วันที่ 1 กันยายน ระบุว่า NCIQ มีสินทรัพย์สุทธิประมาณ 431.37 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ราคาหุ้นกองทุนปิดที่ 19.46 ดอลลาร์ เทียบกับ NAV หรือมูลค่าทรัพย์สินสุทธิต่อหุ้นที่ 19.50 ดอลลาร์
การปรับพอร์ตครั้งนี้ยังทำให้ Bitcoin มีน้ำหนักลดลงจาก 78% เหลือ 74.6% ขณะที่ Solana เพิ่มขึ้นจาก 3.2% เป็น 3.7% ส่วนสินทรัพย์ที่เหลือในกองทุนประกอบด้วย Ethereum, XRP, ADA, LINK, XLM และ Bitcoin Cash (BCH)
สำหรับ Hyperliquid นั้นไม่ได้เป็นเพียงโทเคนที่กำลังอยู่ในกระแส แต่เป็นบล็อกเชน Layer-1 ที่สร้างขึ้นเพื่อรองรับการซื้อขายสัญญา Perpetual Futures แบบ On-chain ทำให้นักเทรดสามารถเก็งกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคาได้ โดยไม่จำเป็นต้องถือสินทรัพย์อ้างอิงจริง
การถูกเพิ่มเข้าสู่กองทุนของ HYPE เกิดขึ้นในจังหวะที่ราคาเพิ่งทำจุดสูงสุดตลอดกาล (ATH) ที่ 84.80 ดอลลาร์ ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม โดยหนึ่งในแรงหนุนสำคัญมาจาก Buyback หรือกลไกนำรายได้กลับมาซื้อ HYPE คืนจากตลาด ซึ่งได้รับเงินทุนจากผลตอบแทนจากทุนสำรองของแพลตฟอร์ม
ภาพทั้งหมดจึงสะท้อนว่า HYPE กำลังมีแรงส่งจากสองด้านพร้อมกัน ทั้งการเติบโตของแพลตฟอร์ม Hyperliquid และการได้รับการยอมรับจากผลิตภัณฑ์การลงทุนในตลาดสหรัฐฯ ซึ่งอาจช่วยเปิดประตูให้ HYPE เข้าถึงนักลงทุนในวงกว้างขึ้น
ในขณะที่รายงาน Hyperliquid (HYPE) มีการซื้อขายกันอยู่ที่ 82 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 0.46% ตลอดช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ตามข้อมูลจาก CoinMarketCap

ที่มา:beincrypto
มุมมองผู้เขียน: ถ้าหากการใช้งานบนแพลตฟอร์ม Hyperliquid, การซื้อคืนโทเคน และความสนใจจากนักลงทุนสถาบันเติบโตไปพร้อมกัน HYPE ก็อาจกำลังเปลี่ยนสถานะจากโทเคนของแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโต ไปสู่สินทรัพย์ที่มีบทบาทมากขึ้นในตลาดการลงทุนระดับสถาบัน

